ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ในงาน THAILAND VISION 2035 โดยเผยว่า เวทีดังกล่าวไม่ใช่เวทีดีเบต จึงไม่ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ร่วมเวทีมากนัก เป็นเพียงเวทีที่แต่ละคนนำเสนอวิสัยทัศน์ของตนเอง ขณะที่พิธีกรเป็นผู้ตั้งคำถามให้ผู้ร่วมเวทีตอบรายบุคคล
อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสในเวทีอื่นที่เป็นดีเบตจริง และได้ขึ้นเวทีพร้อมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ นายยุทธนันท์ ก็อยากให้มีเวทีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น
เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่ได้พบกับนายอนุทินอีกครั้ง แตกต่างจากช่วงที่เคยร่วมลงนามเอ็มโอยูหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างจากเดิม เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็ทำงานร่วมกันในสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้ข้อตกลงที่ประชาชนรับทราบมาโดยตลอด
ส่วนกรณีเงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาลที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ระบุว่าพรรคเพื่อไทยต้องการเพียงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ มองว่าเป็นเรื่องปกติของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่จะต้องได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคำตอบดังกล่าวไม่ได้เป็นการตั้งเงื่อนไข หรือแสดงจุดยืนที่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนก่อนเข้าคูหา
ขณะที่กรณี ศ.ดร.ยศชนัน เสนอเงื่อนไขว่ารัฐบาลต้องมีนายกรัฐมนตรีในโควตาพรรคเพื่อไทย นายณัฐพงษ์ ระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งและได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งจริง ก็เป็นเรื่องปกติที่ ศ.ดร.ยศชนัน จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่ในกรณีอื่น พรรคประชาชนได้แสดงจุดยืนชัดเจนในหลายเวทีว่า ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมได้ และตน รวมถึง สส.พรรคประชาชน ไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยได้
สำหรับกระแสตอบรับจากการลงพื้นที่หาเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ด้วยตนเองหลายแห่ง พบว่ากระแสดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ควรดูถูกเสียงของประชาชน พร้อมยอมรับว่ามีหลายพื้นที่ที่ประชาชนยังมีคำถามและข้อสงสัย ซึ่งเป็นหน้าที่ของตนและสมาชิกพรรคที่จะต้องสื่อสารและทำความเข้าใจให้มากที่สุด
ส่วนกรณีการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคประชาชนที่มักถูกประชาชนตั้งคำถามเกี่ยวกับนโยบายด้านทหาร แต่ขณะเดียวกันการชี้แจงของนางสาวรัชนก ศรีนอก ที่ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้มากกว่าการชี้แจง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ทุกคนต้องพยายามปรับการสื่อสารให้เหมาะสมกับคู่สนทนาแต่ละกลุ่ม โดยเชื่อมั่นว่าเพื่อนร่วมพรรคทุกคนมีเป้าหมายร่วมกัน คือการทำให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีข้อกังวลหรือข้อสงสัย เปิดใจรับฟังจุดยืนและนโยบายของพรรคมากขึ้น พร้อมย้ำว่าทุกคนพยายามพัฒนาการสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าประเด็นดังกล่าวจะเป็นตัวตัดแต้มทางการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เข้าใจมุมมองดังกล่าว และเห็นว่าทุกคนพยายามหาเสียงอย่างเต็มที่ โดยหลายครั้งเมื่อพ้นจากพื้นที่สื่อและโซเชียลมีเดีย ยังพบว่ามีคำถามซ้ำ ๆ ทั้งที่พรรคมีนโยบายมากกว่า 200 นโยบาย ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกอยากสื่อสารออกมาอย่างหนักแน่น ทั้งนี้มองว่าไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ควรตำหนิใคร เพราะทุกคนต้องการเป็นสะพานเชื่อมทำความเข้าใจกับประชาชน
สำหรับกรณีที่พรรคประชาชนเปิดตัว “รัฐบาลของประชาชน” และถูกตั้งข้อครหาว่านำบุคคลภายนอกมาดำรงตำแหน่งแทน สส. ซึ่งอาจขัดกับรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาชนรณรงค์อยู่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า พรรคได้ตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายอย่างรอบคอบ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายการเลือกตั้งอย่างครบถ้วน โดยผู้ที่เข้ามาร่วมทีมบริหารล้วนมีอุดมการณ์เดียวกับพรรค และต้องเป็นสมาชิกพรรคตามข้อบังคับที่กำหนดไว้
ส่วนกรณีที่ กกต. ส่งหนังสือถึงพรรคประชาชน เรื่องการใช้บุคคลภายนอกช่วยหาเสียง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า หนังสือดังกล่าวระบุเพียงว่า ไม่สามารถนำบุคคลลักษณะนั้นขึ้นป้ายหาเสียงได้เท่านั้น ขณะที่การขึ้นเวทีดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์สามารถทำได้ ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรคได้ตรวจสอบแล้ว
สำหรับกระแสประเมินว่าพรรคประชาชนอาจไม่ได้ สส. กทม. ครบ 32 คน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น เป้าหมายของพรรคคือการคว้า สส.ให้ครบทั้ง 33 เขต พร้อมย้ำว่าไม่เคยดูถูกเสียงประชาชน และผู้สมัครทุกคนลงพื้นที่อย่างเต็มที่ ท่ามกลางการแข่งขันจากหลายพรรคหลายทางเลือก โดยเชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนกรุงเทพฯ
ส่วนกรณีสมเด็จฮุน เซน ออกมาแสดงท่าทีสนับสนุนให้พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งถูกวิเคราะห์ว่าอาจทำให้กัมพูชาได้เปรียบ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้มองประเด็นนี้อย่างน้อยสองชั้น โดยมองว่าฝั่งกัมพูชารับรู้ดีถึงบริบทการเมืองไทย และเข้าใจว่าการแสดงออกเช่นนี้จะส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนและคะแนนนิยมของพรรคการเมืองใดบ้าง พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนมีจุดยืนชัดเจนในการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นหัวใจของระบอบฮุน เซน ดังนั้น การแสดงออกดังกล่าวอาจมีเป้าหมายเพื่อสกัดไม่ให้พรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และขอให้ประชาชนช่วยกันคิดอย่างรอบด้าน ไม่มองเพียงมิติเดียว