วันที่ 17 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงบ้านศรียะลา โดยก่อนร่วมรับประทานอาหารกลางวัน นายอนุทิน พร้อมด้วยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ(ปช.) ได้ปิดห้องเข้าพูดคุยกัน 3 คนเป็นการส่วนตัว เพื่อหารือข้อราชการ และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการส่วนตัว
ก่อนที่นายอนุทิน และคณะจะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ร่วมกับนายวันมูหะมัดนอร์, พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม, พล.ท.อดุลย์ บุญเจริญ รมว.กลาโหม, พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, นายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, นายสรรเพชร บุญญามณี รมช.คมนาคม, พล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.), พล.ร.อ.ไพรโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
สำหรับเมนูอาหารประกอบด้วย มัสมั่นเนื้อ, ไก่กอและ, ผัดสะตอกุ้ง, ซอเลาะลาดอ, ปลาอินทรีย์เจ๊ะการ์, ยำส้มโอทับทิมสยาม และผักน้ำพริกกะปิ รวมถึงเมนูของหวาน คือ ลำไยลอยแก้ว และผลไม้รวม
ภายหลังรับประทานอหารเสร็จสิ้น นายวันนอร์กล่าวขอบคุณคณะนายกฯที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมและร่วมรับประทานอาหารที่บ้าน ตนรู้จักและเคยร่วมงานกับนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2544 รวมระยะเวลากว่า 25 ปี จึงทราบดีว่าเป็นคนจริงจังในการทำงาน และเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาในหลายด้าน
นายวันนอร์ กล่าวต่อว่า นายอนุทิน มีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี ผ่านสถานการณ์สำคัญของประเทศ ทั้งช่วง วิกฤตต้มยำกุ้ง และสถานการณ์โควิด-19 ที่มีปัญหาซับซ้อน จึงเชื่อมั่นว่าสามารถแก้ไขวิกฤตของประเทศในปัจจุบันได้ และชื่นชมคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า เป็นนโยบายที่กระชับ ชัดเจน ไม่เน้นความเป็นวิชาการหรือถ้อยคำหรูหรา แต่เป็นนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการศึกษา โดยเชื่อว่าหากรัฐบาลดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องครบวาระ 4 ปี สถานการณ์ของประเทศจะดีขึ้น
ส่วนการเข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายวันนอร์ กล่าวว่า แม้ตนจะมีอายุมากแล้วและควรพักผ่อน แต่เมื่อประเทศมีปัญหาและนายกรัฐมนตรีได้เอ่ยปากขอให้ช่วย จึงยินดีเข้ามาทำหน้าที่ โดยยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือความขัดแย้งทางการเมือง
ทั้งนี้ เมื่อ 5-6 ปีก่อน เคยพบกับนายอนุทิน ในงานหนึ่ง และได้กล่าวว่าเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯแล้ว รวมถึงเคยพูดคุยกับบิดาของนายอนุทิน ซึ่งขณะนั้นเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา กระทั่งปัจจุบันเมื่อได้ดำรงตำแหน่งจริง ตนจึงพร้อมทำตามคำรับปากที่จะเข้ามาช่วยงาน
นายนอร์ ยังกล่าวอีกว่า สถานที่แห่งนี้เคยต้อนรับนายกฯมาแล้ว 2 คน ได้แก่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อปี 2540 และ นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2546 โดย นายอนุทิน ถือเป็นนายกฯคนที่ 3 และอาจเป็นคนสุดท้ายที่ได้เชิญมารับประทานอาหาร เนื่องจากปัจจุบันตนมีอายุ 81 ปี ย่าง 82 ปี พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า นายอนุทิน จะสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างน้อย 4-8 ปี และนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ได้
จากนั้น นายนอร์ ได้มอบกริชเป็นของที่ระลึกให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ได้หยิบเงินขึ้นมาจ่าย โดยนายนอร์ รับเงิน พร้อมกล่าวว่า การให้กริชหรือของมีคมจะต้องจ่ายเงินเพื่อเป็นเคล็ด รวมถึงลูกเขยของวันนอร์ ได้มอบของที่ระลึกให้ด้วย ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน