Top-Songkran69 Top-Songkran69

เลือกตั้ง 2569 : “เต้ มงคลกิตติ์” เข้าชี้แจง กกต. ยันนโยบายพรรคทำได้จริง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เลือกตั้ง 2569 : “เต้ มงคลกิตติ์” เข้าชี้แจง กกต. ยันนโยบายพรรคทำได้จริง พร้อมวิดพื้นโชว์รอ "แสวง บุญมี"

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ เดินทางเข้าชี้แจงต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า นโยบายของพรรคบางประเด็นเป็นไปไม่ได้ โดย นายมงคลกิตติ์ ยืนยันว่าพรรคส่งนโยบายให้ กกต. ครบทั้งนโยบายที่ใช้และไม่ใช้เงิน แม้บางส่วนส่งล่าช้าจนถูกปรับ พร้อมย้ำว่านโยบายอวกาศ ไดโนเสาร์ นโยบายด้านครอบครัว นโยบายกีฬา นโยบายแรงงานทางเพศ และนโยบายแก้ปัญหาจราจร ไม่ได้ถูก กกต. สั่งยับยั้ง

เลือกตั้ง 2569 ช่างภาพพีพีทีวี
“เต้ มงคลกิตติ์” เข้าชี้แจง กกต. ยันนโยบายพรรคทำได้จริง

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า การที่ นายแสวง ออกมาระบุว่า นโยบายของพรรคเป็นไปไม่ได้หรือเพ้อเจ้อ เป็นการประเมินที่ไม่เป็นธรรม เพราะหลายพรรคการเมืองก็มีนโยบายที่โฆษณาว่าสามารถทำได้ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถทำให้คนไทยหายจนได้  พร้อมตั้งคำถามว่าทำไม กกต. จึงไม่ดำเนินการกับนโยบายในลักษณะเดียวกันกับพรรคอื่น

สำหรับ นโยบายอวกาศ นายมงคลกิตติ์ ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่เป็นการต่อยอดแผนพัฒนาประเทศด้านธุรกิจอวกาศ มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และส่งเสริมการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอวกาศทั้งใน และนอกระบบสุริยะ พร้อมยืนยันว่า นโยบายดังกล่าวสามารถทำได้จริง หากมีงบประมาณจากโครงการขุดคลองไทย 9A และการยกเลิก MOU 44 โดยระบุว่า สามารถนำรายได้จากการขายน้ำมันในอ่าวไทย มาใช้ได้โดยไม่ต้องแบ่งผลประโยชน์ให้กัมพูชา

ขณะที่ นโยบายไดโนเสาร์ นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า ประเทศไทยมีการค้นพบซาก และโครงกระดูกไดโนเสาร์ของจริงในกว่า 20 จังหวัด ทั้งชนิดกินเนื้อและกินพืช และมีการวิจัยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ใช่นโยบายเพ้อฝัน พร้อมมองว่าเป็นความหวัง และจินตนาการของประชาชน ซึ่งนักการเมืองมีหน้าที่ต้องตอบสนอง

ส่วน นโยบายแก้ปัญหารถติด เสนอการนำเข้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์บินได้จากประเทศจีนและรัสเซีย เพื่อลดจำนวนรถบนพื้นดิน แก้ปัญหาการจราจรและมลภาวะ โดยตั้งเป้าว่าในระยะ 5 ปีข้างหน้า จะไม่มีรถวิ่งบนพื้นดินอีกต่อไป

ด้าน นโยบายกีฬา เสนอให้ประชาชนร่วมลงทุนซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเปรียบเทียบกับกรณีอดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยซื้อสโมสรฟุตบอลในอังกฤษ พร้อมกล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่ นายแสวง ออกมาวิจารณ์นโยบายของตน จะเกี่ยวข้องกับผลการแข่งขันของทีมฟุตบอลที่ นายแสวง เชียร์หรือไม่

ขณะที่ นโยบายด้านครอบครัวและประชากร เสนอให้ผู้หญิงสามารถมีสามีได้ถึง 4 คน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมมนุษย์ และแก้ปัญหาวิกฤตเด็กเกิดน้อย โดยตั้งเป้าเพิ่มประชากรอย่างน้อยปีละ 1 ล้านคน ให้เงินสนับสนุนระหว่างตั้งครรภ์ 100,000 บาท และค่าเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 5,000 บาท จนเรียนจบ รวมถึงให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งสัญญาณเตือนวันละ 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีบุตร

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ประชาชนวิดพื้นเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ นอนวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มศักยภาพการมีบุตร รวมถึงแนวคิดเพิ่มศักยภาพทางร่างกายของชายไทย ขณะที่ นโยบายแรงงานทางเพศ เสนอยกระดับอาชีพ Sex Worker ,หนังผู้ใหญ่ และของเล่นผู้ใหญ่ให้ถูกกฎหมาย รวมถึงการใช้มาตรการรัฐในสถานบริการ เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเพศ

นายมงคลกิตติ์ ย้ำว่า ทุกนโยบายสามารถทำได้จริง หากได้รับอำนาจจากประชาชน และเห็นว่านโยบายไดโนเสาร์มีความเป็นไปได้มากกว่านโยบายที่อ้างว่า จะทำให้คนไทยหายจน พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “อย่าสบประมาทวิศวกรอย่างผม เห็นผมบ้าๆบอๆ เพี้ยนแบบนี้ บางทีผมอาจจะเป็นไอน์สไตน์กลับชาติมาเกิดใหม่ก็ได้”

จากนั้น นายมงคลกิตติ์ ได้วิดพื้นโชว์สื่อมวลชนบริเวณหน้า กกต. ระหว่างรอ นายแสวง ก่อนจะเข้าไปชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ กกต. ต่อไป โดยหลังเข้าพบ กกต. กรณีถูกระบุว่า ส่งนโยบายล่าช้า ยอมรับในข้อแรกตามเอกสาร กกต. ส่วนข้อชี้แจงรายละเอียดนโยบาย ระบุว่ากังวลอาจถูกเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงเตรียมนำคลิปคำอธิบายทั้งหมด จัดทำเป็นหนังสือแนบส่งให้ กกต. ภายในวันนี้

สำหรับแนวคิด “เซ็นทรัลเวสต์เกตบนดาวอังคาร” ยืนยันเป็นการเปรียบเทียบเชิงแนวคิด สามารถเริ่มจากพื้นที่ขนาดเล็กในลักษณะมินิคอมเพล็กซ์บนสถานีอวกาศ และขยายได้ในอนาคต รวมถึงยกตัวอย่างการใช้พื้นที่ดวงจันทร์ สำหรับตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

เลือกตั้ง 2569 ช่างภาพพีพีทีวี
“เต้ มงคลกิตติ์” เข้าชี้แจง กกต. ยันนโยบายพรรคทำได้จริง

ส่วนประเด็นซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุว่าไม่ใช่นโยบายหลัก แต่เป็นแนวคิดต่อยอดจากการพัฒนาฟุตบอลไทย โดยใช้เงินเอกชน ไม่ใช่งบรัฐ ขณะที่แนวคิดกองทัพอวกาศและกองทัพใต้บาดาล เป็นการตอบคำถามเชิงวิชาการด้านความมั่นคงในอนาคต

ด้านเศรษฐกิจ เสนอหารายได้จากโครงการขุดคลองไทย การทำเหมือง การขุดเจาะน้ำมัน และอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมย้ำมีนโยบายปากท้อง ทั้งประกันรายได้พืชผล การศึกษา และเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ รวมถึงแนวคิดจัด “มหกรรมมีลูก” เพื่อเพิ่มประชากร โดยยืนยันเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ

ท้ายที่สุด นายมงคลกิตติ์ ย้ำพร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรค หากนโยบายสอดคล้องกัน และยืนยันนโยบายอวกาศเป็นแผนระยะยาวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมทิ้งท้ายสร้างสีสันด้วยการวิดพื้นครบ 100 ครั้งตามที่กล่าวไว้

ภายหลังจากวิดพื้นเสร็จ นายมงคลกิตติ์ บอกว่าถ้าหากตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีที่เร้าใจที่สุด และวันแรกที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะสั่งให้ ไปจับฮุน เซน ที่ประเทศกัมพูชา และตนจะทำการไลฟ์สดตบหน้า ฮุน เซน ให้คนทั้งประเทศดู รวมถึงจะให้ครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา มาเรียงแถวตบ ฮุน เซน ทีละคน

และยังเดินหน้านโยบายซื้อระเบิดนิวเคลียร์ โดยจะต้องซื้ออาวุธจากสหรัฐอเมริกา จากนั้นจะต้องเชิญ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ มาทานข้าวที่ทำเนียบรัฐบาล และจี้พุงบอกว่าขอ ขอแถมนิวเคลียร์หัวเล็กสัก 10 ลูก จะเป็นความลับ และขอซื้ออาวุธจากประเทศจีน -รัสเซีย อีกอย่างละ 5 ลูก รับรองว่าเขารักเรามาก เราจะไม่ทะเลาะกับเขา แต่ถ้าหากมีการต่อยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตนจะต้องแกล้งแพ้ เพราะไม่งั้นเราจะไม่ได้อาวุธแล้วจะเกิดสงคราม ส่วนงบประมาณที่จะเอาไปซื้อ ก็งบประมาณจากการทุจริตคอร์รัปชัน 500,000 ล้านบาท พร้อมบอกว่าทุกอย่างที่พูด พูดจริงไม่ได้พูดเล่นทุกนโยบายทำได้

Bottom-Songkran69 Bottom-Songkran69

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ