วันที่ 22 ต.ค. 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ภายหลังฝ่ายค้านวอลค์เอาท์ จากการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยนายกรวีร์ กล่าวว่า ตนเองค่อนข้างผิดหวังในการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล
เมื่อวานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่แต่ละฝ่ายได้มาหารือ ต่างฝ่ายต่างคนไปทำการบ้าน เอาประโยชน์ของสภาฯ หาวิธีการที่จะมาเจอกันตรงกลาง เดินหน้าไปสู่การทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจให้ได้ เป้าหมายของพวกเราที่มาประชุมวันนี้เพื่อหาทางออก ซึ่งยังพูดคุยกันไม่ทันจะจบตรีฝ่ายค้านก็วอล์คเอาท์ เพราะไม่ได้ตามที่เขาเรียกร้องมา
ฝ่ายค้านต้องการอภิปราย 5 วัน ครม.ตอบกลับมาที่สภาฯ แล้วว่าวันที่จะมาตอบได้คือ วันที่ 27-29 ต.ค.69 จากการพูดคุยเมื่อวานนี้ฝ่ายค้านบอกว่าเวลา 3 วันน้อยเกินไป นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้ให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หารือกับ ครม.ใหม่ ซึ่งได้คำตอบว่า ครม. จะเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านเป็น 4 วัน รวมวันลงมติเป็น 5 วัน โดยจะเริ่มอภิปรายตั้งแต่วันที่ 26-29 ต.ค.69 และลงมติในวันที่ 30 ต.ค.69
ส่วนที่ฝ่ายค้านบอกว่ารัฐบาลปิดปากใจแคบ ไม่ให้เวลาพอสมควร หากถอยกันคนละนิดคนละหน่อยเชื่อว่าเดินไปได้ ฝ่ายค้านเรียกร้องว่าถ้าจะ 4 วัน ขอไม่อภิปรายในสัปดาห์หน้า แต่ขออภิปรายวันอื่นในช่วงเดือน พ.ย.แทน ซึ่งฝ่ายรัฐบาลและ ครม. ก็ไปทำการบ้านมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่เนื่องจากครั้งนี้เป็นการอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน การจะให้รัฐมนตรี 18 คน อยู่พร้อมกัน 5 วัน รวมวันลงมติเป็น 6 วัน ถือว่าเป็นเรื่องยาก ฉะนั้นในเดือน พ.ย.69 จึงหาวันที่เหมาะสมทำตามที่ฝ่ายค้านต้องการได้ จึงเสนอให้เพิ่มระยะเวลาในการอภิปรายจาก 3 วันเป็น 4 วัน
นายกรวีร์ ยังได้สรุปเวลาในการอภิปรายหากมีการอภิปรายในวันที่ 26-29 ต.ค. 69 จะมีเวลาการอภิปราย รวม 63 ชั่วโมง 30 นาที โดยฝ่ายค้านจะมีเวลาในการอภิปราย 45-48 ชั่วโมง ครม.จะใช้เวลาที่เหลือในการตอบ หากย้อนดูสถิติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่าน ๆ มา ฝ่ายค้านใช้เวลาในการอภิปรายเพียง 30 กว่าชั่วโมง
“ครั้งนี้พวกเราเตรียมเวลาให้ฝ่ายค้านในการอภิปราย 45-48 ชั่วโมง มากกว่าทุกครั้งที่เคยเป็นมาตั้งแต่มีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญและกติกาใหม่ ถามจริง ๆ ครับ พวกผมใจแคบตรงไหน เวลาที่ให้หากอยากมาเจรจาเพื่อหาทางออก เวลาแบบนี้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลอีกหรือ”
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า เราไม่ได้มีการปิดกั้นเตะถ่วงปิดฝ่ายค้าน ในทางตรงกันข้ามเรามีความพยายามหาทางออก เพิ่มเวลา เพิ่มวัน กำหนดเวลาให้เป็นไปตามที่ฝ่ายค้านต้องการ และเป็นเวลาที่เหมาะสมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในรอบนี้
เมื่อถามว่าจากการประชุมวิปสามฝ่ายที่ล่มมา 2 ครั้งในสมัยประชุมนี้ ยังจะได้มีการซักฟอกหรือไม่ นายกรวีร์ ระบุว่า ฝ่ายค้านเป็นคนยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเข้ามา ฉะนั้นหากตนเองเป็นคนยื่นญัตติก็ควรพร้อมที่จะอภิปรายตั้งแต่วันนี้แล้ว ฉะนั้นเงื่อนไขเวลามีแบบนี้ต้องถามว่าฝ่ายค้านพร้อมที่จะทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือไม่
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านได้บอกหรือไม่ว่า เหตุใดสัปดาห์หน้าถึงอภิปรายไม่ได้ นายกรวีร์ กล่าวว่า เหตุผลที่บอกคือ เขาเตรียมไว้ คิดว่าจะได้เวลา 5 วัน และได้เวลา 60 ชั่วโมง ตนเองก็ถามว่าคุณเอามาจากไหน เขาบอกก็คิดเอา สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อภิปราย 10 กว่าคนเขาได้เวลาเท่านี้ หากอภิปรายเพิ่มขึ้นเป็น 18 คนก็ควรจะได้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 60 ชั่วโมง จึงถามกลับว่าหากวันหนึ่งเกิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง ครม. 35 คน เราต้องอภิปราย 10 วัน 10 คืนหรือไม่ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เหตุผล เรามีการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ย.69 เหตุผลที่ไม่มีการอภิปรายในสัปดาห์หน้า คงต้องไปถามฝ่ายค้าน
เมื่อถามย้ำว่าหากไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้าก็จะไม่ได้อภิปรายแล้วใช่หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า เราพยายามหาช่วงเวลาในเดือน พ.ย.69 เพราะในเดือน ธ.ค.69 ภารกิจของนายกฯ แน่นมาก ซึ่งไม่สามารถหาวันที่ติดต่อ 5-6 วันได้ ส่วนวันที่ 7-11 พ.ย.69 ตามที่ฝ่ายค้านเสนอมาต้องถาม ครม.ว่าติดอะไรหรือไม่ และในช่วงเดือน พ.ย.มีทั้ง ครม.สัญจร ภารกิจต่างประเทศของแต่ละรัฐมนตรี
ส่วนหลังจากนี้จะได้ประชุมรอบที่ 3 เพื่อหาทางออกในวิป 3 ฝ่ายหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งที่ 3 รัฐบาลถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว เราไม่มีเวลามากกว่านี้ หากจะอภิปราย 5 วันก็ไม่ได้ เพราะวันที่ 31 ต.ค.69 ในช่วงเช้านายกฯ ต้องเดินทางไปต่างประเทศ จะเจรจาหรือไม่ต้องถามฝ่ายค้าน
ส่วนที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าส่วนหนึ่งที่ไม่โอเค เพราะมีนายภราดร เข้าร่วมประชุมเพราะเป็นคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย นายกรวีร์ กล่าวว่า หากสมมติมีการอภิปราย 35 คนก็ไม่ควรมีตัวแทนของรัฐมนตรีเข้าร่วมใช่หรือไม่ นายภราดรเป็นตัวแทนวิปรัฐบาล ซึ่ง ครม.มีการแต่งตั้งมาตั้งแต่เริ่มสมัยประชุมสภาฯ เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา นายภราดรไม่ได้เป็นตัวแทนของคนที่ถูกซักฟอกแต่เป็นตัวแทนของ ครม. ทั้งนี้นางสาวมัลลิกา ได้กำชับว่าควรจะหาทางออกร่วมกัน ท่านพยายามเจรจา เป็นคนช่วยหาทางออก
“เสียดายอยากให้ฝ่ายค้านทบทวน หากเราเอาผลประโยชน์ของงานในสภาฯ มาเป็นตัวตั้ง ผลประโยชน์ในการทำงานตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล เราวางและถอยกันคนละก้าว มันจะหาทางไปด้วยกันได้”
ส่วนถ้าฝ่ายค้านยืนยันตามคำขอให้ได้แบบหลังชนฝา นายกรวีร์ กล่าวว่า เราพยายามหมดทุกตัวเลือกแล้ว ขยับกว่านี้ไม่ได้แล้ว ในวันเวลาที่เลือก ไม่ใช่ฝ่ายค้านหรือ สส.รัฐบาลเป็นคนเลือก ต้องถามว่าจะอภิปราย ครม. หากเขาไม่สะดวกมีภารกิจอื่นไม่สามารถมาได้ เราจะทำอย่างไร ไม่ใช่เรื่องแปลกและเพิ่งเกิดขึ้นในครั้งนี้ ทุกครั้งที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะต้องถามว่า ครม.สะดวกช่วงไหน ซึ่ง ครม.กำหนดว่าสะดวกสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อที่ประชุมไม่มีข้อสรุป ต้องเป็นหน้าที่ของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ตัดสินใจว่าจะบรรจุวาระประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในวันที่ 27 - 30 ต.ค.หรือไม่ โดยต้องพิจารณาภายในวันนี้ เพื่อไม่ให้ขัดกับข้อบังคับการประชุม