รศ.ดุลยภาค วิเคราะห์หลังจีนส่งรถถังให้กัมพูชา หวั่นตึงเครียดชายแดน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รศ.ดุลยภาค มองจีนส่งรถถัง T-59D ให้กัมพูชาสร้างความกังวลต่อไทย หวั่นเพิ่มความมั่นใจกัมพูชาตามแนวชายแดน พร้อมเตือนกองทัพไทยไม่ควรประมาทสถานการณ์

รศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษาและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าววิเคราะห์ภายหลัง จีนส่งรถถัง T-59D ให้กับกัมพูชา โดยส่วนตัวมองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและกัมพูชา เป็นความสัมพันธ์ ระดับยุทธศาสตร์ 2+2 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและกลาโหมของทั้งสองประเทศ ในส่วนของ กระทรวงกลาโหมมีหน้าที่ในการช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่กัมพูชา

รศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษาและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รายการเปิดโต๊ะข่าว
รศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษาและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แต่ในส่วนของเวลาที่กัมพูชากำลังพยายามยั่วยุไทยมากขึ้น การส่งรถถังหรือเรือก่อนหน้านี้ อาจจะสร้างความไม่สบายใจให้กับไทย เนื่องจากกัมพูชาเป็นรัฐที่หากได้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือทำให้มั่นใจ จะใช้ยั่วยุตามแนวชายแดนโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้บั่นทอนเสถียรภาพและสันติภาพ ในภูมิภาคเช่นกัน

รศ.ดุลยภาค ยังมองว่าจีนพยายามเต็มที่ในการอธิบายให้กับไทยเข้าใจ เพราะทางจีน จะมอง “ไทย - พม่า - ลาว - กัมพูชา” เป็นแพ็กเกจเดียวกัน เมื่อทะเลาะกันก็จะส่งผลกับแผนยุทธศาสตร์ BRI จีนจึงต้องการเป็น “กาวใจ” เพื่อช่วยให้ ไทย - กัมพูชา สมานฉันท์กันตามวิถีเอเชีย แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อ “จีน” เข้าร่วมยุทธศาสตร์ 2+2 กับกัมพูชา จึงทำให้ต้องช่วยเหลือกัมพูชาหลายอย่าง

หากย้อนไปตั้งแต่สมัย สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซนเป็นนายก ที่เคยมียุทธศาสตร์จตุโกณหรือยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ที่ช่วยพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน จีนมีความสัมพันธ์กับกัมพูชานานแล้ว จีนตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชาไม่ได้ แต่ก็ตัดความสัมพันธ์กับไทยไปไม่ได้เช่นกัน เพราะถ้ามีอะไรกระทบชายแดน ก็จะกระทบจีนไปทั้งหมด จีนเองก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับกัมพูชา จึงทำให้ไทยไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์นี้ ทางจีนจะต้องมาอธิบายให้เข้าใจด้วย ซึ่งจีนไม่เลือกข้างใครแต่มองภาครวมในภูมิภาค ขณะเดียวกันไทยเองก็ไม่ได้เลือกข้างจีนด้วย เราใช้ยุทธศาสตร์ถ่วงดุล ซึ่งสามารถคุยกับสหรัฐอเมริกา และขั้วอำนาจอื่นได้ตามผลประโยชน์ และความถูกต้อง

ส่วนที่ทางจีนดูไม่ค่อยแคร์ไทยเท่าไรนั้น รศ.ดุลยภาค ในมุมจีน น่าจะมองว่า ตัวจีนเองขายอาวุธและบริจาคอาวุธให้กับหลายประเทศทั่วโลกอยู่แล้ว เรื่องการส่งอาวุธให้กับกัมพูชา ส่วนไทยเองก็มีการใช้อาวุธที่ถูกส่งมาจากหลายประเทศ รวมถึงจีนด้วยอยู่แล้ว มุมมองจีนน่าจะมองเป็นองค์รวม แต่มุมมองไทย มองว่าการที่จีนส่งเรือรบ ตามมาด้วยรถถัง ทำให้รู้สึกว่าถี่ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับไทย และกังวลว่ากัมพูชา จะเหิมเกริมขึ้นหรือไม่ ? ซึ่งจีนจะต้องออกมาอธิบายเพิ่มเติมในส่วนนี้และคิดว่า “เราต้องสื่อสารบอกเขาไปตรง ๆ” ว่าเราไม่สบายใจ เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกบั่นทอนสันติภาพในภูมิภาค จีนควรจะพิจารณาบางอย่างให้รอบคอบ หรือให้คำมั่นให้กับไทย ส่วนตัวตนเองมองว่าไทยแสดงจุดยืนมาให้เห็นประมาณหนึ่งแล้ว ในเมื่อจีนไม่เลือกข้างไทย ไทยเองก็ไม่เลือกข้างจีน แต่ไทยก็ยังสามารถใช้ยุทธศาสตร์ถ่วงดุลกับประเทศอื่น ๆ ได้อยู่เช่นกัน

รศ.ดุลยภาค ประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าในมุมของกัมพูชารบไปนานหลายเดือนแล้ว หมายถึง เมื่อเราไปลงนามข้อตกลงหยุดยิง ที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อ 27 ธันวาคม 2568 เมื่อเซ็นจบแล้วกัมพูชาจึงรบต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่ข้อตกลงคือกองกำลังฝ่ายใด วางกำลังตรงไหนแล้วก็ให้อยู่ตรงนั้น แต่กัมพูชาขยับ และละเมิดข้อตกลงตลอด ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลง ส่วนการรบโดยใช้กองกำลังหรืออาวุธ มองว่ากัมพูชากำลังรอโอกาสอยู่ แต่ไม่คิดว่ากัมพูชาจะเปิดแนวรบหลายจุดพร้อมกัน 758 กิโลเมตร พร้อมกันแต่น่าจะคัดสรรยุทธภูมิที่อยากได้จริง ๆ มากกว่า เช่น ปราสาทตาเมืองธม ปราสาทตาควาย หรือช่องบก เป็นต้น ถ้าเกิดการจุดติด เขาจะรบไปและทำคอนเทนต์ไปเพื่อให้นานาชาติมองว่าโดยรังแก และกัมพูชาแข็งแรง และสามารถทวงคืนพื้นที่ได้ และบอกได้ว่า “ฮุน เซน และ ฮุน มาเน็ต ยังรักชาติบ้านเมือง พร้อมที่จะ ชิงชัย ! เอาแผ่นดินคืน แต่กำลังพลไม่เพียงพอต่อการเปิดแนวรบหลาย ๆ ภูมิศาสตร์ในประเทศไทย

รศ.ดุลยภาค ระบุว่าเขาต้องการทำทุกวิถีทางให้ชนะไทยและปกป้องผลประโยชน์ ทฤษฎีของตนเองมองว่าความต้องการที่แท้จริงของกัมพูชา มี 2 ส่วน คือ การต้องการเอาดินแดนคืน ผสมกับขยายดินแดน เป็นเป้าหมายหลัก ส่วนเป้าหมายรอง ประชานิยมเชิงชาตินิยม คือกัมพูชาต้องการคะแนนความนิยม และวาดภาพไทย เป็นศัตรูผู้รุกราน เพื่อเสียงนิยม จุดเร่งร้อนเป็นพิเศษ น่าจะไม่ได้มาจากการเมืองภายในประเทศ ที่จะมีการเลือกตั้งในเร็ว ๆ นี้ แต่กัมพูชา คำนวณความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อโหมกระแสตรงนี้ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการชิงดินแดนคืน

ส่วนจะมีการประลองกำลังเร็ว ๆ นี้หรือไม่ ? รศ.ดุลยภาค เปิดเผยว่า ยังอยู่ช่วงเงื่อนไขฤดูฝน ถ้าดูเค้าลางการปะทะกับเมื่อปีที่แล้วคือช่วง เดือนพฤษภาคม ซึ่งผ่านวงรอบมาแล้ว 1 ปี อาจารย์มองว่า รถถังที่จีนส่งมา เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะเกิดการสู้รบตามแนวชายแดน เนื่องจากปีที่แล้วมีศึกดวลรถถังกันซึ่งกัมพูชาพ่ายไทย เมื่อกัมพูชามีรถถังที่ดีมากขึ้น จึงมองว่ากองทัพไทยไม่ควรประมาท แต่เมื่อดูกันหมัดต่อหมัดแล้ว กองพลรถถัง หน่วยทหารม้ายังอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ อีกทั้งยังมี F-16 ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันประเทศได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ