PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

“อนุชา” เปิดใจ หวนคืน "ประชาธิปัตย์" ลงชิงผู้ว่า กทม. เหมือนไฟลุกโชนอีกครั้ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อนุชา” เปิดใจ หวนคืน "ประชาธิปัตย์" ลงชิงผู้ว่า กทม. เหมือนไฟลุกโชนอีกครั้ง แม้ตั้งใจถอยห่างทางการเมืองไปแล้วหลังยุบสภา ยกผู้บริหารพรรคปัจจุบันแนวทางตรงกัน ”ทำการเมืองสุจริต“ มั่นใจ ”คนกรุงฯ“ เทคะแนนให้กลับเข้าไปทำงาน ย้ำ ทำการเมืองสุจริต ชี้ นโยบาย “สะดวก สะอาด สบาย”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ที่กำกับดูแล กทม. นำทีมเปิดตัว นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเปิดตัวสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครบทั้ง 50 เขต

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าทุกคนทราบดีคนที่ติดตามการเมืองว่าพรรคประชาธิปัตย์กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสทำงานด้วยกันมาเป็นเวลานาน

ผู้ว่า กทม. พรรคประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย

ตัวเองก็ลงสมัคร สส.ในเขตกรุงเทพฯถึง 4 ครั้ง ผ่านการทำหน้าที่ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครมาหลายครั้ง สิ่งที่อยากยืนยันกับพี่น้องประชาชนเพื่อความมั่นใจ คือพรรคประชาธิปัตย์มีบุคลากรจำนวนมาก ที่มีประสบการณ์และความผูกพันกับชาวกรุงเทพฯ วันนี้จะอยากเริ่มต้นด้วยการขอบคุณ อดีตผู้บริหารกทม.และ ที่ปรึกษาของกทม.ในนามพรรคในอดีตที่วันนี้มาร่วมงาน

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ได้เปิดตัว นายอนุชา ในฐานะผู้ลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์

ผู้ว่า กทม. พรรคประชาธิปัตย์
นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้ลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

จากนั้น นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้ลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดใจ ว่าวันนี้ตนจะขอสื่อสารโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพี่น้องชาวกทม. และสื่อมวลชน ที่สอบถามตนมาตลอดสัปดาห์ว่าเหตุใด ตนจึงเข้ามาเป็นผู้สมัคร เป็นแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งๆที่รู้อยู่ ตนก็คิดว่าในห้องนี้ไม่ต้องไปไกล ถ้าถามว่าวันนี้ว่า“ใครมา” ก็คงคิดเป็นเสียงเดียวกันอยู่แล้ว แต่ว่ามันไม่สิ่งที่จะทำให้ตนย่อท้อและตัดสินใจเป็นอย่างอื่น

สิ่งที่ตน คิดว่ากลับมาครั้งนี้ จริงๆ ตนบอกกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในแวดวงการเมือง และได้บอกกับผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวของตน บอกกับเพื่อนฝูงที่อยู่ในแวดวงธุรกิจว่าตนคงจะวางมือตั้งแต่เลือกตั้ง และตอนนั้นก็คำนวณไว้แล้วว่าเมื่อยุบสภาตามวาระ อายุตนคงที่จะพอสมควร ที่จะเกษียณได้แล้ว แต่บังเอิญเรื่องของสภาเอาแน่เอานอนไม่ได้ มีการยุบสภาก่อนวาระเกือบ 2 ปี ทำให้ตนมีความรู้สึกว่าต้องถอยห่างจากการเมืองไป

แต่อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าที่ผ่านมา ถ้าถามว่าทำไมตนต้องอยากออกจากการเมืองไปทั้งๆที่ ตนเป็นสส.แค่ 3 สมัย แม้ตอนนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้สอบถามตนว่าอยากจะมาลงสมัครในส่วนของท้องถิ่นบ้างหรือไม่ แต่ตนก็ไม่ได้คิดที่จะลงมา เพราะยังมีความรู้สึกว่าตนยังนำเสนอแนวคิด ไอเดียต่างๆ ในระดับชาติยังไม่ครบถ้วน

ขณะที่ต่อมา หลายเรื่องที่ตนอภิปรายในสภาว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศไทย มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มีขีดความสามารถการเเข่งขันของประเทศที่ดีขึ้น และทำอย่างไรให้ชีวิตของคยกรุงเทพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกับดักรายได้ ที่วันนี้ประเทศอยู่รายได้ปานกลางที่ควรจะก้าวไปสูงได้แล้ว เพราะเราติดกับดักนี้มาเป็นสิบปี เรายังย่ำอยู่กับที่มาเป็นสิบปีแล้วไม่ว่าจะผ่ายรัฐบาลมากี่สมัย กี่ยุค หลายสิ่งตนเสนอไปหมดแล้ว แต่อาจจะไม่เป็นรูปธรรมเพราะ บางสิ่งเราไม่อาจจะไปเเตะในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ได้ ทุกอย่างได้นำเสนอไปหมดแล้ว ตนถึงได้คิดจากเฟดออกมา

แต่วันหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้โอกาสโดยสอบถามอีกครั้งหนึ่ง เป็นการสอบถามว่ายังสนใจ ที่จะมาสมัคร ในการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ เป็นแคนดิเดตผู้ว่ากรุงเทพมหานคร จากเดิมที่ตนหมดไฟไปแล้ว วินาทีนั้นที่เกิดขึ้นกับตนก็มีไฟลุกกลับมา เหมือนอะไรก็ไม่รู้ ก็คิดขึ้นมาทันที เพราะเป็นอะไรที่อยากทำ กรุงเทพฯเป็นสิ่งที่ฟังไม่เคยนำเสนอ เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องใกล้บ้านเมืองเกิด มันเป็นเรื่องใหญ่มหภาค เรื่องเศรษฐกิจต่างๆ การปรับโครงสร้างประเทศ แต่ไม่เคยคิดที่จะลงมา ซึ่งสมัยที่ตนเป็นสส.กทม. เราก็ทำในพื้นที่ พัฒนาในพื้นที่ มามากมาย แต่ไม่ได้ทำนอกพื้นที่ เพราะก็มี สส. คนอื่นอยู่

วันนี้เหมือนผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ จุดไฟให้ผมว่า มันยังมีอะไรหลายอย่างที่ผมยังทำไม่สำเร็จ ในส่วนของการเมือง ผมจึงคิดว่า ผมยังไม่เป็นนักการเมืองที่ดี ถ้าผมจะปล่อยผ่านในปัญหาที่ผมก็รู้ ในฐานสส.กรุงเทพฯ 2 สมัย และบัญชีรายชื่อ 1 ครั้ง รวมถึงได้รับให้ดูแลในภาพรวมของกทม.ด้วย มันจึงเป็นที่มาของวันนี้

นายอนุชา กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ให้โอกาสตนนั้น ยังมีความรู้สึกว่าแนวทางการทำงานของตน ในอดีตที่ผ่านมาในฐานะสส. คือแนวทางของผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน ภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค คือการทำการเมืองแบบสุจริต นี่เป็นอีกจุดนึงนอกเหนือจากไฟที่รุกโชนขึ้นมา เหมือนกับอุดมการณ์ที่เราเคยมาลงเพราะอะไร นี่คือจุดที่ผมต้องกลับมาเพราะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว ตนมีพี่น้อง ผู้บริหารทุกคนที่พร้อมจะสนับสนุนตน ให้ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินในปัจจุบันนี้ นี่คือเหตุผลของตนในวันนี้ ที่สำนึกในเกียรติ มีความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะอาสาเข้ามาเป็นผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ในนามพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนวิสัยทัศน์ที่ตนและพรรคจะนำเสนอ คือกรุงเทพฯ เป็นเมืองฟ้าอมร และเมือง “And more” ซึ่งเป็นเมืองที่คิดว่าทำให้น่าอยู่กว่านี้ ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ และควรเป็นอนาคตให้คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาใช้ชีวิต สร้างถิ่นฐานโดยไม่คิดจะย้ายไปไหน

สำหรับนโยบายที่ออกมาไม่ใช่เรื่องที่จินตนาการ แต่สมารถสร้างความภูมิใจ ทำได้จริง คือการพัฒนาความสะดวก ความสะอาด ความสบายที่ถือเป็นเรื่องงาน และคำว่า ”And more“ สำหรับบางคนที่มีข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการรับฟังของพรรค ที่ไม่ใช่การสั่งการจากบนลงล่าง

นายอนุชา กล่าวต่อว่า คนกรุงเทพมหานครตื่นมาพร้อมความกังวล ต้องรอยตรวจสอบทั้งเรื่องฝุ่น รถติด น้ำท่วม การเดินทางในชีวิตประจำวัน ซึ่งพรรคจะเข้าไปบริหารกรุงเทพฯ ให้ทุกคนคลายกังวล เกิดความสบายตัว สบายใจ โดยเฉพาะเรื่องความสะดวก คือการเดินทางที่ไม่ใช่แค่การทำให้ระบบคมนาคมดี หรือแม้กระทั่งการไปสำนักงานเขต ต้องไม่นั่งถามว่ารู้จักใครบ้าง แต่สามารถดำเนินการทำได้ตามคิว ไม่สนใจว่าจะเป็นใครใหญ่โตจากไหน ในเรื่องความสะอาด ต้องศึกษาหาแนวทางในการจัดให้ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม ขยะ ที่จะควบคู่ไปกับนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งการบริหารที่ต้องสะอาด ที่ทำการเมืองอย่างสุจริต ส่วนเรื่องความสบาย คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี คลายความกังวล

เราคิดว่าสามารถจะต่อยอดได้มากกว่านี้ ถ้าผมคิดว่ากรุงเทพมหานครดีอยู่แล้ว ผมคงไม่ก้าวลงมาอาสาประชาชนเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ แต่วันนี้ผมและพรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจว่าสามารถที่จะทำได้ดีกว่านี้ กรุงเทพฯเป็นได้มากกว่านี้

นอกจากนี้ นายอนุชา ยังระบุว่า การรณรงค์ต้องทำเต็มที่ ไม่ว่าในผลโพลจะระบุให้เป็นรองหรือไม่อยู่ในสายตา แต่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับตน และผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการทำงานของผู้สมัครเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ตนจะกลับมาในนามพรรคก็พูดแบบตรง ๆ ไม่ต้องทำให้เข้าใจผิดไม่ต้องมีข้อครหาจากใครทั้งสิ้น และวันนี้ตนมั่นใจว่าความตั้งใจของผู้สมัครทุกคนจะทำให้ประชาชนกรุงเทพฯ จะหวนใจกลับคืนให้ทุกคนได้กลับไปทำหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ