นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในเฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า พรรคเพื่อไทยอยู่ในสภาพอึดอัดทางการเมืองกับตัวเองอย่างยิ่ง เพราะต้องต่อสู้เพื่อรักษาความนิยมของพรรคเท่านั้น ดังนั้น จึงยากที่จะไปแข่งขันช่วงชิง สส. จากพรรคอื่นและพื้นที่อื่นในภาคอีสาน
ส่วนการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 ศรีสะเกษ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 ก.ย. นี้ แม้เป็นเลือกตั้งเขตเดียว แต่จะเป็นดัชนีชี้วัดทางการเมืองไปถึงเลือกตั้งใหญ่หลังมียุบสภาไม่เกิน 4 เดือน
ดังนั้น สนามเลือกตั้งนี้จึงเป็นสนามจริง เพราะจำนวน สส.ของพรรคเพื่อไทยอยู่ในภาคอีสานมากที่สุด
นายจตุพร กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษครั้งนี้สู้กันยิบตา ฟาดกันเต็มที่ระหว่างพรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่เดิมกับพรรคภูมิใจไทย ที่เข้าแข่งขันชิงชัย อย่างไรก็ตาม ผลแพ้-ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นผลพวงถึงการเลือกตั้งใหญ่ว่า สส.อีสานในเขตอื่น ๆ จะตัดสินใจย้ายพรรคกันหรือไม่
ปัจจัยความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งวูบวาบ คุกรุ่นได้ตลอดเวลาจะเป็นเครื่องชี้วัดความนิยมทางการเมืองของ สส.อีสานได้อย่างยิ่งยวด และตัวแปรการเมืองนี้ยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหายมากขึ้น
"ศรีสะเกษ เป็นพื้นที่เดิมของพรรคเพื่อไทย และการเลือกตั้งที่ผ่านมา (ปี 66) เพื่อไทยใช้ยุทธการไล่หนูตีงูเห่าจนชนะเลือกตั้ง ครอบครองพื้นที่ข้างมากไว้ได้ แต่ สส.จังหวัดนี้ประมาณ 2-3 คนรับรู้กันว่า ได้ถอยหนีจากเพื่อไทยแล้ว" นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร ประเมินว่า การเลือกตั้งนี้เป็นประตูสู่การเลือกตั้งสนามใหญ่ทั่วประเทศ และเป็นหลักจิตวิทยา ดังนั้น จึงเป็นสนามเดิมพันสกัด สส. ไหลออกจากเพื่อไทย ถ้าพรรคใดชนะจะนำไปสู่การได้เปรียบในพื้นที่อื่นในภาคอีสานค่อนข้างมากด้วย