PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

“เฮียตือ” ชี้ภาพลักษณ์รัฐบาลสำคัญกว่าเสียงในมือ ชี้สูตร “ส้ม-เขียว-แดง” เกิดยาก!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อดีตรองประธานสภา” ชี้ภาพลักษณ์รัฐบาลสำคัญกว่าเสียงในมือ ย้ำดีลตั้งรัฐบาลยังไม่ตกผลึก ชี้สูตร “ส้ม-เขียว-แดง” เกิดเมื่อไหร่โลกถล่มแน่!

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เปิดโต๊ะข่าว” ทางช่อง พีพีทีวี ถึงการจัดตั้งรัฐบาล 300 เสียงเพียงพอหรือไม่นั้น ว่า ตนพูดในหลักการ ความเข้มแข็งของรัฐบาลไม่ได้อยู่ในจำนวนมือที่ยกให้อย่างเดียวไม่พอ ต้องอยู่ตั้งแต่ภาพลักษณ์ของรัฐบาล รัฐมนตรีแต่ละคนที่เชิญมาร่วมรัฐบาล และนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ภาพลักษณ์ต้องดี มีความรู้ความสามารถ หลังจากโปรดเกล้าฯแล้วต้องสามารถทำงานได้ตามนโยบายที่แถลงไว้ต้อสภา ซึ่งเรื่องนี้สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

เฮียตือ รายการเปิดโต๊ะข่าว
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว

ส่วนจำนวนมือก็อีกเรื่องหนึ่ง คนมัวไปมองจำนวน 300 หรือ 400 แต่จริงๆแล้วตนมองว่าอยู่ที่ภาพลักษณ์กับเนื้องานของรัฐบาลมากกว่า หากมีผลงานออกมาที่ตรงกับนโยบายที่แถลงต่อสภาไว้ ก็จะสร้างความเชื่อมั่นความมั่นใจ และทำให้รัฐบาลเข้มแข็งมากขึ้น

นายสมศักดิ์ ระบุอีกว่า หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็เคยพูดไว้แล้วว่าภาพลักษณ์ของรัฐบาลชุดใหม่ต้องเป็นภาพลักษณืที่ดี ที่ทุกคนยอมรับได้ ซึ่งก็เป็นเหมือนสัญญาประชาคม ว่าต้องดีกว่าชุดก่อน จะต้องดีกว่าเดิม ก็เลยทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมั่น ราคาหุ้นพุ่งกระฉูด

เมื่อถามว่าอย่างกรณี รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หากได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีมองว่าจะกระทบภาพลักษณ์รัฐบาลใช่หรือไม่  นายสมศักดิ์ ตอบว่า อันนี้ยังไม่ได้ตกผลึกเลยว่าจะมีพรรคกล้าธรรมหรือไม่มี ถ้าหากมีพรรคกล้าธรรม รอ.ธรรมนัส ก็พูดอยู่ตลอดเวลาว่าคำนึงถึงคุณภาพของคนที่จะมาทำงาน คำนึงถึงภาพลักษณ์ด้วย ก็เป็นหน้าที่ของแต่ละพรรค เพราะวันนี้บริบททางการเมืองมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่หมายความว่าครั้งนี้ชนะเลือกตั้งแล้วจะทำอย่างไรก็ได้ ไม่เห็นหัวชาวบ้านไม่เห็นหัวประชาชน แล้วอนาคตการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร ซึ่งเราก็ได้เห็นมาแล้วพรรคการเมืองที่ว่าแน่ๆ พอเปลี่ยนจุดยืนหรือมีท่าทีที่ไม่ชัดเจน ทำให้ประชาชนคลางแคลงใจ ตั้งรัฐมนตรีที่มือไม่ถึงเข้ามาทำงาน จำนวนเสียงก็ลดลงไป เพราะประชาชนตัดสินในตอนเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าสมมติว่ามีพรรคกล้าธรรมก็ไม่ควรมี รอ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรี สมศักดิ์ ตอบว่า “อันนี้ผมไม่ได้บอกนะครับ คือผมคิดว่าพรรคการเมืองก็ต้องคิดเหมือนกันว่าบริบททางการเมืองมันเปลี่ยนไปแล้ว มีบทเรียนให้เห็นมาแล้ว”

ทั้งนี้ทุหพรรคการเมืองที่จะร่วมรัฐบาลก็ต้องดูคนที่เป็น Technocrat (กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง) มีความรู้ความสามารถตรงกับเนื้องานที่จะเข้าไปทำ แล้วก็มีภาพลักษณ์ที่โอเค และสังคมยอมรับได้ อย่างนี้จะทำให้เสถียรภาพและพรรคการเมืองนั้นๆได้รับเลือกมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เฮียตือ รายการเปิดโต๊ะข่าว
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว

เมื่อถามอีกว่า จำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องรวมเสียงรัฐบาลให่มากกว่า 300 เสียง หรือบวกรวมเสียงของพรรคกล้าธรรมเข้าไป นายสมศักดิ์ ตอบว่า ต้องบอกก่อนว่าตนยังไม่เคยได้ยินจากปากของคนที่จัดการเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือเลขาธิการพรรคฯ ว่าจะต้องได้เสียงเท่านั้นเท่านี้ แล้วจะเอาพรรคนั้นพรรคนี้มาร่วม เป็นเพียงข่าวจากแหล่งข่าวเท่านั้น แต่คนที่มีบทบาทจริง คนที่ประสานเรื่องนี้จริง ยังไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย ก็เลยยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จึงทำให้มีกระแสข่าวที่เปลี่ยนไปเรื่อย เพราะยังไม่ตกผลึก ดังนั้นมองว่าควรจะรอให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้สะเด็ดน้ำก่อน ถึงจะเห็นว่าแต่ละพรรคได้จำนวน สส.เท่าไหร่ แล้วค่อยมาคุยเรื่องจัดตั้งรัฐบาลกัน

ส่วนข่าวลือต่างๆเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลที่มีออกมาในตอนนี้นั้น นายสมศักดิ์ มองว่า เป็นเรื่องปกติ เวลาการเลือกตั้งจบก็จะมีข่าวพรรคนั้นจับมือพรรคนี้ ซึ่งก็เหมือนปี 2566 ที่แถลงข่าวจับมือกันแล้ว แต่พอเข้าไปในสภาก็ไม่ผ่าน ดังนั้นตนถึงบอกว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน

เมื่อถามถึงกระแสข่าว พรรคกล้าธรรมจะจับมือกับพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ชิงจัดตั้งรัฐบาลมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ ตอบว่า ตนคิดว่าเพิ่งจะผ่านการเลือกตั้งยังไม่นาน มองว่าก็ยังมีเวลา ส่วนสูตรส้มเขียวแดงถ้าเป็นอย่างนี้โลกถล่มแน่ เพราะผู้นำจิตวิญญาณของพรรคส้มน่าจะตอบสังคมไม่ได้ เพราะแค่ยกมือให้อนุทินเป็นนายกฯยังมีคนเอาจุดนี้ไปโจมตีแล้วทำให้ได้ สส.ลดลง แล้วหากทำในสิ่งที่ตระบัดสัตย์สังคมก็ยิ่งปฏิเสธ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ