"วัชระพล" ลุยตรวจพาราไดซ์บีช เช็กการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"วัชระพล" ลุยตรวจพาราไดซ์บีช เช็กการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต ย้ำต้องถูกต้องตามกฎหมาย รักษาประโยชน์ประเทศทั้งเกษตรกร-รัฐ-ผู้ประกอบการ จ่อชงแก้กฎหมายให้ภาคธุรกิจอุดหนุนเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลัก

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจในพื้นที่โดย มีตัวแทน ส.ป.ก.ที่ดินภูเก็ต กล่าวรายงาน

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้สื่อข่าว
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ ส.ป.ก.ภูเก็ต รับมอบที่ดินป่าไม้ตั้งแต่ปี 2537 ตั้งแต่มีการประกาศปฏิรูปที่ดิน ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 30,000 กว่าไร่ มีการจัดสรรไปแล้ว 10,571 ไร่ ใน 10 ตำบล 3 อำเภอ ให้เกษตรกร 756 ราย

โดยเหลือพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรอีกกว่า 20,000 ไร่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้มาก่อนปี 2537 ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งในพื้นที่นี้อาจจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย และนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้พื้นที่ในปัจจุบันด้วย

สำหรับพื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต แบ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 9,500 ไร่ ใช้ในการเพาะปลูกมะพร้าว ปาล์ม ยางพารา แบ่งเป็นที่ดินชุมชน ร้านค้า ประมาณ 300 ไร่ ส่วนธุรกิจเชิงพาณิชย์ แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย ที่ส.ป.ก.ภูเก็ตประกาศไปแล้ว จำนวน 5 พื้นที่

นอกจากนี้ ยังประกาศเป็นพื้นที่ชุมชนปี 2567 ให้กับเกษตรกรเข้าถึงพื้นที่ประมาณ 300 กว่าราย โดยส่วนนี้สามารถ ขณะที่เชิงพาณิชย์ที่เป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของชำ และเครื่องดื่มประมาณ 25 ราย จะมีการเก็บค่าเช่าอิงตามกรมธนารักษ์

ด้านตัวแทนคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ระบุถึงสถานการณ์การจัดสรรที่ดินในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า จังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่ ส.ป.ก. ประมาณ 32,000 ไร่ มีการจัดสรรแล้ว ประมาณ 10,000 ไร่ ตามกฎหมาย สค.1 (แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน)

และมีพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรกว่า 20,000 ไร่ เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ และจังหวัดภูเก็ตมีลักษณะพิเศษ รวมถึงในบางพื้นที่มีการเข้าอาศัยก่อนที่จะมีประมวลกฎหมายที่ดิน โดยขณะนี้มีการจัดสรรพื้นที่ ใช้ประโยชน์ 5000-6,000 ไร่

นายวัชระพล กล่าวว่าได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต จัดทำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ทั้งจังหวัดอย่างละเอียด และเป็นปัจจุบัน โดยให้จำแนกจำนวนพื้นที่ทั้งหมด เป็นพื้นที่ที่ใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พื้นที่ประกอบกิจการที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจประเภทอื่น ตลอดจนตรวจสอบสถานะการอนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละแปลง

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้วางแนวทางการใช้ประโยชน์การใช้พื้นที่ ส.ป.ก. โดย

  1. การใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ทุกกรณีต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนการอนุญาตที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยไม่อาจละเลยหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้
  2. คนที่เข้ามาใช้พื้นที่ สปก. ที่ไม่ใช่เกษตรกร เช่น ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยว ควรให้ความสำคัญกับการจัดซื้อผลผลิตทางการเกษตร วัตถุดิบอาหาร สินค้าปศุสัตว์ ประมง ตลอดจนผลิตภัณฑ์และวัสดุตกแต่งจากเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

แม้ผู้ประกอบการจะสามารถจัดซื้อวัตถุดิบผ่านห้างค้าส่งหรือค้าปลีกขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวก แต่ภาครัฐจำเป็นต้องสร้างกลไกเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างผู้ประกอบการกับเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์ ประมง และหน่วยงานระดับพื้นที่ ร่วมกันส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาระบบจัดหาวัตถุดิบและผลผลิตทางการเกษตรที่ตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจบนที่ดิน ส.ป.ก. ต้องสร้างประโยชน์กลับคืนสู่เกษตรกร ไม่ใช่มุ่งประโยชน์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะต้องมีการแก้กฎหมายเพื่อกำกับด้วยว่า หากจะทำธุรกิจในพื้นที่ ส.ป.ก.จะต้องสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลักด้วย

จากนั้น นายวัชระพล พร้อมคณะลงพื้นที่หาดพาราไดซ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ และตรวจการอนุญาตให้เช่าพื้นที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 แปลง

โดยนายวัชระพล ได้ตรวจสอบใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ

  1. ตรวจสอบสัญญาเช่า การอนุญาต และกระบวนการอนุมัติใช้ประโยชน์ที่ดิน ว่าเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  2. ตรวจสอบว่าผู้ได้รับอนุญาตได้ดำเนินกิจการตามแผนงาน โครงการ และวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตไว้อย่างครบถ้วนหรือไม่
  3. ความเหมาะสมและเป็นธรรมของค่าตอบแทน ตรวจสอบอัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ว่ามีความเหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรมทั้งต่อภาครัฐและผู้ประกอบการหรือไม่
  4. การสร้างประโยชน์ให้เกษตรกร ตรวจสอบว่าการประกอบกิจการในพื้นที่ดังกล่าวมีมาตรการสนับสนุน ส่งเสริม หรือเชื่อมโยงผลประโยชน์ไปสู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่

โดยนายวัชระพล กล่าวระหว่างลงพื้นที่ว่า การใช้พื้นที่ทุกพื้นที่จะต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และกฎหมาย ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญกับการรักษาประโยชน์ของรัฐ ความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ของเกษตรกร

ทั้งนี้ ภูเก็ตคือ World-Class Destination ผู้ประกอบการต้องดำเนินธุรกิจภายใต้กติกาที่ชัดเจน เช่น คุณขออนุญาตเป็นร้านอาหาร ต้องทำร้านอาหาร ขออนุญาตเป็นร้านค้า ต้องทำร้านค้า ไม่ใช่ว่าขออนุญาตร้านอาหาร ร้านค้า แล้วไปทำอย่างอื่น

นอกจากนี้ ต้องปฏิบัติตามแผนที่ตนได้กล่าวไปแล้วด้วย ถ้าไม่ถูกต้องตามแผน ทาง ส.ป.ก. ก็ต้องไปเร่งรัดให้ปรับปรุงให้ถูกต้อง สำหรับภูเก็ต ขอให้ดำเนินการแก้ไขใน 30 วัน และจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งจะสอดคล้องกะบนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ สร้างสิทธิ์ เสริมทุน หนุนเกษตร อันนี้สำคัญที่สุด

และเมื่อถามถึงอัตราค่าเช่า นายวัชระพล กล่าวว่า ตามระเบียบของ ส.ป.ก. และตาม พ.ร.บ. เดิม คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ เช่น กรมธนารักษ์ประเมินมาเท่านี้ เราเก็บ 3% ถ้าถามว่าขยับค่าเช่าไหม ค่าเช่าจะขยับตาม ราคาประเมินของธนารักษ์อยู่แล้ว แต่ต้องมาดูความเหมาะสมเพื่อปรับให้ทันสถานการณ์ และทันกับพื้นที่ด้วย

สำคัญที่สุด คือ จะต้องเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย รัฐจัดเก็บได้ในราคาที่เป็นธรรมหรือไม่ เราได้รับถูกต้อง เราได้รับครบถ้วนไหม แต่ถ้าเก็บแพงเกิน ก็ต้องปรับให้เหมาะสม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ