นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และผู้สมัครส.ส.ชลบุรี เขต 1 ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสในพื้นที่ชลบุรีตอนนี้ ว่า ในการเลือกตั้งทุกพรรคทุกคนต้องประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง แกนนำและมวลชนที่เรามีเชื่อมั่นว่าชลบุรีวันนี้พี่น้องชาวจังหวัดชลบุรีที่ผ่านมามีข้อเปรียบเทียบ ในสมัยที่พวกตนเป็นช่วงปี 54 และ 62 ส่วนในปี 66 พรรคการเมืองอื่นมาเป็น การจับต้องการพบเจอบรรยากาศต่างกัน
สำคัญที่สุดชลบุรียังมีบริบทความเป็นพี่เป็นน้องความเป็น ครอบครัว ความโชคดีของชาวชลบุรีคือเรายังมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยว ที่จับต้องได้คือท้องถิ่นซึ่งมาจากกลุ่มที่เติบโตมาด้วยกันทั้งหมด เวลาไม่เจอ ส.ส. ก็ยังเจอท้องถิ่นซึ่งเป็นทีมงานเดียวกันรับเรื่องให้กันได้
ที่ผ่านมาเมื่อปี 2556 นั้น ส.ส. ที่ได้รับการเลือกตั้งไปอย่างพรรคก้าวไกล เขาไม่ได้ลงพื้นที่อยู่แล้ว เขาไม่รู้ว่าใครเลือกก็เลยไม่รู้จะไปไหน สิ่งที่พูดขึ้นมาว่าผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ออกกฎหมายไม่ได้มีหน้าที่ไปพบประชาชน หรือไปดูแลทุกข์สุขประชาชนเป็นวาทกรรม ทุกคนที่เป็นผู้แทนต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่เลือกตั้งมา เช่น เขาเจ็บทุกข์ได้ยาก มีความเดือดร้อนเราต้องอยู่กับที่ตั้งเพื่อให้คำปรึกษาและแก้ปัญหา นี่คือความรับผิดชอบ
"ผมกำลังจะบอกว่าพี่น้องชาวชลบุรีและภาคตะวันออกทั้งหมด ได้รับรู้แล้วว่าคนที่จะไปเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนคือต้องมีหน้าที่และมีความรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าการตัดสินใจตอนนี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายพี่น้องประชาชนตัดสินใจหมดแล้วว่าจะเลือกใคร แล้วขอให้รอดูหลังวันที่ 8 เพราะสิ่งที่ผมพูดทั้งหมดนั้นเป็นอย่างที่ผมพูดหรือไม่ ประชาชนใช้ 1 สิทธิ์ 1 เสียง ทั้งคนจนคนรวยหรือคนชนชั้นกลางเขาต้องการผู้แทนราษฎรที่มีหน้าที่และมีความรับผิดชอบต่อตัวเขาไม่ใช่วาทกรรม " นายสุชาติกล่าว
เมื่อถามว่าที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ไปไม่มีผลอะไรใช่หรือไม่ นาสุชาติ กล่าวว่า ไม่มีผลเพราะนายณัฐพงษ์ไม่เคยช่วยเหลือประชาชนชาวชลบุรี ไม่เคยมีบ้านอยู่ชลบุรี ไม่เคยไปเยี่ยมเยียนคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากในชลบุรีส่วนจะไม่แบ่งให้เขาเลยใช่หรือไม่และแสดงว่ามั่นใจว่าจะได้ทั้ง 10 เขต นายสุชาติ กล่าวว่า สักที่นึง ต้องบอกว่าเราทำงานกันเป็นทีม ภาพรวมใหญ่ของชลบุรีเวลาสามัคคีกันแล้ว ประชาชนทุกคน ผู้นำก็มีความสุขที่เราจะได้ร่วมมือร่วมใจและสามัคคีการทำงานเพื่อให้ชลบุรีเดินหน้าต่อไป
เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายพรรคภูมิใจไทยต้อง รณรงค์หาเสียงเชิงยุทธศาสตร์หรือไม่ นาสุชาติ กล่าวว่า ชลบุรีภาคตะวันออกจบหมดแล้ว ไม่ต้องเอาสรรพกำลังทั้งหมดไปตรงอื่นได้เลย เพราะว่านางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือผู้ใหญ่ในพรรค ให้ไปในจุดที่มีความต้องการก่อน เชื่อว่าจังหวัดชลบุรีและภาคตะวันออกเข้าใจดี เพราะเราอยู่ใกล้ กทม. มีการสื่อสารกันชัดเจน บ้านตนแม่ค้าแม่ขายเยอะ ลงไปเดินไม่ต้องเอ่ยอะไรเลย มีแต่บอกว่ากลับเข้าไปขอคนละครึ่งผลัดต่อนี่คือสิ่งหนึ่งที่พ่อค้าแม่ค้าจับต้องได้ ไม่ใช่พูดต่อว่าคนนู้นคนนี้แต่ไม่มีวิธีแก้ปัญหา ใคร ๆ ก็พูดได้
ส่วนไม่กังวลกระแสที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงมาช่วยหาเสียงใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตอนพี่น้องคนไทยทั้งประเทศตกทุกข์ได้ยาก นายพิธาอยู่ประเทศไทยหรือไม่ วันที่เราสูญเสียเงินทอง จากอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ หรือเกิดวิกฤตโควิดหนัก ๆ ประชาชนเห็นพิธาหรือไม่ พิธาอยู่ตรงไหนเขาอยู่อากาศเย็นสบาย เรายังต้องลุยน้ำเข้าไปช่วยชาวบ้าน
" ผมไปเจอสภาพสตรีท่านหนึ่ง อาชีพคือขี่ Grab เขาเจอของเขาร้องไห้สิ่งหนึ่งที่เขานึกได้ที่เขาเกิดวิกฤตโควิดกลับมาถึงบ้านมีผู้แทนราษฎรที่ชื่อสุชาติ ชมกลิ่น ไม่เคยทิ้งใครสักครอบครัว ของแห้งอาหารแห้งที่ขาดแคลนวันนั้น อยู่ที่รั้วทุกบ้าน ช่วงวัคซีนโควิดไม่มีสุชาติชมกลิ่น เอาทีมงานไปพ่นยาฆ่าเชื้อ หลายหมื่นหลังโดยที่ไม่คิดว่าตัวเองจะติดหรือไม่ติด นี่คือหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้แทนราษฎร " นายสุชาติกล่าว