นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าตนมีความคาดหวังว่าขณะนี้น่าจะเป็นช่วงท้ายๆ ของการบริหารสถานการณ์ เพราะฝนที่กำลังเผชิญน่าจะเป็นระลอกท้ายของฤดูกาล หลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งต้องชื่นชมต่อการเร่งสำรวจรายชื่อผู้ได้รับความเสียหาย ปัจจุบันมีการโอนเงินไปแล้ว 5 รอบ รวมกว่า 135,000 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 1,069 ล้านบาท
ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพราะปกติเมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ เราจะรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน แล้วรวบรวมรายชื่อภายหลัง ซึ่งอาจเป็นวิธีดำเนินการเพื่อความรอบคอบในอดีต แต่ก็ทำให้เกิดความล่าช้า และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิจากประชาชนมาพอสมควร รัฐมนตรีก็ต้องเข้าไปตอบกระทู้ในสภาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นสถานการณ์ในครั้งนี้ เรื่องการช่วยเหลือเยียวยา เราสามารถทำได้เป็นรายวัน รายจังหวัด โอนเงินไปรออยู่ในธนาคารได้ล่วงหน้า ขอให้เร่งดำเนินการต่อไป
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมจังหวัดเพชรบุรี มีรายงานสถานการณ์เข้ามาว่ามีน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองและชุมชนใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจากรายงานเบื้องต้น ตอนที่ยังไม่ได้รับรายละเอียด แม้กระทั่งตนก็คิดว่าเป็นผลพวงจากการระบายน้ำจากจังหวัดกาญจนบุรี หรือมีน้ำหลากมาจากจังหวัดอื่น แต่ปรากฏว่าเป็นน้ำฝนเสียส่วนใหญ่ ซึ่งขณะนั้นตนอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และได้มีการประสานว่าหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง ก็อาจจะขอลงพื้นที่
แต่เมื่อกลับถึงกรุงเทพมหานครก็ได้รับรายงานว่าระดับน้ำลดลง แห้งเกือบหมดแล้ว ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถยึดเป็นรูปแบบในการทำงาน รับมือสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดได้ เราห้ามฝนตก ห้ามธรรมชาติไม่ได้ แต่การบริหารจัดการเส้นทางน้ำ การผันน้ำไปยังแหล่งรับน้ำที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่เสียหายได้อย่างรวดเร็ว หากทำได้ตามที่วางวางแผนไว้ แม้เกิดน้ำท่วมก็ท่วมไม่นาน ถือว่าจังหวัดเพชรบุรีดำเนินการได้ดี
นายกรัฐมนตรี ยังกำชับให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อัปเดตโปรแกรม และรูปแบบการแจ้งเตือนภัย ส่วนในพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ขอให้ปรับเข้าสู่โหมดฟื้นฟูเยียวยาโดยเร่งด่วน ดำเนินการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค บูรณาการลงพื้นที่ทำความสะอาดบ้านเรือน เร่งฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม ให้สามารถใช้ได้ปกติ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันขอให้เร่งรัดกระบวนการสำรวจ ประเมินความเสียหาย และลดขั้นตอนทางเอกสาร เพื่อเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ ให้ส่งถึงมือประชาชนอย่างถูกต้องโปร่งใสและรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า ขอให้ ปภ.,คปภ.,ออมสิน มีการคิกออฟกันเพราะตอนนี้อยู่ในช่วงที่รัฐจะจ่ายเงินภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยที่รัฐบาลทำไว้ 30 ล้านครัวเรือน ดังนั้นภัยที่เกิดตั้งแต่วันนี้ หรือตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นมา เงินเยียวยาเหล่านี้ก็จะต้องออกมาจากกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งอาจจะเป็นกรณีแรกๆ ดังนั้น ปภ.และ คปภ. ต้องเร่งตั้งหลักเกณฑ์และติดตาม เพื่อให้มีการโอนชำระเงิน หากเข้าเกณฑ์ก็จะได้ครัวเรือนละ 10,000 บาท มากกว่าหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลเคยให้ไว้ ต้องทำงานแข่งกับเวลา และสร้างแนวทางที่สามารถทำให้เงินนี้ไปถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด
และเนื่องจากขณะนี้ สถานการณ์ต่างๆ ค่อนข้างอยู่ภายใต้การควบคุม ส่วนในจังหวัดที่มีน้ำท่วมขังและยังไม่สามารถระบายออกไปได้รัฐบาลได้กำหนดให้มีบุคลากรในระดับผู้บริหารระดับสูง ลงไปกำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมระดมกำลังเข้าไปทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีรัฐมนตรีหลายคนลงพื้นที่
และสัปดาห์นี้อาจจะเป็นสัปดาห์ที่มีความวุ่นวายเล็กน้อยในเรื่องการจราจร เพราะประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม IMF -Worldbank โดยมีการประกาศวันหยุดราชการ และขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ Work from Home เพื่อเป็นการผ่อนคลายสภาพการจราจรในช่วงที่มีมีการประชุมระดับโลก
และเนื่องจากสถานการณ์อยู่ในการควบคุมแล้ว หลังจากนี้จะขอพักการประชุมประจำวันในช่วงเช้า แต่ก็ขอให้มีการสแตนด์บายไว้ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามสภาพปกติ จะประเมินอีกครั้งว่าจะมีการประชุมหรือไม่ แต่ตนคิดว่าหลังจากนี้ โฟกัสต่างๆ จะลงไปในพื้นที่ภาคใต้ ขอให้ ปภ.ประเมินสถานการณ์อีกครั้ง อาจมีการตั้งส่วนหน้าในพื้นที่ ปรับรูปแบบการประชุมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป
พร้อมขอบคุณทุกคนที่ทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ เอาใจใส่ จนทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติด้วยความรวดเร็ว ยกเว้นในบางพื้นที่เราก็เร่งระดมความช่วยเหลือ การมาประชุมร่วมกันทุกวัน ทุกเช้าเป็นเวลาประมาณ 12 วัน ตนขอยืนยันว่าทำให้สภาพหน้างานการบูรณาการ การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ ได้เห็นความช่วยเหลือร่วมมือ สนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่มีใครเกี่ยงงาน ทุกคนลงไปทำงานในพื้นที่ สามารถติดตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำให้การทำงานเช่นนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตนถามผู้รู้ทุกที่ว่า มีทางที่จะไม่ให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ทุกคนก็ตอบว่ายากมาก แต่สิ่งที่เราจะทำคือการเพิ่มช่องทางการเดินทางของน้ำ บริหารจัดการน้ำตามที่ต้องการ ซึ่งเราก็เริ่มดำเนินการทั้งเรื่องแหล่งพักน้ำ แหล่งเก็บน้ำ รวมถึงการที่รัฐบาลอนุมัติโครงการระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งติดเรื่องการอนุมัติมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เราก็ดำเนินการให้ผ่านไป โดยจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เรามีแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ตนขอให้คำยืนยันว่ารัฐบาล รับทราบถึงปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี งบประมาณที่มีอยู่ก็จะผันจากงบที่เคยใช้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของโครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำ ไม่ได้เสียงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่เป็นการจัดสรรการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่จ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะตนเห็นสภาพนี้มาโดยตลอด
เมื่อได้เป็นนายกฯ แล้ว ก็นำสิ่งที่เคยเห็นและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในขณะที่ยังไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ มาเร่งดำเนินการ ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือแบบนี้ต่อไป เราก็จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ ส่วนจะมีการประชุมอีกครั้งเมื่อไหร่ ก็ขอดูตามสถานการณ์