ป.ป.ช. มีมติ ชี้มูล 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ป.ป.ช. มีมติ ชี้มูล 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปม ม.112 ส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีมติ

วันที่ 9 ก.พ. 69 นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เคยแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการ
ไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหา นายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล กับพวกรวม 44 คน กรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. ....  ว่าจะจัดทำสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาภายในเดือน ธันวาคม 2568 นั้น

ป.ป.ช. มีมติ ชี้มูล 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112 ป.ป.ช.
ป.ป.ช. มีมติ ชี้มูล 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแถลงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างเสนอสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่ประมาณกลางปี 2568 แต่ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ได้มีหนังสือคัดค้านคณะกรรมการไต่สวน และคำร้องอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันที่จะต้องนำมาพิจารณาพร้อมกับการวินิจฉัยสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง

จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการไต่สวนต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อประกอบการพิจารณา ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ได้ขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยวาจาเพิ่มเติมหลังจากได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือแล้ว คณะกรรมการไต่สวนได้คำนึงถึงประโยชน์แห่งความยุติธรรม โดยให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาทุกรายที่มีความประสงค์เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยวาจาต่อคณะกรรมการไต่สวน เป็นเหตุให้ต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยความรอบคอบ เมื่อดำเนินการแล้วจึงได้นำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงในวันนี้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำของ

  • นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1
  • นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2
  • นายธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3
  • นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4
  • นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5
  • นายปริญญา คีรีรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6
  • นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7
  • นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8
  • นายธัญวัจน์  กมลวงศ์วัฒน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9
  • นายปดิพัทธ์  สันติภาดา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10
  • พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถผู้ถูกกล่าวหาที่ 11
  • นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12
  • นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13
  • นายสุรวาท ทองบุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14
  • นายศักดินัย นุ่มหนู ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15
  • นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 16
  • นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 17
  • พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 18
  • นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 19
  • นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 20
  • นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 21
  • นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 22
  • นายรังสิมันต์  โรม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 23
  • นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 24
  • นางสาววรรณวิภา ไม้สน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 25
  • นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 26
  • นายวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 27
  • นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 28
  • นายองค์การ ชัยบุตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 29
  • นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 30
  • นายวุฒินันท์ บุญชู ผู้ถูกกล่าวหาที่ 31
  • นายทองแดง เบ็ญจะปัก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 32
  • นายคำพอง เทพาคำ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 33
  • นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 34
  • นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 35
  • นายนิติพล ผิวเหมาะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 36
  • นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 37
  • นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 38
  • นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 39
  • นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 40
  • นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 41
  • นายมานพ คีรีภูวดล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 42
  • นายอภิชาต ศิริสุนทร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 43
  • นายสุเทพ อู่อ้น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 44

ที่ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1) โดยมีเจตนามุ่งประสงค์จะลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติในการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว อันเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

การกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังได้นำเรื่อง การแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวมากำหนดไว้เป็นนโยบายในการหาเสียง

การกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ได้เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ โดยมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติที่เสนออีก 43 คน รวมเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น 44 คน ข้อเท็จจริงไม่อาจแบ่งแยกหรือชี้แจงการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนได้ว่ามิได้ร่วมกันดำเนินการเสนอญัตติ โดยมิได้มีเจตนาร่วมกันแต่อย่างใด และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายไม่ได้มีการชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แบ่งแยกโดยชัดเจนว่าต่างคนต่างกระทำในการเสนอญัตติ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเป็นการดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกัน ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 มกราคม 2567

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาตามที่ผู้ถูกล่าวหาทั้ง 44 คน เสนอ และพฤติกรรมต่าง ๆ ประกอบแล้ว มีความเห็นว่า แม้ว่าสิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายจะเป็นสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าชื่อกันในการเสนอกฎหมายได้ก็ตาม แต่จำต้องพิจารณาเนื้อหาของร่างที่เสนอว่ามีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือมีเนื้อหาที่ไม่สมควรหรือไม่ ประการใด โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีข้อทักท้วงเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวด้วยแล้ว ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 111 และข้อ 112

แต่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ยังคงยืนยันที่จะเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการในกระบวนการตรากฎหมายต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าญัตติที่เสนอมีเนื้อหาในลักษณะดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นถึงความไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน และฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรม
ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561  ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้ส่งเรื่องและความเห็นต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่มีมติ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ