ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี เข้ารับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยได้รับหมายเลข 4
โดยภายหลังการรับสมัคร นายเดชรัต กล่าวว่า ได้เบอร์ 4 โอเค เพราะเป็นหนึ่งในการมีส่วนร่วมในกระบวนการเปลี่ยนแปลงจังหวัดนนทบุรี เบอร์ 4 ต้องนิวนนท์
วันนี้เราจะขึ้นรถแห่เพื่อไปทักทายพี่น้องชาวนนทบุรี โดยจะวิ่งไปทางเส้นปากเกร็ด ไปจบที่ท่าน้ำนนท์ หลังจากนั้นจะมีกิจกรรมทุกวัน โดยจะมีทาง สจ. และ สส. ของพรรคประชาชนมาร่วมหาเสียงด้วย เพื่อพาตัวเองไปพบปะประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดยวันแรกจะเริ่มที่ไทรน้อย-บางบัวทอง เรามีเวลาจำกัด 30 วัน ก็จะทำ 30 วันให้เต็มที่ที่สุด
เมื่อถามว่ากังวลที่จะต้องสู้กับบ้านใหญ่หรือไม่ นายเดชรัต กล่าวว่า ไม่ได้กังวลในประเด็นนั้น แต่กังวลว่าประชาชนจะทราบวันเลือกตั้งหรือไม่ เพราะฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนประชาชนชาวนนทบุรี 20 กันยายน เป็นวันที่เราจะเลือกตั้งนายก อบจ.
"ตลอดเดือนสิงหาคมเราเจอข่าวเศร้าในจังหวัดนนทบุรีหลายข่าว ผมอยากให้วันที่ 20 กันยายน เป็นวันที่เรามาร่วมกันผนึกกำลังเปลี่ยนจังหวัดนนทบุรี จะเลือกตนหรือเลือกคนอื่นก็ได้ แต่ออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะ ๆ เป็นการใช้สิทธิ์ที่ไม่ใช่เพื่อเลือกใคร แต่เพื่อบอกกับชาวนนทบุรีทุก ๆ คนว่า นนทบุรีจะเดินหน้าต่อไปให้ดีขึ้น" นายเดชรัตกล่าว
ส่วน 20 นโยบาย เตรียมที่จะแถลงผ่านทางเว็บไซต์และเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจจะใช้เวลาอีก 1-2 วัน เพราะต้องการมีหมายเลขเข้าไปอยู่ในคลิปเผยแพร่นโยบายด้วย ซึ่งเรื่องนโยบายก็จะสานต่อนโยบายการศึกษาจากนายกธงไชย ซึ่งตอนนี้มีข่าวลือว่า ถ้าพรรคประชาชนเข้ามาเป็นนายก อบจ.จะมีการตัดเงินช่วยเหลือครู ทำให้ครูตกงาน ตนขอยืนยันว่า ตนเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของการศึกษา นอกจากนี้ยังมีเรื่องปัญหาสุขภาพจิต ภาวะทางสังคมที่เครียดทั้งพ่อ แม่ ลูก และครู เราจะต้องมีระบบมาตรการที่เข้าไปช่วยในส่วนนี้ ซึ่งเรื่องนี้เราจะดำเนินการภายใน 30 วันแรก เพื่อให้ทุกคนได้รับความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในนโยบายนนท์ค้นฝัน เพื่อให้เด็กนนท์ได้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ และอีกเรื่องคือ SME รวมถึงช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรกรด้วย
เมื่อถามว่าประสบการณ์ยังไม่เคยบริหารท้องถิ่น จะสามารถทำงานได้หรือไม่ นายเดชรัตกล่าวว่า พรรคประชาชนเราทำงานเป็นทีม เรามีผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งระดับ อบจ. ระดับเทศบาล สจ. และยังมี สส. อีก เพราะฉะนั้นการทำงานเป็นทีมเป็นสิ่งที่ทำให้ตนมั่นใจ ไม่ใช่เพราะว่าเราเข้ามาคนเดียว แต่มั่นใจเพราะว่าทุกคนล้วนมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันในหลายพื้นที่ ซึ่งเราจะนำเอาประสบการณ์เหล่านั้น นวัตกรรมเหล่านั้น มาปรับใช้ในการพัฒนาเมืองนนทบุรี
เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต กังวลว่าจะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ นายเดชรัตกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะตรวจสอบพฤติกรรมของตนเองทั้งทางการเมืองและด้านอื่น ๆ ซึ่งตนไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นปัญหาอะไร ตราบใดที่ไม่ใช่ข้อมูลเท็จ และการตัดสินใจของตนในอดีต ถ้าตนได้ตัดสินใจไปแล้ว ถ้าคิดว่าผิด ตนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่หลายอย่างก็เป็นการตัดสินใจที่อยู่ในกรอบของประชาธิปไตย การชุมนุมทั้งหลายตนก็ยืนยันว่าต้องมีการยุติหากมีการยุบสภา เพื่อเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง จึงไม่ใช่สิ่งที่ตนคิดว่าเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตประชาธิปไตย
"ท่านจะท้วงติง จะต่อว่าในสิ่งที่ผมทำไปแล้วในอดีต เป็นสิทธิ์ และผมไม่เคยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ท่านทำเกินเลยแต่อย่างใด แต่ผมจะพยายามมุ่งมั่นทำจริง จากวันนั้นถึงวันนี้ 10 กว่าปี คงจะเห็นเส้นทางการต่อสู้ในทางการเมืองของผม หลังจากนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมก็มุ่งมั่นต่อสู้ทางการเมืองในลักษณะที่เป็นประชาธิปไตย และรอบนี้เราอยากได้ประชาธิปไตยที่ไม่ใช่การปะทะหรือชนกัน ไม่อยากให้เป็นลักษณะที่ดูเหมือนว่าเราจะมายึดเมืองนนท์ ผมอยากใช้โอกาสนี้สื่อสารกับทุกคนในนนทบุรีว่า พรรคประชาชนเป็นอิฐสีส้มที่จะเข้ามาปูทางให้เมืองนนทบุรีดีขึ้น และทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ทุกสีเติบโตได้ในนนทบุรี" นายเดชรัตกล่าว
ส่วนการนำโมเดลของลำพูนมาสู่โมเดลนนทบุรี มองความเป็นไปได้อย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มองว่าแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดก็มีปัญหาของตัวเอง ดังนั้นนโยบายที่จะตอบโจทย์ประชาชนแต่ละจังหวัดในพื้นที่ย่อมเหมือนและแตกต่างกันได้ อะไรที่ดี อย่างเช่น ลำพูนโปร่งใส มีการเปิดเผยงบประมาณ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ทุกอย่างเราสามารถนำลำพูนโมเดลมาใช้ที่นนทบุรีได้ เราพร้อมที่จะยกมา และไม่ใช่ว่าทุกนโยบายที่ตอบโจทย์คนลำพูนสามารถยกมาทำที่นนทบุรีได้ ดังนั้นคิดว่าวันที่ 20 กันยายนนี้ เป็นโอกาสที่คนนนทบุรีจะได้มาช่วยเลือกอนาคต ตนเองมั่นใจในนายเดชรัตเต็มที่ มั่นใจในทีมงานที่พวกเราทำงานกันเป็นทีม อะไรที่อดีตนายกได้ทำไว้ดีอยู่แล้ว เราพร้อมที่จะสานต่อ แต่อะไรที่เป็นนโยบายที่พัฒนาให้ดีขึ้นได้ เราก็พร้อมที่จะทำให้ดีกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับลำพูนเสมอไป
เมื่อถามว่าการเมืองท้องถิ่นยังเป็นการเมืองบ้านใหญ่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าบ้านใหญ่ ถ้าจะพูดให้ถูกต้องสำหรับความคิดของตัวเอง ต้องแยกบ้านใหญ่กับมุ้งใหญ่ออกจากกัน คำว่ามุ้งยึดโยงกับกลุ่มผลประโยชน์ สำหรับบ้านใหญ่ ความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่คือ นายกฯ คนที่ดูแลพื้นที่มาอย่างยาวนาน การเป็นตัวแทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงอย่างแท้จริง ดำเนินนโยบายเรื่องการศึกษา ดูแลประชาชนในพื้นที่ได้อย่างดีมาโดยตลอด เชื่อว่าก็ไม่ได้ผิดอะไร อย่างการเมืองท้องถิ่นในต่างประเทศที่ไม่ได้มีกรอบกฎหมายเหมือนในบ้านเรา อย่างเช่นประเทศญี่ปุ่น ที่นายกฯ เองก็อยู่กับประชาชนมา 20-30 ปี ก็เลือกกลับเข้ามาตลอด ดังนั้นบริบทแต่ละพื้นที่ ทั้งส่วนนโยบายและปัญหา ก็อาจจะแตกต่างกันออกไป ตัวบุคคลที่จะเข้ามาบริหารก็เป็นส่วนสำคัญ อย่างนายเดชรัตก็เป็นคนนนทบุรี มีความรู้ความสามารถด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน อยู่ในแวดวงการศึกษา รวมถึงเป็นคนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของพรรคประชาชน ก้าวไกล อนาคตใหม่ ร่วมพัฒนานโยบายหลาย ๆ ด้าน ที่ได้รับความไว้วางใจจากพวกเราทุกคน จึงอยากให้ชาวนนทบุรีในวันที่ 20 กันยายนนี้ เข้าคูหากาเพื่อนิวนนท์ ตัดสินใจกลับเพื่ออนาคต ให้โอกาสพวกเราเข้าไปพัฒนานนทบุรี
ส่วนจะซ้ำรอยกับสนามกรุงเทพฯ ที่ได้ สส. ยกจังหวัด แต่แพ้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งประชาชนตัดสินใจอยู่แล้วว่าจะเลือกใคร เชื่อว่าในฐานะพรรคการเมือง เรามีหน้าที่ในการส่งแคนดิเดตที่เราคิดว่าดีที่สุด เชื่อมั่นว่าดีที่สุด นโยบายที่ดีที่สุด ให้กับประชาชนเป็นคนตัดสิน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่มาถึงได้มีมวลชนมารอต้อนรับ พร้อมให้กำลังใจ มอบดอกกุหลาบ พวงมาลัย พร้อมด้วยนายธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ซึ่งเป็นคนนนทบุรีและเป็นโหวตเตอร์ พร้อมที่จะเลือกนายเดชรัต ซึ่งหลังจากได้หมายเลขแล้ว ได้ขึ้นรถแห่หาเสียงจากศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ไปยังท่าน้ำปากเกร็ด แยกแคราย และปิดท้ายที่ท่าน้ำนนทบุรี ซึ่งจุดสุดท้ายจะมีนายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน มาช่วยหาเสียงด้วย ในฐานะที่ชนะสนามเลือกตั้งท้องถิ่นแห่งแรกของพรรคประชาชน