นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวในรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD 36 ถึงประเด็นการพูดคุยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังศาล รธน. มีคำวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นตำแหน่ง ปมคลิปเสียงคุย ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา การไปเยือนพรรคประชาชน ถือเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันในฐานะพรรคการเมือง
มีตัวแทนพรรคร่วมหลายท่าน เพื่อไปแจ้งอย่างเป็นทางการว่ารับข้อเสนอของพรรคประชาชน ทั้งหมด 3 ข้อตามที่พรรคประชาชนยื่นข้อเสนอมา รวมถึงมี 4 ข้อเสนอที่ฝั่งเรายื่นไป เพื่อเติมเต็มในสิ่งที่พรรคประชาชนเสนอมา ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้งหมดเป็นที่ให้พิจารณา ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่มีปัญหา ซึ่ง 3 ข้อเป็นเรื่องการจัดตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และเรื่องช่วงการเลือกตั้ง ส่วน 1 ข้อ เป็นเรื่องเขากระโดงและ ฮั้ว สว.
ส่วนกรณีที่ไม่มีการเชิญนายชัยเกษม นิติสิริ มาเจรจาด้วย นายสรวงศ์ กล่าวว่า ทุกคนไปด้วยความตั้งใจแสดงความชัดเจนว่าพร้อมดำเนินการตามที่พรรคประชาชนเสนอ มองว่าไม่ใช่เกมการเมือง เมื่อวานท่านชัยเกษมติดภารกิจ และพวกเรานัดกันกระทันหันมาก มีการพยายามติดต่อไป แต่พบว่าติดงาน มาได้รับคำตอบตอนดึกมากแล้ว
นายสรวงศ์ กล่าวว่า นายชัยเกษม เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ณ ตอนนี้มีอะไรที่ต้องทำเยอะ ต้องเตรียมตัวต่าง ๆ แต่หากคิดว่าพวกตนไม่เหมาะสมให้การพูดคุย ก็มองว่าพวกตนให้เกียรติเต็มที่ที่ไปพูดคุยกับพรรคประชาชน
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าว สส. บางรายไม่สนับสนุนนายชัยเกษมเป็นนายกฯ นายสรวงศ์ กล่าวว่า บางรายแสดงจุดยืนชัดเจนแล้ว บางรายยังอยู่ บางรายไม่แน่ใจว่าจะไปหรืออยู่ ซึ่งตนก็พยายามดูแล สส. รับฟังปัญหาต่าง ๆ แต่ในบางครั้งอาจทำไม่ถูกใจทุกท่าน มองว่าถ้าแต่ละท่านมีเหตุผลของตัวเองก็เข้าใจได้ เป็นเอกสิทธิ์ของทุกท่าน การเมืองคือการเมือง แต่ก็อยากให้คำนึงถึงสิ่งที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา รวมถึงคำนึงถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่
ส่วนโอกาสที่นายกฯ คนที่ 32 จะเป็นคนอื่น นายสรวงศ์ มองว่า ไม่มี ยิ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งเป็นไปไม่ได้
นายสรวงศ์ กล่าวว่า ในการพูดคุยเมื่อวาน ไม่มีเรื่องพรรคเพื่อไทยต้องขอโทษประชาชนก่อนฐานผิดคำพูด หากย้อนกลับไปคิดดูดี ๆ เราแสดงเจตจำนงตั้งแต่ที่แพ้ในวันแรก ว่าเราเป็นพรรคอันดับ 2 เสียงทั้งหมด 140 เสียง พรรคเพื่อไทยโหวตให้ คุณพิธา แต่ สว. ไม่โหวตให้ ต่อมา นายสุทิน เสนอชื่อ คุณพิธา แต่มีการถูกระงับ บอกว่าไม่สามารถเสนอชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 ครั้ง ก็โหวตแพ้
ต่อมา ก็รอให้ สว. หมดวาระ ซึ่งเป็นสิ่งที่มองว่าประเทศชาติรอต่อไปไม่ได้ จึงขอให้ลองกลับไปดูว่าการตั้งรัฐมนตรีเป็นแบบนี้ และพรรคเพื่อไทยประสงค์จะแก้รัฐธรรมนูญมาโดยตลอด และเชื่อว่าทราบดีว่าเรามีความตั้งแต่ที่จะแก้อย่างไร ขณะที่อีกพรรคหนึ่งก็ชัดเจนมากว่าไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย
นายสรวงศ์ กล่าวว่า หากถามถึงความจริงใจของตนกับพรรคประชาชนนั้น ถือว่ามี 100% หากย้อนไปวันที่คุยกัน ก็อยากให้รวมกัน แต่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยไม่เอากันเอง ที่มาของเรามาจากน้ำเดียวกัน แต่จำเป็นต้องถูกแยกด้วยสถานการณ์ทางการเมือง และสถานะปัจจุบันที่มาถึงจุดจุดนี้ เป็นจุดที่พวกตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ทุกสิ่งต้องเดินต่อ การเมืองมันโหดร้าย แต่ไม่คิดว่าจะโหดร้ายขนาดนี้
ส่วนปฏิกิริยามวลชนที่ไปที่พรรคประชาชน นายสรวงศ์ กล่าวว่า เข้าใจทุกฝ่าย เข้าใจพี่น้องประชาชน ปฏิกิริยาดังกล่าวอาจเป็นสิ่งที่เราต้องรับสภาพ ยืนยันว่าเราไม่ใช่โจรผู้ร้ายอะไร ไม่ได้เป็นคนแย่ขนาดคำพูดของเขา แต่เป็นสิทธิ์ของพี่น้องประชาชน เราเป็นบุคคลสาธารณะ ก็ต้องยอมรับ
นายสรวงศ์ กล่าวว่า การเลือกตั้ง ปี 66 เป็นครั้งแรกที่พรรคอันดับ 2 ประกาศสนับสนุนพรรคอันดับ 1 ให้เป็นนายกฯ และเสนอชื่อในสภาฯ และโหวตให้ แต่ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นเช่นนั้น ไปไม่ได้ พวกผมมีทางเลือกอะไร
นายสรวงศ์ ทิ้งท้ายว่า เรามีแคนดิเดตของเราอยู่ ถ้าจะยุบสภาเลยก็เป็นข้อเสนอแนะ ถ้าดีลเป็นรัฐบาลไม่ได้ก็มีโอกาสที่จะยุบสภา
"ถ้าดีลกับพรรคประชาชนไม่สำเร็จ ก็อาจจะยุบสภา ซึ่งเราเชื่อว่าทำได้ เพราะตอนนี้ไม่เหมือนตอนที่คุณแพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตอนนั้นยังมีนายกฯ ตัวจริง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว คุณภูมิธรรม มีหน้าที่เสนอทูลเกล้าฯ ยุบสภาได้" นายสรวงศ์ กล่าว