นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแจ้งพักประชุมกองบัญชาการป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ว่า ไม่เชิงพัก แต่ในสัปดาห์นี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF–World Bank 2026 ซึ่งสถานการณ์โดยรวมใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากยังเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยไม่กี่จุด ซึ่งเกิดจากสภาพภูมิประเทศ
เมื่อถามว่าจะต้องส่งรัฐมนตรีเข้าไปประจำการในพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า
มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบร่วมกัน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่กับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ซึ่งทุกฝ่ายเตรียมความพร้อม เตรียมแผนเผชิญเหตุ และสิ่งที่จำเป็นเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า พื้นที่ภาคใต้มีจังหวัดไหนที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป็นจังหวัดเดิม ๆ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาสก็มีเรื่องของน้ำหลาก สงขลา พัทลุง สตูล ตรัง ก็มีเหตุอยู่ประจำ ต้องเร่งแก้ไข ส่วนสงขลามีการยกระดับการป้องกันหลายอย่าง
การขุดลอกคูคลองเพิ่มแหล่งรับน้ำให้มีเส้นทางน้ำออกไปสู่ทะเลสาบสงขลาเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการปรับปรุงคลอง ร.1 ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางไปกว่า 700-800 ล้านบาท ซึ่งความคืบหน้าเป็นไปได้ด้วยดี
เมื่อถามย้ำว่าคลอง ร.1 จะเสร็จทันในฤดูน้ำหลากนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องทัน เพราะถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไข แต่ตอนนี้ทราบมาว่าการดำเนินการคืบหน้าไปมาก กรมชลประทานติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด