"สุชาติ" เปิดสงครามโรงงานขยะพิษ ลั่นถ้าจัดการไม่ได้ จะเป็น รมต. เพื่ออะไร!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"สุชาติ" กร้าว! เปิดสงครามโรงงานขยะพิษ ลั่นถ้าจัดการไม่ได้ ไม่รู้จะเป็นรัฐมนตรีไปเพื่ออะไร ไม่กลัวเสียเพื่อน เชื่อเป็นที่ป่าสงวนแม้ได้เอกสารสิทธิ์-ใบอนุญาตถูกต้อง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยได้เรียกตน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เพื่อให้ทำงานแบบบูรณาการกัน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ช่างภาพพีพีทีวี
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

ซึ่งการจะทำให้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือการนำขยะมาคัดแยกและหลอมให้อยู่ในกรอบที่เราสามารถควบคุมได้ ที่ผ่านมาเกิดขึ้นมาหลายสิบปี ดังนั้น วันนี้มันเกิดมิติใหม่หลังจากที่นายกฯ ได้เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ มันรวบรัด

นายสุชาติกล่าวว่า ในส่วนของกรมควบคุมมลพิษซึ่งอยู่ในกำกับดูแลของกระทรวง ทส. ไม่มีอำนาจในการอนุญาตหรืออนุมัติในเรื่องของการนำเข้าสารต่าง ๆ แต่มีหน้าที่ที่จะไปตรวจและวัดได้ว่ามีสารอะไร รวมถึงมีความผิดและอันตรายขนาดไหน

จากนั้นจึงไปร้องทุกข์กล่าวโทษโดยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้ เพื่อความคล่องตัว ก่อนที่จะเข้าไปจึงต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปตรวจสอบพร้อมกัน นายกฯ ต้องการให้การแก้ปัญหาเรื่องนี้รวบรัด บูรณาการทุกกระทรวง ทบวง กรม

เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีเจ้าของโรงงานโทรศัพท์เคลียร์กับรัฐมนตรี นายสุชาติกล่าวว่า ตนเป็น สส. มาเกือบ 20 ปี ตนรู้จักคนภาคตะวันออกเกือบทั้งหมด รู้ว่าใครทำธุรกิจอะไร เรารู้จักกันได้ แต่เรื่องนี้กรณีที่มีโรงงานปล่อยน้ำสีรุ้ง ตนได้ให้กรมควบคุมมลพิษไปตรวจสอบในรัศมี 1 กิโลเมตรของโรงงานที่เป็นเป้าหมาย ก็ไปพบสารที่เกี่ยวกับน้ำมันจำนวนมหาศาล มีการร้องทุกข์กล่าวโทษไปที่ สภ.ศรีมหาโพธิ

ทั้งนี้ มีเจ้าของโรงงานซึ่งรู้จักกันอยู่แล้วโทรศัพท์มาถามว่า เขามีใบอนุญาตถูกต้อง และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากโรงงานเขา ตนจึงบอกไปว่าไม่ได้หรอกเรื่องนี้ มีการนำโดรนบินขึ้นไปดูหมดแล้ว พนังกั้นน้ำของบริษัทคุณแตก มันออกมาจากโรงงานคุณ ตนก็สั่งให้มีการดำเนินคดี แม้จะรู้จักกันก็ต้องทำ คุณจะเอาความเสี่ยงเรื่องของสุขภาพประชาชนมาเป็นตัวประกันอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าประชาชนบริโภคปลาไปแล้วมีสารก่อมะเร็งจะทำอย่างไร

“ต้องบอกว่าผมเปิดสงครามกับคนเหล่านี้แน่นอน ผมไม่เอาไว้นะครับ เพราะถ้าใครทำอะไรผิด ยิ่งโดยเฉพาะเราเป็นรัฐมนตรี เป็นคนของสาธารณะ เป็นคนของประชาชน เรามีอำนาจ มีกฎหมายในมือ ถ้ายังทำไม่ได้เราก็ไม่รู้จะเป็นรัฐมนตรีไปเพื่ออะไร” นายสุชาติกล่าว

นายสุชาติกล่าวว่า กฎหมายสั่งปิดอย่างที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพูดว่าให้ปิดปรับปรุง แต่ประชาชนยังวิตกกังวล เหมือนยื้อเวลากันไป เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้ประชุมเรื่องนี้ว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำซากก็ต้องยึดใบอนุญาต เหมือนผับเปิดเกินเวลา เด็กเยาวชนต่ำกว่า 18 ปี และมีอาวุธปืนพกพาก็ต้องปิดถาวร

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อวานนี้ตนให้รองปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ ไปพบเลขาฯ ปปง. เพราะการบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานต่าง ๆ เป็นฐานความผิดที่ยึดทรัพย์ได้ เพื่อตรวจสอบว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการที่เล็ดลอดทำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ต้นตอตั้งแต่ขั้นตอนการขนส่งนำเข้าจนถึงหลักฐานชัดเจน

ต้องโดนคดียึดทรัพย์ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ อันนี้คือยาแรง กฎหมายก็แก้กันไป เพราะใช้เวลาแก้เป็นปี แต่ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งแล้วรัฐบาลยุคไหนจะมาแก้ เพราะผ่านมาตั้งหลายสิบปีไม่มีใครแก้

เมื่อถามว่า เหตุการณ์นี้ผ่านมาเป็นสิบปี ในการประชุมเมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีจะยกให้เป็นวาระแห่งชาติหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ถึงขั้นวาระแห่งชาติ แต่จะใช้อำนาจนายกฯ ทั้งหมดที่มีอยู่ ทุกคนต้องปฏิบัติตาม

“ให้ผมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปคิดข้อกฎหมายที่จะแก้ให้มีโทษหนัก เราต้องเดินในส่วนของ ปปง. เป็นหลัก เพราะเขาเร็วกว่าเรา และดีเอสไอให้รับเป็นคดีพิเศษ ผมเรียนตรง ๆ ว่าเป็นการเปิดสงครามกับคนเหล่านี้ เราปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ มันจะเอาไม่อยู่ ผมไปจับบางที่รู้สึกว่ามันมาได้อย่างไร งง ใช้คำว่างง”

นายสุชาติยังอธิบายว่า ได้รับการร้องเรียนว่าบริษัทที่อยู่ในข่าย เราให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่จังหวัดปราจีนบุรีไปตรวจบริษัทนี้ เขามีเอกสาร น.ส.3 ก. 3 ฉบับ เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นเอกสารที่ถูกต้อง ที่มาที่ไปเชื่อว่าที่ดินแปลงนี้เมื่อปี 2530 กว่าเป็นที่ป่าสงวน แต่เมื่อออกโฉนดไปเราก็ต้องร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมาย ตามมาตรา 61 เพื่อพิสูจน์ว่าออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบหรือไม่ ก็ต้องถอน

เมื่อเช้าได้ส่งข้อความไปที่ไลน์กลุ่มผู้บริหารกระทรวง ให้เอาให้ถึงที่สุด ถอนก็ต้องถอน ทำอย่างไรก็ได้ให้ตามเรื่องนี้ เพราะประชาชนในพื้นที่ไม่สบายใจ ผิดก็ต้องเอาคืน เพราะเช็กแล้วเป็นที่ป่าสงวน แต่เมื่อเขาได้โฉนดและขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานมาอย่างถูกต้อง เหมือนกับที่ดินอุทยานสิรินาถ จ.ภูเก็ต กว่าจะจบคดีใช้เวลาเป็น 10 ปี

เมื่อถามว่า การที่บอกว่าเป็นคนในพื้นที่ภาคตะวันออก รู้จักคนมาก การทำงานเชิงรุกจะทำให้เสียเพื่อนหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า “เสียเพื่อนก็ต้องเสีย แต่ถ้าเสียคนจะอยู่ไม่ได้ ชีวิตนี้เกิดมาจะเอาหน้ามาสู้กับประชาชนได้อย่างไร จริง ๆ ผมรู้จักคนเยอะ ทำการเมืองมาตั้งแต่ปี 2534 การที่เราจะเจอใครเราเจอได้หมด ไม่ได้ประพฤติตนหรือทำธุรกิจแบบพวกเขา เราและครอบครัวไม่มีธุรกิจแบบเขาอย่างแน่นอน”

“แต่สิ่งหนึ่งต้องยอมรับ นักลงทุนในเขตนิคมอุตสาหกรรมมีกฎหมายนิคมควบคุม แต่ถ้านอกเขตนิคม พวกนี้อันตราย แต่นายวราวุธก็ปรึกษากับผมตลอดว่าให้เข้าพื้นที่พร้อมกัน จับกุมให้หมด ต้องขอข้อมูลกับนายวราวุธว่าผู้ที่ได้รับใบอนุญาตคัดแยกขยะ หลอมสิ่งเหล่านี้ มีตรงไหนบ้าง และเมื่อเช้าได้คุยกับผู้ว่าฯ หลายจังหวัดให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ซึ่งนายกฯ ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน จะมีความชัดเจนออกมาเร็ว ๆ นี้เพื่อรวมศูนย์อำนาจ” นายสุชาติทิ้งท้าย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ