นายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์รายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV ถึงการแก้กฎหมายแหล่งที่มารายได้ของไทยพีบีเอส ว่า แต่เดิมไทยพีบีเอสได้รับภาษีบาปเหล้า-บุหรี่เข้าไปโดยตรงปีละ 2 พันกว่าล้าน แต่ต่อไปภาษีบาปเหล่านี้ กรมสรรพสามิตจะออกกฎกระทรวงเพื่อเอาส่งคลัง ซึ่งกลุ่มทุนเหล้า-บุหรี่ยังคงจ่ายเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่พุ่งไปที่ไทยพีบีเอสโดยตรง แต่จะเข้าระบบการจัดสรรงบประมาณตามปกติ เนื่องจาก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ปี 61 บอกว่าจะเก็บภาษีแล้วมุ่งตรงไปที่หน่วยงานใด ๆ ไม่ได้
นายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้ไทยพีบีเอสใช้เงินสาธารณะ ซึ่งเป็นเงินของประชาชน จะบอกว่าเงินพวกนี้เป็นของพวกกินเหล้า สูบบุหรี่ จะเอาเงินไปใช้อีลุ่ยฉุยแฉกยังไงก็ได้ ผมตั้งคำถามย้อนกลับไปไทยพีบีเอสว่า สิ่งที่สะท้อนออกมาจากคนใน หรือ สตง. ที่พบว่าใช้เงินโดยผิดกฎหมายเต็มไปหมด เละเทะขนาดนี้ คนที่ยังปกป้องถามว่าท่านไว้วางใจให้เขาได้เหรอ ที่ผ่านมาจ้างแบบเฉพาะเจาะจงเต็มไปหมด
เมื่อถามว่า ถ้างบประมาณไทยพีบีเอสถูกจัดสรรโดยนักการเมือง เสรีภาพสื่อจะหายไปหรือไม่
นายศุภชัย บอกว่า นักการเมือง ข้าราชการจะล้วงอะไรได้ ถ้าคุณขอแล้วเป็นประโยชน์ อาจจะได้มากกว่าเดิมก็ได้ ที่ผ่านมาคุณได้เงินมาก้อนหนึ่ง ก็แจกจ่ายไปตรงนั้นตรงนี้ แต่ต้องย้อนกลับมาว่าเงินที่ให้ทำองค์กรสื่อสาธารณะมันคุ้มค่าไหม ศาลก็ของบประมาณแผ่นดิน ถามว่าใครจะไปแทรกแซงศาลได้ ใน กมธ.งบฯ ก็มีทุกภาคส่วน ฝ่ายค้าน รัฐบาล ถ้าคุณขอมา 2 พันล้าน มีเหรอรัฐบาลบอกว่าถ้าคุณไม่เชียร์รัฐบาลแล้วเอาตังค์คืนมา มันไม่ใช่ ไปบิดเบือนทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
“ไทยพีบีเอสอ้างว่าถูกตรวจสอบโดยรายงานต่อสภาทุกปี ถามว่าการชี้แจง 2 ชั่วโมง กับเอกสาร 1 เล่ม กับเงิน 2 พันล้าน มันเพียงพอหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นจากคนในที่ออกมาแฉเป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าวิธีการเอาเงินหนึ่งก้อน 2 พันล้าน โดยไม่มีวินัย มันเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าเงินสาธารณะขาดการบริหารที่ดี มีการเล่นพรรคเล่นพวก หลังจากรับฟังความคิดเห็น จากนั้นสภาจะส่งไปที่รัฐบาล ถ้ารัฐบาลเห็นชอบก็รับรอง กฎหมายมันแก้ 3-4 มาตรา ใช้เวลาไม่นาน ใช้ กมธ. ชุดเดียวกันได้เลย” นายศุภชัย กล่าว