นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าเบื้องหลัง อนุทิน ออกแถลงการณ์ 8 ข้อ ผมได้อ่านแถลงการณ์ของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับประเด็นการชิงยุบสภา หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 8 ข้อนั้น จะเห็นได้ว่าข้อ1 ถึงข้อ 4 เป็นการกล่าวถึงนโยบาย และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไข MOA ทุกประการ คือ
1. ข้อตกลงกับพรรคประชาชน ว่าจะยุบสภา ภายใน 120 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 มกราคม 2569
2. ข้อตกลงที่ทำกับพรรคประชาชน มีสาระสำคัญ คือ 1. แก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดตั้ง ส.ส.ร. 2. การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3.ยุบสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 120 วัน 4. พรรคประชาชน เป็นพรรคฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ การทำงานของรัฐบาล
3. จะทำภารกิจสำคัญ 3 ประการ คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดทำประชามติและยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้แล้วเสร็จ
4. จะขอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชน ของประเทศ 4 เรื่อง คือ 1. ปัญหาเศรษฐกิจ 2. ปัญหาความมั่นคง 3. ปัญหาภัยธรรมชาติ และ 4. ปัญหาภัยสังคม ยาเสพติด ฉ้อโกง หลอกลวงประชาชน
ส่วนแถลงการณ์ตั้งแต่ข้อ 5 ถึงข้อ 8 เป็นการอ้อนวอนพรรคประชาชนโดยตรง หวังให้พรรคประชาชนเห็นใจรัฐบาล เช่น
5.เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากมีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็แพ้มติแน่นอน มีข้อเสนอว่า เป็นอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ จะได้ไหมหรือพร้อมพูดคุยหารือกัน
6. แม้ว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีในข้อตกลงก็ตาม แต่รัฐบาลพร้อมชี้แจง และไม่เคยคิดที่จะจับรัฐธรรมนูญ เป็นตัวประกัน แต่จะเร่งแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จเร็วที่สุด ตามกรอบเวลาที่กำหนด จากนั้นจะยุบสภาฯ
7. ให้ความสำคัญกับ นายรังสิมันต์ โรม เป็นพิเศษ ได้พยายามเชิญมาหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาสแกมเมอร์ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
8. อ้อนพรรคประชาชน ว่าได้สนับสนุนให้มีรัฐบาลนี้แล้ว ประชาชนกำลังรอการเลือกตั้งใหม่ จะปฏิบัติตามข้อตกลงกับพรรคประชาชนทุกประการ
การออกแถลงการณ์ 8 ข้อครั้งนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความเห็นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า นายอนุทิน ควรวางตัวเป็นแบบอย่างของผู้นำในระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรมองว่าการถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการโดนด่าฟรี จึงทำให้ นายอนุทิน เปลี่ยนแนวความคิด เป็นต้องการให้เปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติ ซึ่งพร้อมที่จะไปตอบคำถามทั้งหมด ดีกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ ซึ่งบทสุดท้ายจะต้องยุบสภาก่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างแน่นอน ซึ่งอาจทำให้ นายอนุทิน เสียภาพความเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตยได้
ขณะที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐบาล MOA ชุดนี้บริหารเพียงไม่กี่เดือนแต่มีสัญญาณไม่ชอบมาพากล ทั้งปมพูดพาดพิงรุกแดนกัมพูชา แก้ปัญหาสแกมเมอร์ล้มเหลว และเซ็น MOU แร่แรร์เอิร์ธปกปิดข้อมูล โดยย้ำว่าฝ่ายค้านต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจหมดศรัทธาแม้แต่ฝ่ายค้านเอง ยิ่งได้ยิน นายกฯ อนุทิน บอกว่า ถ้ามีการยื่นอภิปรายอาจจะมีการยุบสภา ไม่ยอมให้ด่าฟรี แบบนี้หมายความมว่า มาเป็นรัฐบาลกะกินฟรีไม่ยอมให้เช็กบิล แบบนี้ไม่ได้ และตัวเองเก็งข้อสอบอภิปรายขนาดนี้ นายกฯ ควรปักหลักสู้ ไม่ใช่เตรียมขนของหนี นายกฯ อาจจะลืมรูดซิปกางเกงตัวเองได้ แต่อย่าเตรียมรูดซิปปากฝ่ายค้าน