วันที่ 23 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อม นายชัยชนก ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดใหม่รุ่งเรือง (ตลาดโค้งตาเพ็ง) อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนางสาวภัทราวดี นิโรจน์ ผู้สมัคร สส.นครสวรรค์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย
ทันทีที่นายอนุทินเดินทางมาถึงตลาด มีแม่ค้าคนหนึ่ง นำป้ายไวนิลโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ติดอยู่หน้าร้าน มาให้นายอนุทินเซ็นต์ชื่อ พร้อมบอกว่า ขอให้ครั้งหน้าได้กลับมาเป็นนายกฯ เพื่อจะได้สานต่อโครงการคนละครึ่ง พลัส โดยตลอดทางที่นายอนุทิน เดินหาเสียงในตลาด มีประชาชน เข้ามารุมล้อมขอถ่ายรูป บางช่วงมีชาวบ้านพูดว่า "รักลุงตู่ เชียร์ลุงหนู" ขณะที่ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนบอกว่า "เบอร์ 3 เบอร์ 3 (เบอร์ของผู้สมัคร)" ก่อนที่นายอนุทินจะหันไปบอกว่า "เบอร์ 37 ด้วย"
นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านได้เดินมาบอกนายอนุทินว่า “หนูรักชาติ รักทหาร” พร้อมระบุว่า “อย่าเปิดด่าน” โดยนายอนุทิน ตอบว่า "ไม่เปิดและคำนี้เป็นคำอัปมงคล" นอกจากนั้นบางช่วงมีแม่ค้าพยายามเรียก "นายกฯ นายกฯ" ก่อนที่จะโบกมือ จนนายอนุทิน หยุดอยู่ที่หน้าร้านขายหอยแมลงภู่อบ แล้วหันไปยิ้มให้ และโบกมือกลับ พร้อมยกมือไหว้ ก่อนที่จะไปจับถุงหอยแมลงภู่อบแล้วบอกว่า "ของชอบ" จังหวะหนึ่งมีชาวบ้านเดินเข้ามาขอจับมือนายอนุทิน แล้วบอกว่า "ขอจับมือหน่อย จะได้รวย เหมือนนายกฯ"
จากนั้นนายอนุทิน ได้เดินทางไปพบปะประชาชนที่ถนนคนเดิน ซอยศรีไกรลาส อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นตลาดที่ขายอาหารทั้งสตรีทฟู้ดและเสื้อผ้า และยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยบรรยากาศการหาเสียงจุดนี้ เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนต่างให้การต้อนรับ และเดินเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ว่า ไม่ใช่เฉพาะแค่จังหวัดนครสวรรค์ แต่ทุกที่ที่ไปประชาชนให้การตอบรับพรรคภูมิใจไทยอย่างอบอุ่น มีความเป็นมิตรภาพที่รู้สึกได้
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาจังหวัดนครสวรรค์ ผู้แทนกระจัดกระจาย ควรจะเลือกเป็นพรรคเลยหรือไม่ เพื่อให้มีการพัฒนาเท่าเทียมกับจังหวัดอื่น นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาขึ้นเวทีปราศรัยตนมักจะขอให้ประชาชนพิจารณาให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค เพราะการทำงานที่เป็นปึกแผ่นมันจะไม่มีการขัดขากัน ซึ่งการผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนก็จะเป็นไปด้วยความราบรื่นรวดเร็วซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทยสามารถคว้ามาได้ 2 เก้าอี้ รอบนี้มั่นใจว่าจะคว้ายกจังหวัดได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนหวังผลเลิศ ส่วนจะได้มาก หรือได้น้อย ก็ต้องเคารพ และยอมรับการตัดสินใจของประชาชนที่เป็นโหวตเตอร์
ส่วนเขต 1 ครั้งที่แล้วดูสูสีกับพรรคประชาชนเพราะแพ้ไปประมาณ 4,000 กว่าคะแนน รอบนี้คาดหวังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้สมัครเขต 1 นางสาวภัทราวดี นิโรจน์ ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย หลังจากที่พลาดไปเมื่อปี 2566 ก็ยังทำหน้าที่รับใช้ประชาชน และทำหน้าที่เป็นรองนายกเทศมนตรีนครสวรรค์ และยังมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนตลอดเวลา
นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียง แล้วชาวบ้านตระโกนว่า “รักลุงตู่ เชียร์ลุงหนู“ มองว่าโค้งสุดท้ายคะแนนฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะเทให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า ถือว่าเป็นบุญ เป็นความเมตตาที่ลุงตู่มีต่อพวกตน สไตล์การทำงานในบางเรื่องอาจจะคล้ายกัน วันนี้ลุงตู่ไม่สามารถทำงานทางการเมืองได้ สิ่งดีๆ ที่ท่านได้ทำมาประชาชนก็จะจะเห็นได้ว่า ถ้าอยากให้สิ่งเหล่านั้นแนวทางยังอยู่ หลายๆ
อย่างตนก็ทำตามแนวทางเดิม การรักชาติบ้านเมือง การมีความภาคภูมิใจในเอกราชของชาติไทย การให้ความสำคัญกับรั้วของชาติ พรรคเราจะไม่มีวันด้อยค่าทหาร ไม่มีวันพูดอะไรที่บั่นทอนจิตใจให้กับคนที่ปกป้องบ้านเมืองให้เรา ไม่มีวันที่จะไปดูถูกดูแคลนใคร และไม่มีวันอยู่ในความประมาทว่า สงครามจะไม่มีวันเกิดขึ้น ก็พิสูจน์ความจริงทั้งหมดแล้ว สิ่งที่บางคนเคยพูดไว้ ถ้าเกิดเราไปเชื่อเขาป่านนี้เราก็เสียหายยับเยิน คงไม่มีความสงบสุข ดินแดนก็คงจะเสียไปแล้ว แต่ไม่อยากพูดเรื่องนี้พูดไปก็เหมือนไปรื้อฟื้น
นายอนุทิน ย้ำว่า เราต้องจำไว้เหมือนกันว่าคนที่จะมาบริหารประเทศต้องครบทุกด้าน ประมาทไม่ได้ วันนี้สงครามไม่เกิดแล้วไม่มีแล้ว มันก็มี และมีหนักกว่าเดิมด้วย ถ้าเราไม่มีความตั้งมั่นในความพร้อม ถอนทหารออกไปไม่ต้องมี ไม่ต้องเกณฑ์ทหารแล้ว ไปทำมาหากินก็ถูก แต่ยังไง “แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์” ยังเป็นคติพจน์ที่คนไทยทุกคนต้องเผื่อใจไว้