เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 มิ.ย. 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จากกองบิน 21 อุบลราชธานีมายัง สนาม ฮ.ชั่วคราว ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโดมประดิษฐ์ รับฟังสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พร้อมทั้งพบปะและให้กำลังใจกำลังพล พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญ ณ ฐานปฏิบัติการเนิน 500 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
จากนั้น นายภูมิธรรม ได้ให้สัมภาษาณ์สื่อหลังจากการรับฟังสรุปสถานการณ์ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเป็นการมาให้กำลังใจกับกำลังพลที่อยู่แนวหน้า ที่เตรียมกำลังเตรียมความพร้อม 100% ดูแลและป้องกันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและอยากจะมาดูพื้นที่จริงโดยเฉพาะเรื่องกับระเบิดที่มีการแชร์ในโลกโซเชียล ก็พบเป็นระเบิดเก่าซึ่งข่าวที่ออกมาแต่ละครั้งมันบั่นทอนขวัญกำลังใจพวกเราโดยในข้อเท็จจริงเรื่องของกับระเบิดจากการสอบถามในพื้นที่ อยู่ที่ฝั่งขวาของปราสาทแต่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ
โดยสาระสำคัญของการที่มาในวันนี้คือการมาเยี่ยมเยียนเล่าสู่กันฟังว่านโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการมาตลอดเป็นอย่างไร ตนยึดมั่นการใช้กำลังทหารในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ ตนคิดว่าเรารับรู้มาโดยตลอดตั้งแต่มีเหตุการณ์เผาศาลาแล้ว มีการเข้าใจพูดคุยกันมาตลอด และ มีการให้ความมั่นใจในการรักษาอธิปไตย
ส่วนในเรื่องของความต้องการใช้งบประมาณต่างๆ เราก็ยินดี เราเป็นห่วงอธิปไตยของประเทศ เรายอมไม่ได้ตนก็อยากจะบอกท่านทั้งหลายว่าเรากำลังใช้ทางออกที่โลกอยากเห็น แต่ตอนนี้เราก็ไม่รู้สึกว่าเราเสียอธิปไตยตรงไหนไป สิ่งที่มันเกิดขึ้นในแต่ละจุดเราอยากให้มันค่อยๆคลายลง เขาอยากจะไปไหนก็แล้วแต่เราไม่ได้ตามเขาไป
โดยรวมสถานการณ์ตอนนี้ก็เป็นการเตรียมพร้อมตามปกติและแต่ใช้การทูตเชิงรุก ส่วนมาตรการที่จะเพิ่มขึ้นก็ว่าตามลำดับไม่ได้มีการขัดขวางกับทางกองทัพ ไม่ได้คำนึงถึงฝ่ายใด มีแต่คำนึงถึงของเราเป็นหลัก แต่ถ้ามีสิ่งบอกเหตุที่มีความจำเป็นต้องยกระดับมาตรการ เราก็พร้อมเรามีมาตรการวางไว้แต่ละจุด
และจากการรับฟังวันนี้ ยืนยันสิ่งที่ได้เตรียมมา ตนดูแล้วค่อนข้างโอเคไม่มีข้อบกพร่อง ทหารท่านทำหน้าที่ทหารของชาติจะต้องปกป้องอธิปไตย ให้ยึดมั่นตรงนี้และควบคุมให้ทหารของเรามีวินัย ที่ผ่านมาทหารของเรามีวินัยมากอยู่แล้ว แต่เราต้องให้ใช้ความระมัดระวังไม่ใช่อารมณ์และอาจจะเกิดความผิดพลาดและบานปลาย เห็นใจอยากให้อดทนมากที่สุดส่วนเราจะยกระดับอย่างไรแม่ทัพ ผบ.ทบ. จะมีการพูดคุยสถานการณ์เป็นอย่างไรก็ต้องแจ้งให้ทางส่วนกลางทราบ
เรื่องของข่าวเฟคนิวส์ ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังอยู่ในสถานการณ์ความไม่สงบ ระหว่างประเทศท่านต้องใช้สติในการดูข้อมูลให้มากที่สุด อย่างตนเองทั้งชีวิตไม่เคยพบนายฮุนเซน แต่ก็มีรูปตนไปกราบไหว้ อันนี้มันแย่มากหลายเรื่องต้องใช้สติ เพราะมีคนต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้น และยืนยันอย่างมั่นใจเข้มแข็งว่ารัฐบาลจะรักษาอธิปไตยของประเทศเป็นหัวใจสำคัญ อย่างที่ท่านนายกพูดเมื่อเช้าเพลงชาติไทยยังอยู่ คนไทยเรารักษาสันติทั้งนี้กองทัพและฝ่ายการเมืองฝ่ายนโยบายไม่เคยมีปัญหาต่อกัน และ อยากยืนยันว่ากองทัพทหาร ฝ่ายนโยบาย ทหารเรารักชาติจะไม่ยอมให้ใครมาล่วงล้ำอธิปไตยเด็ดขาด