นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พรรคไทยภักดี แถลงเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า เงินในส่วนเยียวยาประชาชน 200,000 ล้านบาทนั้นไม่ติดใจ แต่ต้องการสื่อสารกับประชาชนว่าการใช้จ่ายเงินในส่วนที่ 2 เกี่ยวกับงบประมาณโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด 200,000 ล้านบาท
ตนรู้สึกตกใจมาก โดยอ้างคำแถลงของรัฐบาลที่ ระบุถึงโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานว่าการกู้เงิน 200,000 ล้านบาทเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด
นายแพทย์วรงค์ อ้างว่า ได้รับข้อมูลล่าสุด 2 วันที่ผ่านมาว่าการกู้เงินในก้อน 200,000 ล้านบาท หลังมีแผนงานโครงการ 4 แผน คือ
- นำเงินไปติดตั้งโซลาร์รูฟให้กับหน่วยราชการ
- นำเงินไปเปลี่ยนรถราชการจากรถน้ำมันไปเป็นรถไฟฟ้า EV
- จะนำเงินไปติดตั้งสถานีชาร์จไฟรถ ให้ส่วนราชการ
- นำเงินไปพัฒนาทักษะของประชาชน
โดยมองว่าใช้เงิน 200,000 แสนบาทลักลั่น 3 แผนงานแรก จึงถามดัง ๆ ไปถึงส่วนราชการ หรือรัฐบาลว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรนอกจากพัฒนาทักษะ ยังมองไม่ออกว่า 200,000 แสนล้านบาท ที่เร่งกู้ประชาชนได้ประโยชน์อะไร ดูในภาพรวมความจำเป็นเร่งด่วนไม่มีเลย พันธสัญญาที่รัฐบาลไทยทำกับประชาคมโลก เพื่อคาร์บอนเป็นกลางในปี 2593 อีก 24 ปี ทำไมจะต้องเร่งกู้เงินเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ภายใน 1 ปีนี้ ซึ่งดูผิดปกติ
“มันทำให้ผมเกิดข้อสงสัยว่า โครงการกู้เงินเฉพาะ 200,000 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนถ่ายพลังงานสะอาด ท่านกำลังทำเพื่อประโยชน์นายทุนหรือไม่ ไม่ว่าจะจะเป็นนายทุนโซลาร์ในทุนรถอีวี หรือนายทุนติดตั้งสถานีชาร์จ มิหนำซ้ำไม่แปลกที่ประชาชนอย่างพวกเราจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้หาเงินเงินทอนได้ง่ายมาก เพราะยังจะประโยชน์ของพี่น้องประชาชนไม่ได้ในการกู้เงินเฉพาะ 200,000 ล้านบาท เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ยกเว้นให้ประชาชนมาตามใช้หนี้” นพ.วรงค์ กล่าว
นายวรงค์ กล่าวว่าพร้อมให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลแต่จะต้องเสนอแผนงานรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการทั้งหมดให้กับสาธารณะได้รับรับทราบ เพราะสิ่งที่ได้ทำการบ้านมามีแค่นี้ ซึ่งมันไม่คุ้มค่าในการกู้เงินแบบเร่งด่วนภายใต้ พ.ร.ก. และนำมาทำ 3 แผนงาน ในข้างต้นเหมือนท่านกำลังแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้องมากกว่าที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างผลประโยชน์ให้กับประชาชน
โดยเรียกร้องให้เปิดเผยโครงการ 200,000 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานมีแผนอะไรบ้างเพื่อแจ้งให้สาธารณะได้รับทราบ ยังแสดงความกังวลว่ารัฐบาลกำลังถูกครอบงำจากนายทุนกลุ่มหนึ่ง ทำให้กรอบความคิดพุ่งไปเพียงเรื่องพลังงานสะอาดพุ่งเป้าไปแต่โซลาร์เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นโซลาร์ฟาร์มหรือโซลาร์รูฟท็อป แต่ประสิทธิภาพของโซลาร์ผลิตได้วันหนึ่ง 5 ชั่วโมง
พร้อมหยิบยกว่าพลังงานสะอาดของไทยมีจุดแข็งที่นำมาจากภาคเกษตร เช่น พืชพลังงาน หรือแก๊สชีวภาพ ที่ไทยพึ่งพาตนเองได้ไม่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และผลประโยชน์สามารถไปถึงเกษตรกร และมีประสิทธิภาพที่สามารถผลิตได้ 24 ชั่วโมง แต่รัฐบาลกลับปฏิเสธแผนงานเหล่านี้