Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

“วิโรจน์” หนุนรัฐถอยปมภาษีดูแลพ่อแม่ เตือนบัตรสวัสดิการฯ เสี่ยงถูกมองเป็น “บัตรเนรคุณ”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“วิโรจน์” หนุนรัฐบาลถอยภาษีดูแลพ่อแม่ ชี้ลดหย่อนมูลค่าไม่ได้มาก แต่ช่วยสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง ซัดรัฐอย่าคิดแต่ตัวเลข เตือน “บัตรสวัสดิการ” อาจกลายเป็น “บัตรเนรคุณ”

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้ความเห็นกรณีการทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการลดหย่อนภาษีดูแลพ่อแม่ว่า ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทบทวนเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมองว่าเป็นคนละประเด็นกัน เนื่องจากการลดหย่อนภาษีในส่วนนี้ หากนำมาคำนวณเป็นมูลค่าเม็ดเงินแล้วถือว่าไม่ได้มากมาย 

สิ่งสำคัญคือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการให้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการเลี้ยงดูพ่อแม่ ซึ่งเป็นความพยายามในการสร้างสถาบันครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง 

 

วิโรจน์ ช่างภาพพีพีทีวี
“วิโรจน์” หนุนรัฐถอยปมภาษีดูแลพ่อแม่ ชี้คนกตัญญูไม่ควรถูกลงโทษ เตือนบัตรสวัสดิการฯ เสี่ยงถูกมองเป็น “บัตรเนรคุณ”

ส่งเสริมให้ลูกดูแลบุพการี โดยรัฐใช้มาตรการทางภาษีเป็นแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมอันพึงประสงค์ในสังคม แต่หากยกเลิกสิทธิดังกล่าว สังคมอาจมองว่าคนที่กตัญญูกลับถูกลงโทษ จนมีการนำไปวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “บัตรสวัสดิการเนรคุณ” ซึ่งตนเห็นด้วยที่กระทรวงการคลังได้ทบทวนเรื่องนี้แล้ว

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ตนเข้าใจมุมมองของกระทรวงการคลัง แต่อยากสะท้อนว่าบางเรื่องไม่สามารถคิดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียวได้ เพราะหากมองเฉพาะตัวเลข ก็อาจตีความได้ว่าเมื่อลูกดูแลพ่อแม่แล้ว รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแล จึงคิดตัดสิทธิเพื่อดึงเงินกลับเข้ารัฐ แต่หากพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง และคำนวณในเชิงตัวเลขอย่างละเอียด จะพบว่าเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องไม่ได้มากนัก

ทั้งนี้ มีการประเมินว่ากลุ่มผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้ตั้งแต่ 40,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ซึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้มีรายได้ในระดับดังกล่าว ดังนั้น การทบทวนจึงเป็นเรื่องที่ดี ไม่เช่นนั้นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจกลายเป็น “บัตรเนรคุณ” ได้ทันที

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวควรถูกยกเลิกไปเลยหรือไม่ เนื่องจากสร้างความไม่เข้าใจในสังคม นายวิโรจน์กล่าวว่า เชื่อว่าสุดท้ายเรื่องนี้จะจบลงด้วยดี เพราะรัฐบาลยอมทบทวนแล้ว

นายวิโรจน์ ยังอยากใช้โอกาสนี้ฝากเตือนประชาชน เนื่องจากปัจจุบันมีผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากที่สงสัยว่าทำไมตนเองจึงไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งที่มีฐานะยากจนและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โดยเฉพาะกรณีที่กำหนดว่าหากมีรายได้เข้าบัญชีเกิน 100,000 บาทต่อปี จะไม่ได้รับการพิจารณา

จากการที่ตนได้ตรวจสอบหลายกรณี พบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า มีประชาชนจำนวนหนึ่งถูกนายหน้าหลอกให้เปิดบัญชีม้า ก่อนที่กลุ่มมิจฉาชีพจะนำบัญชีดังกล่าวไปใช้เป็นทางผ่านของเงินผิดกฎหมาย ซึ่งมีมูลค่าหลักแสนถึงหลักล้านบาท ทำให้ระบบของรัฐตรวจพบและประเมินว่าบุคคลนั้นไม่ได้ยากจนจริง จนส่งผลให้ถูกตัดสิทธิ

นายวิโรจน์ ยังฝากเตือนประชาชนว่า หากใครไม่แน่ใจว่าตนเองเคยถูกหลอกหรือเคยเปิดบัญชีม้าไว้หรือไม่ ขอให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบและปิดบัญชีที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเร็ว เพราะผลกระทบของการเปิดบัญชีม้าไม่ได้มีเพียงการสูญเสียสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น แต่ยังอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างร้ายแรงอีกด้วย

ส่วนประเด็นที่กรมสรรพากรอาจยกเลิกการใช้เกณฑ์ดังกล่าวเฉพาะในปีนี้ แต่ในปีหน้าอาจนำกลับมาใช้อีกครั้งนั้น นายวิโรจน์มองว่า รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจน

สำหรับกระแสคัดค้านที่เกิดขึ้นในปีนี้ มีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ รัฐบาลอาจไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการลดหย่อนภาษีที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็ง จึงถูกประชาชนคัดค้าน และหากรัฐบาลต้องการปรับเปลี่ยนนโยบายใด ควรเริ่มใช้กับปีภาษีถัดไป ไม่ใช่ดำเนินการย้อนหลังหลังจากที่ประชาชนได้วางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไปแล้ว

ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการสื่อสารเรื่องนี้ในอนาคต ก็สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา พร้อมแสดงตัวเลขเปรียบเทียบให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจนว่าแนวทางใดคุ้มค่ากว่ากัน และต้องแจ้งให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้าก่อนถึงช่วงยื่นภาษี เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสวางแผนและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม โดยกระบวนการสร้างความเข้าใจสามารถดำเนินการได้ แต่รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจอย่างเต็มที่

นายวิโรจน์ ยังตั้งคำถามทิ้งท้ายถึงรัฐบาลว่า มีช่องทางอื่นในการเพิ่มรายได้ให้รัฐมากกว่านี้หรือไม่ ก่อนจะหันมาเก็บรายได้จากส่วนดังกล่าว เพราะแม้การยกเลิกสิทธิลดหย่อนจะช่วยเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีได้บ้าง แต่ฐานภาษีหลักของประเทศไทยยังคงมาจากภาษีการบริโภคหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ขณะที่ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีจำนวนไม่มากนัก

ดังนั้น ต่อให้ยกเลิกสิทธิลดหย่อนดูแลพ่อแม่ เม็ดเงินที่รัฐจะได้รับกลับคืนมาก็ไม่ได้มากมาย จึงอยากเสนอให้รัฐบาลมุ่งหาแหล่งรายได้จากช่องทางอื่นที่มีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากกว่า
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ