รัฐโต้ "ไอซ์ รักชนก" ปม TH-AI Passport ย้ำ AI ไม่ใช่แอปฯ ขยะยุคเก่า

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รองโฆษกรัฐบาลโต้คลิป "ไอซ์ รักชนก" ปม TH-AI Passport ย้ำ AI ไม่ใช่แอปฯ ขยะยุคเก่า แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจไทย

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นางสาวรักชนก ศรีนอก เผยแพร่คลิปวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยเปรียบเทียบว่าเป็นรหัส ATM กดเงิน และโยงกับยุคงบทำแอปฯ ในอดีตว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้งบประมาณภาครัฐ แต่ในบางประเด็นอาจสะท้อนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อบทบาทของเทคโนโลยี AI ในเศรษฐกิจยุคใหม่

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รองโฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า การนำ AI ไปเปรียบเทียบกับแอปพลิเคชันภาครัฐในอดีต เป็นการเปรียบเทียบที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของเทคโนโลยี เพราะ Generative AI ไม่ใช่แอปพลิเคชันเฉพาะกิจแต่เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานใหม่ (General Purpose Technology) ที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจและการทำงานในทุกภาคส่วน ไม่ต่างจากไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตในอดีต

“AI ไม่ใช่เรื่องแฟชั่นหรือกระแสชั่วคราว แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ หากคนไทยเข้าไม่ถึง AI ก็เท่ากับเสียโอกาสในการแข่งขันทั้งด้านการศึกษา อาชีพ และธุรกิจ” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว

รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า โครงการ TH AI Passport ถูกออกแบบให้เป็น “แพลตฟอร์มกลาง” ที่รวบรวมเครื่องมือ AI ระดับโลกไว้ในจุดเดียว สอดคล้องกับแนวทาง National Super App ของรัฐบาล ที่มุ่งลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มการเข้าถึงบริการดิจิทัลของประชาชน ไม่ใช่การสร้างแอปใหม่กระจัดกระจายเหมือนในอดีต

ในส่วนข้อวิจารณ์เรื่อง “ลดค่าครองชีพไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงดีอี” รองโฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า ปัจจุบันค่าบริการ AI ระดับสูงมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 700-1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นภาระสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการรายย่อย การสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI จึงเป็นการลด “ต้นทุนทางดิจิทัล” และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี ซึ่งเป็นภารกิจโดยตรงของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน รองโฆษกรัฐบาลย้ำว่า โครงการนี้ไม่ใช่การ “แจกฟรีแบบไม่มีเงื่อนไข” แต่เป็นระบบ “Learn to Earn” ที่ผู้ได้รับสิทธิ์ต้องผ่านการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI ก่อน จึงจะได้รับสิทธิ์ใช้งาน AI เวอร์ชัน Pro พร้อมมีระบบหมุนเวียนสิทธิ์อัตโนมัติสำหรับผู้ที่ไม่ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและงบประมาณของรัฐ

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวเพิ่มเติมว่า หลายประเทศทั่วโลกต่างมีนโยบายสนับสนุนการเข้าถึง AI และยกระดับทักษะแรงงานด้านดิจิทัลเช่นเดียวกัน เพราะมองว่า AI คือโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในอนาคต ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยีทั่วไป

ในด้านความคุ้มค่าเชิงงบประมาณ รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า หากประชาชน 5 ล้านคนต้องซื้อบริการ AI ระดับ Pro ด้วยตนเอง จะมีค่าใช้จ่ายรวมสูงถึงประมาณ 36,000 ล้านบาทต่อปี แต่รัฐบาลใช้กลไกการจัดซื้อรวมระดับประเทศ ทำให้สามารถลดต้นทุนลงเหลือประมาณ 1,600 ล้าน ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพของการรวมอำนาจต่อรองในระดับรัฐ

“รัฐบาลพร้อมรับการตรวจสอบทุกโครงการ แต่การวิพากษ์วิจารณ์ควรตั้งอยู่บนความเข้าใจต่อเทคโนโลยีและบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะหากประเทศไทยยังมอง AI เป็นเพียงแอปฯ เหมือนในอดีต ประเทศก็อาจเสียโอกาสสำคัญในการแข่งขันระดับโลก” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ