นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ณ บริเวณถนนด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ได้แก่ เทพนรสิงห์,พระพรหม,พระภูมิ และศาลตายาย
ภายหลังการทำบุญตักบาตร นายอนุทิน ได้อวยพรปีใหม่คนไทยว่า
"ขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านได้เริ่มปีด้วยความเป็นสิริมงคล มีความสำเร็จ มีความสมปรารถนา มีความร่ำรวยเงินทอง มีสุขภาพแข็งแรง ขอให้ประเทศไทยมั่นคงแข็งแรง แล้วก็มีอนาคตที่ดีทุกคน"
พร้อมเผยถึงทิศทางการทำงานของรัฐบาลในช่วงปีใหม่ โดยระบุว่า สิ่งสำคัญคือการทำให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งผลักดันนโยบายและข้อสั่งการต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการไว้แล้ว ให้บรรลุเป้าหมายโดยเร็วที่สุด
สำหรับภาพรวมการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า พรรคมีความพร้อม เนื่องจากเริ่มเตรียมการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ในช่วงที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ พร้อมกับลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีที่มีนายเอกนัฐ บอกว่าอาจมีเซอร์ไพรส์จากการลงพื้นที่ของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ระบุว่า ไม่มีเซอร์ไพรส์หรอก และเป็นเรื่องปกติ เพราะการลงพื้นที่ถือเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว เพื่อช่วยสนับสนุนและให้กำลังใจผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ได้มากที่สุด
ในประเด็นที่ นายเอกนัฐ ลงพื้นที่หาเสียงและได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนเกี่ยวกับโครงการ คนละครึ่งพลัส นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายที่ชัดเจนของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว และตั้งแต่วันเปิดตัวนโยบาย ก็มีการแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการผลักดันโครงการคนละครึ่งภาคสองให้เป็นนโยบายหลักของพรรค
เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อการได้ที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ระบุว่า พรรคคาดหวังในทุกพื้นที่ที่ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน โดยผู้สมัครทุกคนจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจ และความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล ที่ระบุว่าประชาชนในจังหวัดสงขลาให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์นำหน้าพรรคการเมืองอื่น นายอนุทิน ระบุว่า หากนำผลโพลมาพิจารณา ก็ต้องยอมรับว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีแนวทาง และวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน โดยพรรคภูมิใจไทยมีฐานคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากระดับไม่ถึง 1 % ในช่วงการเลือกตั้งปี 2562 – 2566 ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็นราว 5 % และปัจจุบันขยับขึ้นเป็นระดับมากกว่า 10–20 % ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ผลโพลไม่ได้ส่งผลต่อแนวทางการทำงานของพรรค และไม่ได้หมายความว่าจะชะลอ หรือปรับลดความเข้มข้นในการทำงานลง โดยยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยยึดผลการประเมิน และการสำรวจของพรรคเองเป็นหลัก
ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่าผลโพลดังกล่าวอาจเป็นผลพวงจากการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่หรือไม่นั้น นายอนุทินระบุว่า ตนเองไม่ทราบ
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงบทบาทของกองทัพในรอบปีที่ผ่านมา ว่าสามารถลบคำถามหรือข้อวิจารณ์ที่ว่าทหารมีไว้ทำไมได้ หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า การที่ประชาชนชาวไทยสามารถเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ได้อย่างสงบ ปราศจากความกังวลด้านความมั่นคง ถือเป็นเครื่องยืนยันบทบาทสำคัญของกองทัพ ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนตลอดช่วงข้ามปี พร้อมระบุว่า ภายหลังผ่านพ้นช่วงปีใหม่ ตนเตรียมลงพื้นที่ไปพบและขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อถ่ายทอดคำขอบคุณจากพี่น้องประชาชนไปยังทหารทุกนาย
ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่มีรายงานว่าฝั่งกัมพูชาเริ่มมีความเคลื่อนไหว นายอนุทินกล่าวว่า ขอไม่ให้ยึดติดกับคำว่ากระแสข่าวเนื่องจากประเทศไทยมีกลไกด้านความมั่นคงที่ชัดเจน ทั้งกองทัพ หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานปกครอง สภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งทำงานบนพื้นฐานของข้อมูลด้านการข่าวและความมั่นคงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่ใช่จากการเผยแพร่ หรือแสดงความคิดเห็นตามกระแสในสื่อสังคมออนไลน์
สำหรับกรณีที่กัมพูชาแสดงท่าทีไม่ยอมรับการปรับเขตแดน ที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังทหาร นายอนุทินระบุว่า เป็นเรื่องของอธิปไตยของแต่ละประเทศ โดยประเทศไทยยืนยันหลักการไม่ยอมให้ฝ่ายใดเข้ามาคุกคามหรือก้าวล่วงอธิปไตยของชาติ
เมื่อถามถึงความน่าเชื่อถือของ “โดนัล ทรัมป์” ในประเด็นการรักษาสันติภาพในภูมิภาค นายอนุทิน กล่าวว่า หน้าที่หลักของตนคือการดูแลอธิปไตยและเกียรติภูมิของประเทศไทย ซึ่งได้ปฏิบัติอย่างเต็มที่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ พร้อมอธิบายว่า การเจรจาทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา ในระดับเจ้าหน้าที่ยังคงมีการติดต่อและหารือกันอย่างต่อเนื่อง แต่ในระดับการลงนามหรือให้คำมั่นผูกพันอย่างเป็นทางการ เช่น กรอบความร่วมมือของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากข้อจำกัดตามสถานะของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ในระดับคณะทำงานยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
กรณีที่กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่าฝั่งกัมพูชาเริ่มมีการเคลื่อนกำลัง นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการรายงานตามสายการบังคับบัญชา ซึ่งขั้นตอนต่อไปผู้บังคับบัญชาจะรายงานเข้าสู่สภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยตนขอรอรับฟังข้อมูลจากสภาความมั่นคงก่อน
เมื่อถูกถามว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจพัฒนาไปสู่การปะทะรอบใหม่หรือไม่ นายอนุทินย้ำว่า ตนเองจะรอการประเมินจากสภาความมั่นคงแห่งชาติก่อน นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ตามแนวชายแดนก่อนหน้านี้ว่า สถานการณ์โดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสิ่งที่น่ายินดีคือกำลังพลมีขวัญกำลังใจที่ดี มีความมุ่งมั่น เสียสละ และทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการล็อกตัวนายกรัฐมนตรีไว้ล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้ง นายอนุทิน ระบุว่า ตนได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่อยากให้พูดถึงคำว่ากระแส เนื่องจากกระแสเป็นสิ่งที่ไหลไปเรื่อย เปลี่ยนแปลงได้ตลอด พร้อมขอให้ยึดข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและนิ่งมากกว่า
ส่วนกรณีที่มีความกังวลว่า กัมพูชาอาจนำประเด็นการใช้กำลังทหารของไทยไปยื่นร้องเรียนต่อเวทีนานาชาติ นายอนุทิน กล่าวว่า แต่ละประเทศมีสิทธิ์ดำเนินการตามที่เห็นสมควร ขณะที่ประเทศไทยมีหน้าที่ต้องปกป้องอธิปไตย ศักดิ์ศรี และเกียรติภูมิของชาติ โดยจะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ทำให้ประเทศเสียเปรียบหรือเสียผลประโยชน์ พร้อมย้ำว่าการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยยึดหลักนี้เป็นกรอบ ไม่เฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่กับทุกประเทศทั่วโลก
ในประเด็นที่ชาวบ้านแสดงความกังวลเกี่ยวกับการพบเห็นเครื่องบินจากต่างชาติ นายอนุทิน กล่าวว่า ประชาชนทุกคนต่างเป็นห่วงกำลังพล พร้อมขอขอบคุณทหารที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ
ขณะที่กรณีที่มีนักวิชาการออกมาวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องการล็อกตัวนายกรัฐมนตรี และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีล่วงหน้า นายอนุทิน ระบุว่า นักวิชาการย่อมวิเคราะห์ตามข้อมูลที่ตนมี เช่นเดียวกับนักการเมืองหรือพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ย่อมมีมุมมองและข้อสังเกตของตนเอง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อาจมีท่าทีหรือความเอนเอียงไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์หรือผู้นำพรรคก็เป็นได้