ในช่วงระหว่างการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ยังคงมีความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากทางปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ชี้แจงเสร็จ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ฯ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ร่างทีโออาร์ ทำการชี้แจงรายละเอียด
ซึ่งช่วงจังหวะนั้น นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.ฯ ที่กลับเข้ามาในห้องประชุม พยายามยกมือเพื่อขอพูด แต่ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ ที่เข้าร่วมประชุมอีกคณะ กล่าวว่า ขอให้กระบวนการประชุมดำเนินการก่อน โดยนายศุภชัย กล่าวว่า ขอพูดแค่ 2 นาที แล้วจะออกเลย ขณะที่นายรังสิมันต์พยายามคัดค้าน โดยแจ้งว่าขอให้รอ
ทำให้นายศุภชัย ระบุว่า ตนจะไม่ประชุมร่วมแล้ว พูดเสร็จจะเดินออกจากห้องประชุมเลย
"ผมจะไม่มีคำถามกับผู้ที่เข้ามาชี้แจงในวันนี้ เพราะผมได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งว่า พวกท่านได้เซ็ตอัพกันมา โดยมีการเชิญผู้นำฝ่ายค้านเป็นเซ็ตอัพให้กับพรรคประชาชน ให้มาซัดเรื่องนี้ ผมขอบอกว่าผมไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วย ในกรณีนี้" นายศุภชัย กล่าว
จากนั้นนายศุภชัย ได้ลุกขึ้นออกจากห้องประชุมทันที
ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้เข้าร่วมประชุมในภายหลัง ได้ลุกขึ้นขอชี้แจงว่า ตนได้ติดตามไลฟ์สดผ่านสื่อมวลชน และมีข้อสงสัยที่อยากจะถาม โดยตนเพิ่งได้ส่งข้อความมายังประธาน เพื่อขออนุญาตเข้าห้องประชุมเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
ส่วนประเด็นสำคัญในวันนี้ ถ้าหากถามปลัดกระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้รับคำตอบไปในทิศทางเดียวกันคือ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ แต่อย่าลืมว่าเรามีหน่วยงาน ป.ป.ช. ขึ้นมาทำการตรวจสอบการคอร์รัปชัน เพื่อให้การดำเนินโครงการถูกต้องตามระเบียบ ซึ่งเรารู้ดีว่าอาจจะเป็นเรื่องของการให้ผลประโยชน์ทับซ้อน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จึงขอตั้งคำถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในห้องประชุมนี้ อย่างเช่น ป.ป.ช. ขอถามผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริตว่า หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงด้วยสามัญสำนึก จากไทม์ไลน์ที่สังคมได้เห็นร่วมกัน พบว่าเคยมีแอปพลิเคชันจากเอกชนใน App Store ซึ่งเนื้อหามีลักษณะเหมือนกันกับโครงการ TH-AI Passport โดยขณะนี้แอปพลิเคชันนั้นได้ถูกลบไปแล้ว อีกทั้งพบว่าทีโออาร์มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเป็นไปได้หรือไม่ว่าทีโออาร์มีการล็อกสเปกขึ้น หรือมีความพยายามที่จะเขียนให้มีรายละเอียดที่มีความหมายคล้ายกันกับอีกหนึ่งกระทรวง รวมถึงภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะว่า คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจอาจจะมีความเกี่ยวข้องโดยทางอ้อม มีความสัมพันธ์ หรือมีอำนาจในโครงการนี้หรือไม่ อยากสอบถามตัวแทนจาก ป.ป.ช. ว่า หากพิจารณาจากสามัญสำนึก ในกรณีแบบนี้สามารถสงสัยได้หรือไม่ว่า มีการคุยกันเบื้องหลัง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน
จากนั้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ยกมือและขอออกจากห้องประชุม เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องไปหาหมอ ก่อนจะพูดในที่ประชุมว่า ตัวเองไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ ตนโง่ในเรื่องนี้ และไม่อยากจะฉลาดในเรื่องนี้ ตนไม่รู้ว่าโครงการ TH-AI Passport มีประโยชน์อะไรกันแน่ แต่ทุกคนก็ได้วิจารณ์กันไป เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่า ประโยชน์ของโครงการนี้คืออะไร
“ตอนนี้เหมือนกับว่าพรรคประชาชนกำลังด้อยค่าโครงการของรัฐบาล ถ้าโครงการนี้มีเงื่อนงำจริง และมีการทำผิดหรือทุจริตจริง ไม่ต้องเรียกมาประชุม ไม่ต้องตั้งคำถาม ให้รวบรวมไปยื่น ป.ป.ช. และก่อนยื่นขอให้แถลงต่อสังคม” นายชาดา กล่าว
นายชาดา กล่าวด้วยว่า ถ้าโครงการนี้มีการกระทำที่ทุจริตจริง ตนก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ยืนยันว่าตนคงไม่เอาอนาคตทางการเมืองมาเสี่ยง จะไม่ร่วมทำลายประเทศอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของหน้าจอของบริษัทแพลนบี เรื่องนี้ยอมรับว่าผู้บริหารแพลนบีนั้น มีความเกี่ยวข้องกับทางพรรคภูมิใจไทยจริง แต่ในกรณีที่มีการล็อกสเปกหรือไม่นั้น อยากให้พรรคประชาชนเก็บข้อมูลต่าง ๆ แล้วยื่นต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการ ไม่ต้องมาประชุม ฟันตามนั้นได้เลย ทำให้เต็มที่
.
ก่อนออกจากห้องประชุม นายชาดา ได้เดินมาหา น.ส.รักชนก เพื่อจะขอลาออกจากห้องประชุม โดย น.ส.รักชนก พูดกับนายชาดาว่า วันนี้คนของพรรคภูมิใจไทยขัดขวางการประชุม ทำให้ไม่ราบรื่น ฝากเอาเรื่องนี้ไปบอกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ด้วย
.