แฉยังมีอีก 2 หมายจับ! จี้ผู้สมัคร สส. แสดงความรับผิดชอบก่อนพรรคเสียหาย!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เตรียมโดนอีก! ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ปชน. แฉรู้ข้อมูลวงใน ยังมีอีก 2 หมายจับจี้คนไหนทำผิดแล้วรู้ตัวส่อทำให้พรรคเสียหาย รีบแสดงความรับผิดชอบ

วันที่ 15 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของพรรคประชาชน ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 พรรคประชาชน ตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 196/69 ลง 13 ม.ค.69  ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบฯฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน”  ได้ที่บ้านพักย่านนวลจันทร์ ถ.นวมินทร์ กทม. โดยจับกุมได้เย็นวานนี้ (14 ก.ค.)

ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล FB / ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล - Thirawat Panyatammakul
พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ล่าสุด พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อีก 2 หมายรอรับแรงกระแทก ถ้ารู้ว่าทำผิด ทำให้พรรคเสียหาย แสดงความรับผิดชอบก่อนได้เลยนะครับ ไม่ต้องรอให้ออกหมายจับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในโพสต์ดังกล่าว มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สนับสนุนพรรคประชาชนจำนวนไม่น้อย สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า มีแนวโน้มสูงว่า พรรคประชาชนรับรู้ข้อมูลมาโดยตลอดใช่หรือไม่ ว่าใครบ้างที่เคยถูกร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว แต่กลับไม่ดำเนินการทำอะไร โดยอ้างว่าไม่มีพยานหลักฐาน ส่งผลให้พรรคประชาชนต้องเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์

ภายหลังตำรวจบุกจับกุมผู้สมัคร สส.ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว 2 ครั้งในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ก่อนหน้านี้คือนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ หรือ “แบงค์” ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 พรรคประชาชนที่ถูกตำรวจจับเมื่อ 29 ธ.ค. 2568 กล่าวหาว่าพัวพันคดีฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด และล่าสุดคือกรณีนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 พรรคประชาชน ซึ่งทั้งคู่ไม่ใช่สมาชิกใหม่ แต่อยู่กับพรรคมาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งปี 2566 ยุคพรรคก้าวไกลแล้ว โดยนายบุญฤทธิ์ เคยเป็นผู้ช่วย สส.กทม.เขต 33 มาก่อน ขณะที่นายรัชต์พงศ์ เคยเป็น สส.ตาก เขต 2 พรรคก้าวไกล มาแล้วด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมีการเผยแพร่โพสต์ดังกล่าว  พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ได้ลบโพสต์ออกไป ก่อนจะโพสต์ชี้แจงว่า "สำหรับกรณีการออกหมายจับผู้สมัครที่เป็นข่าว ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเสียใจต่อพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนและเชียร์พรรค ซึ่งอาจรู้สึกผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับตามตรงว่าตัวผมเองก็รู้สึกผิดหวังกับเรื่องราวเหล่านี้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ผมเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจ ผมขอยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรถูกมองว่าเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการบังคับใช้กฎหมาย นั่นคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร หากมีการกระทำความผิด ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลหรืออำนาจใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการที่ผมยืนยันมาโดยตลอดว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องเท่าเทียม เป็นธรรม และอยู่ภายใต้หลักนิติรัฐ

ในประเด็นเรื่อง “หมายจับ” ขออธิบายให้สังคมเข้าใจว่า ในปัจจุบันการดำเนินการมีอยู่ 2 กรณีหลัก คือ

1. คดีที่มีอัตราโทษไม่เกิน 3 ปี เจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกก่อน โดยปกติจะเรียกอย่างน้อย 2 ครั้ง

2. คดีที่มีอัตราโทษเกิน 3 ปี สามารถขอหมายจับจากศาลได้ทันที เนื่องจากถือเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ที่ผ่านมา หมายจับที่มีลักษณะการเข้าจับกุมอย่างอึกทึกครึกโครม ส่วนใหญ่มักเป็นคดีในกรณีที่สอง

สิ่งที่ผมมีความกังวล คือ ในหลายกรณีที่มีการออกหมายจับและเข้าจับกุมต่อหน้าสาธารณชน กลับพบภายหลังว่า อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่งหมายความว่าบุคคลเหล่านั้นไม่ได้กระทำความผิดตามกฎหมาย แต่ความเสียหายต่อชื่อเสียงและชีวิตได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อมีการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ในภายหลัง ก็มักพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง ส่งผลให้ไม่อาจเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง นี่จึงเป็นปัญหาและช่องว่างสำคัญในกระบวนการยุติธรรม (ส่วนใหญ่จึงไม่ฟ้องกลับ)

ผมจึงเห็นว่า ในอนาคต การออกหมายจับควรมีความรอบคอบและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการออกหมายจับควรเป็นข้อยืนยันได้ว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอจนเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดจริง และควรลดโอกาสการสั่งไม่ฟ้องจากอัยการ หรือการยกฟ้องจากศาลให้น้อยที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง

สำหรับกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่พบประวัติหรือหมายจับของผู้ต้องหามาก่อนจนกระทั่งถูกจับและกลายเป็นข่าวนั้น สาเหตุเนื่องมาจากคดีที่มีอัตราโทษสูง (เกิน 3 ปี) สามารถยื่นขอหมายจับจากศาลได้โดยตรงโดยไม่ต้องออกหมายเรียก และเมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้ว หากยังไม่มีการบันทึกเข้าสู่ระบบสารสนเทศออนไลน์ ก็จะไม่ปรากฏข้อมูลในระบบ

ดังนั้น หากมีการขอหมายจับในช่วงเวลากลางคืน และดำเนินการเข้าจับกุมในเช้าวันถัดมา ก็อาจเกิดขึ้นได้โดยที่ยังไม่ปรากฏข้อมูลหมายจับในสารบบกลางแต่อย่างใด ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน รวมถึงตัวผมเองด้วยครับ"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ