เลือกตั้ง 2569 : ‘เลขา กกต.’ ภาพรวมเลือกตั้งล่วงหน้า เรียบร้อยดี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

‘เลขา กกต.’ ภาพรวมเลือกตั้งล่วงหน้า เรียบร้อยดี แจงปมเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครลำปางล่องหนที่ชลบุรี เป็นความผิดพลาด ไม่ใช่กลั่นแกล้ง

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรม การรการเลือกตั้ง(กกต.) แถลงภาพรวมของการเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งในและนอกเขตเลือกตั้งว่าลงทะเบียนล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง 8,610 คน ลงทะเบียนล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 2,206,138 คน

และลงทะเบียนสำหรับผู้พิการทุพพลภาพผู้สูงอายุ 1,666 คนโดยมีหน่วยเลือกตั้งในเขต 521 แห่งนอกเขตเลือกตั้ง 524 แห่งสำหรับผู้พิการผู้ทุพพลภาพและผู้สูงอายุ 22 แห่ง

เลือกตั้งล่วงหน้า สตริงเกอร์ กทม.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรม การรการเลือกตั้ง(กกต.)

ภาพรวมตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่เปิดให้มีการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  มีผู้การออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมากๆที่สุดคือ เขตบางกะปิ จำนวน 5.8 หมื่นคน มีบางหน่วยที่สถานที่อาจจะไม่พอกับจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ หรือบางพื้นที่มีปัญหาการ จราจรหนาแน่น ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานเขตบางกะปิ จตุจักร เชียงใหม่ โดยมีการลงทะเบียนมากกว่า 5 หมื่นคน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังสามารถอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเรียบร้อย แต่มีที่บางเขต กทม. มีผู้ลงทะเบียนกว่า 1 หมื่นคน อาจจมีปัญหาการจราจรบ้าง แต่ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนสามารถเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้งได้รวดรวดเร็ว

 แจงปมเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครลำปางล่องหนที่ชลบุรี

ทั้งนี้ มีบางพื้นที่อาจจะมีบางเหตุการณ์ที่ไม่เรียบร้อย คือ หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่จังหวัดชลบุรี ที่มีปัญหาในส่วนเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของผู้สมัครลำปางที่ติดหน้าหน่วย ไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของพรรคประชาชน หมายเลข 8 เนื่องจากเกิดความผิดพลาด โดยจังหวัดลำปางส่งเอกสารแนะนำตัวผู้หมายเลข 6 มาซ้ำ 2 ใบ แต่ไม่มีหมายเลข 8 ย้ำว่า เป็นความผิดพลาดในการจัดส่ง ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางชลบุรีได้มีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว 

นายแสวง กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์อื่นๆ ขณะนี้ได้รับรายงานว่า มีประชาชนบางคนเมื่อใช้สิทธิแล้ว ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าตนเองเลือกใคร กาหมายเลขอะไรบ้าง ตรงนี้อยากให้ระมัดระวัง เพราะอาจจะนำไปสู่การร้องเรียน ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นการแสดงความเห็นโดยเจตนาว่ามีทำไปเพราะอะไร ซึ่งอาจจะถูกร้องเรียนว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็ได้

เมื่อถามถึงการซื้อเสียงหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานกกต. การบริหารจัดการไปถึงวันที่ 8 ก.พ. มี 2 เรื่อง1. ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี ให้มีการหาเสียงด้วยถ้อยคำที่ดี ไม่ใส่ร้าย 2. ทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งจากการรายงานของจังหวัดที่ได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เรามีชุดเคลื่อนที่เร็วที่ใช้ตำรวจเกือบครึ่งประเทศ ชุดป้องกัน ป้องปรามในการหาข่าวไม่ให้ซื้อเสียงได้

โดยในการข่าวเราพบว่ามีการเคลื่อนไหว แต่ยังไม่มีการกระทำเกิดขึ้น ผู้สมัครยังดำเนินการไม่ได้ นี่เป็นผลจากการที่เราเน้นเรื่องการป้องกัน ซึ่งกระบวนการคือ 1.จับตอนการดำเนินการ 2 คือจับการซื้อเสียง 3. การหาคนไปเป็นพยาน เรารู้ปัญหานี้ดี จึงได้เน้นการหาข่าวแล้วป้องกันไม่ให้มีการซื้อเสียงได้ ส่วนการซื้อเสียงตอนนี้ยังไม่มีประเด็น แต่มีเรื่องการร้องเรียนการหาเสียงทางโซเชียลมากกว่า 

นายแสวง ยังได้ชี้แจงกรณีที่เคยให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่า เตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียงว่าตามกฎหมายแล้ว มาตรา 73 ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียม หรือการไปซื้อเสียง เป็นความผิดทั้ง 2 อย่าง เมื่อวาน (31 ม.ค.) ตนอาจจะพูดเร็วไป ตนต้องการสื่อสารว่า การเตรียมการนั้นอยู่ในที่ลับ การจะจับก็ทำได้ยาก จึงต้องเน้นไปที่การป้องปราม ช่วงเตรียมการเราจึงเน้นเรื่องการหาข่าว หรืออย่างเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งข้อมูลมาก็จะประกับการสอบสวนว่าคนไปเบิกเงินนั้นมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติหรือไม่ เป็นผู้ช่วยหาเสียงหรือไม่ เบิกเงินมาเพื่ออะไร และได้นำเงินไปใช้อะไรบ้าง

ทั้งนี้ตอนนี้เป็นขั้นตอนจังหวัดในการดำเนินการป้องปราม ซึ่งทางจังหวัดจะมีบัญชีหัวคะแนนอยู่  เขาจะประเมินพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่สีแดง แข่งขันเข้มข้น การทำงานในพื้นที่ก็จะร่วมกับหลยหน่วยทั้งตำรวจ ผู้ตรวจการเลือกตั้งและภาคประชาชน ดังนั้นตอนนี้อยู่ในช่วงการกดดัน ป้องกัน ความตั้งใจเราคือไม่อยากให้มีการใช้เงินออกมาซื้อเสียง 

“ผมเชื่อว่าคนมีตั้งค์  แต่การจะไปจับคนช่วยเตรียมการนั้นยากกว่าการป้องกัน ซึ่งการเตรียมการผิดอยู่แล้ว แต่เวลาเราสงสัยเราไม่สามารถไปค้นได้ทันที ต้องมีหมายค้น ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ต่างจากการซื้อเสียง ซื้อแล้วจะมีหลักฐานพอสมควร แต่เรื่องการเตรียมการนั้นการข่าวเราต้องดี และต้องมีหลักฐานสามารถออกหมายจับ ล็อคตัวได้เลย” เลขาธิการกกต.กล่าว

 พร้อมลุยสอบคนโพสต์ปั่นซื้อเสียง 7 พันบาท

ต่อกรณีปรากฏมีผู้โพสต์ว่ามีการซื้อเสียงหัวละ 7 พันบาท ที่ภาคอีสาน โดยนำภาพที่แม่ค้าโพสต์ลงโซเชียลฯมาเผยแพร่แล้วระบุว่า เป็นเงินซื้อเสียงนั้น นายแสวง กล่าวว่า มีการตรวจสอบแล้ว ที่จริงไม่ใช่เงินซื้อเสียง แต่บุคคลดังกล่าวขายของในตลาดแล้วโพสต์ลงในอิสตราแกรม แล้วมีคนไปแคปหน้าเพจของแม่ค้ารายนั้นเพื่อไปทำคอนเทนต์ว่ามีการซื้อเสียง ซึ่งทางกกต.ก็รู้ตัวคนแคปและคนโพสต์แล้ว ซึ่งเรากำลังไปสอบทั้ง 3 คน อยู่ 

เมื่อถามถึงกรณีมีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีพฤติกรรมเหมือนหัวคะแนน จะมีการตรวจสอบหรือดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นายแสวง กล่าวยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เจ้าหน้าที่ไปเป็นหัวคะแนนไม่มี เพราะขนาดญาติผู้สมัครหรือผู้ช่วยหาเสียง  เราจะไม่ตั้ง ถ้าไปเป็นหัวคะแนนยิ่งไม่ใช่เลยและก่อนตั้งเราได้มีการตรวจสอบแล้ว 

เมื่อถามต่อว่ามีการรายงานข่าวว่าอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ออกมาแฉว่ามีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข เรียกประชุม อสม.พูดจาโน้มน้าวเพื่อให้ลงคะแนนและหาเสียงช่วยผู้สมัครสส. เขต3 ศรีสะเกษนั้น นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้ตนขอไปตรวจสอบดูหลักฐานก่อน เราเป็นกรรมการ เราไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ