ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 14/2568 โดยมีฝ่ายความมั่นคง และส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ที่ ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ และเสียขาเพิ่มอีก 1 นาย
โดยนายอนุทิน กล่าวสั้นๆ ว่า ระงับข้อตกลงไทย-กัมพูชาแล้ว
ต่อมา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงข่าวสั้นๆ ระบุว่า
ที่ประชุมมีการพิจารณา 3 ประเด็นหลัก 1. การสูญเสียกำลังพลของกองทัพไทยเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต 2. การพบกับระเบิดในพื้นที่อธิปไตยของไทย ถือว่ากระทบต่ออธิปไตยของประเทศ 3. รัฐบาลยืนยันจะปกป้องอธิปไตย รวมถึงชีวิตของคนไทยและทหารไทยอย่างเต็มขีดความสามารถ
ผลการประชุมมีมติ ระงับการปฏิบัติตาม Joint Declaration ชั่วคราวในทุกข้อ และ ยุติการส่งตัวเชลยศึกให้แก่ฝ่ายกัมพูชา จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังสามารถคาดหวังความจริงใจจากกัมพูชาได้หรือไม่ พลเอกณัฐพล กล่าวว่า ทางกองทัพไม่ได้คาดหวังความจริงใจจากกัมพูชาอยู่แล้ว แต่ในส่วนที่กระทำเราฝ่ายเดียว เราจะดำเนินการในเขตอธิปไตยของไทย
ส่วนจะมีการยกระดับมาตรการใด ๆ หรือไม่ พลเอกณัฐพล กล่าวว่า ตอนนี้ก็ยกระดับแล้ว ในเมื่อเรายุติการปฏิบัติตามปฏิญญาแล้ว เป็นการปฏิบัติการทางทหารในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่า จะมีปฏิบัติการอย่างไรบ้าง
สำหรับการเก็บกู้ระเบิดจะมีแผนการอย่างไร เพื่อไม่ให้กำลังพลได้รับผลกระทบ พลเอกณัฐพล กล่าวว่า การเก็บกู้ทุ่นระเบิดมี 2 ระดับ คือ ระดับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ มีขีดความสามารถในการเก็บกู้ได้เอง ที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตรงนั้น เป็นพื้นที่ที่ปฏิบัติการอยู่เป็นประจำ แต่หน่วยทหารที่ปฏิบัติการในพื้นที่สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้ แต่การเก็บกู้ที่เป็นทางการ ได้มาตรฐานอย่างเต็มรูปแบบ คือ การเก็บกู้โดยหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดแห่งชาติ ซึ่งกองทัพไทยเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมี 5 พื้นที่ที่หน่วยปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจะเข้าไปเก็บกู้ ปัจจุบันเข้าปฏิบัติงานแล้ว 4 พื้นที่ เหลือ 1 พื้นที่ที่กัมพูชายังไม่ตอบรับ หลังจากนี้พื้นที่ที่ 5 จะเข้าเก็บกู้เลย
ส่วนจะมีการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างไร เช่น กรณีล่าสุดที่มีการแอบมารื้อรั้วลวดหนาม แล้วเข้ามาวางทุ่นระเบิดฝั่งไทย พลเอกณัฐพล กล่าวว่า ไม่ขอบอกรายละเอียด แต่มีกฎใช้กำลังอยู่ ว่า เข้ามาทำอะไร ซึ่งจะมีขั้นตอนการเตือน การยิง จากอาวุธเบาไปหาหนัก ขอให้มั่นใจ ว่า หลังจากนี้การปฏิบัติการทางทหาร ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม สมช. ให้ปฏิบัติการได้ตามสถานการณ์
ส่วนจะมีการเจรจากับกัมพูชาอีกหรือไม่ พลเอกณัฐพล กล่าวว่า ไม่มี หลังจากนี้ไม่มีจากตน จากกระทรวงกลาโหม ไม่มี GBC แต่การพูดคุยระหว่างประเทศมีกระบวนการสากลอยู่