นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการขยายผลจากปฏิบัติการ “พิทักษ์กุหลาบตูม” ของชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกเข้าทลายขบวนการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานเด็ก เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2569 ซึ่งถูกขบวนการลักลอบนำพาเข้ามาจากชายแดนอำเภอแม่สอด สวมเอกสารมิชอบ ทำร้ายร่างกาย บังคับเร่ขายดอกไม้ พวงมาลัย และน้ำส้ม บริเวณแหล่งท่องเที่ยว และร้านอาหารย่านถนนข้าวสาร
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จากการขยายผลการจับกุมและการสอบปากคำผู้ต้องหาพบว่า ตรวจพบหลักฐานชิ้นสำคัญในแชตของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งชี้ชัดว่ามี "เจ้าหน้าที่รัฐ" เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือและสนับสนุนขบวนการค้ามนุษย์นี้ โดยพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางรายได้ส่งข่าวแจ้งวันและเวลาล่วงหน้าเกี่ยวกับการเข้าตรวจของเจ้าหน้าที่ในย่านถนนข้าวสาร เพื่อเปิดทางให้กลุ่มผู้ต้องหาพาเด็กหลบหนีได้ทัน
ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบหลักฐานการส่งผลตรวจสอบพิกัดตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์ (เช็คเบส) ของเหยื่อที่แอบหลบหนีออกมา ส่งให้กับกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อติดตามนำตัวเหยื่อกลับมาทรมานและบังคับใช้แรงงานซ้ำอีกด้วย
“การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและรับไม่ได้อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่มาคอยอำนวยความสะดวกและหนุนหลังขบวนการค้ามนุษย์ ตนจึงได้ร่วมกับ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งการให้ขยายผลการสอบสวนเรื่องนี้ทันที และติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิด
โดยเร่งประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบที่มาและความถูกต้องของเอกสารประจำตัวทั้งหมด พร้อมลากตัวเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนมาลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดให้ถึงที่สุดและโดยเร็วที่สุด โดยไม่มีการละเว้นหรือปกป้องผู้ใดทั้งสิ้น” นายวรศิษฎ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนขอกำชับให้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ในท้องที่เพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันจัดระเบียบสังคม พร้อมขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นเด็กถูกนำมาเร่ขายของ พวงมาลัย หรือน้ำส้ม โดยเฉพาะในยามวิกาล หรือมีพฤติกรรมอันน่าสงสัย ขอให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ หรือหากเป็นประชาชนพบเห็น ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจสอบทันที เพื่อร่วมกันถอนรากถอนโคนและหยุดยั้งปัญหาการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานเด็กให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย