WorldBank2026 WorldBank2026

"เอ พศิน" กับ งานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจาก "พญานาค"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อกล่าวถึงชื่อ "เอ-พศิน เรืองวุฒิ" นั้นเป็นที่คุ้นเคยในหมู่แฟนละครมายาวนานในฐานะดาวร้ายที่มีคุณภาพคนหนึ่ง ก่อนหน้าที่จะมีเหตุให้นักแสดงหนุ่มคนนี้ต้องหันมารื้อฟื้นความสามารถทางศิลปะมาใช้ในการถ่ายทอดความเชื่อศรัทธาในองค์พญานาคออกมาเป็นภาพวิจิตรศิลป์สุดงดงาม

"เอ พศิน” เปิดใจถึงเรื่องนี้กับ “อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์” และ “กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล”  2 พิธีกรสาวแห่งรายการ “Bangkok City เลขที่ 36” ว่า เรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคได้เข้ามาข้องเกี่ยวกับชีวิตของเขาได้ราว 2 ปีแล้ว ซึ่งส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเขาและครอบครัวเป็นอย่างมาก

“เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวผมเป็นคนเชื่ออะไรยากที่สุดในโลก แล้วก็ชอบพิสูจน์ จนกระทั่งผมได้มีประสบการณ์เฉพาะด้านในหลายๆ อย่างของชีวิต ทั้งที่เกิดกับครอบครัว เกิดกับภรรยา เกิดกับตัวผมเอง กับลูกชายด้วย ก็เลยเริ่มพิสูจน์ เริ่มหาข้อมูล” เอ พศิน อธิบาย 
“ก่อนหน้านี้ไปออกรายการ แล้วก็เปิดไพ่กลางรายการ ซึ่งผมไม่ชอบ เดี๋ยวออกมาไม่ดี ปรากฏว่าไพ่ทุกใบเป็นพระศิวะหมดเลย เป็นไพ่เทพ แล้วเขาก็ทำนายว่า อีกไม่นานเราจะทำอะไรเพื่อพญานาค เพื่อศาสนา ตอนนั้นยังไม่เชื่อ ทราบแค่ท่านเป็นสะพานเชื่อมจักรวาล สวรรค์กับโลก จึงมีรูปปั้นพญานาคอยู่ที่วัด 

“จากนั้นก็มีคนอินบ็อกซ์เข้ามาหลังจากนั้น 2 เดือน เขาบอกว่า ท่านสื่อมาว่าให้หาคนวาดภาพพญานาคคู่มองพระจันทร์ ด้านซ้ายเป็นป่าไผ่ ด้านหลังเป็นถ้ำ ซึ่งเป็นพญานาคองค์สีดำ ผมก็ถามว่าทำไมผมต้องวาด คือผมจบ Product Design แต่ไม่ใช่แนว Fine Art แล้วช่วงนั้นผมถ่ายละครเยอะมาก ประมาณ 9 เรื่อง แต่ก็รับปากว่าจะวาดให้ พอรับปาก อยู่ดีๆ มันเหมือนเราเป็นไข้แล้วมันถูกถอนออกไปน่ะ มันโปร่งเบาสบาย เขาก็รู้สึกปิติที่เรารับปากว่าจะวาด ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน 

“แปลกอย่างหนึ่งเวลาที่เราเขียน มือมันจะไปเอง โดยที่มีการลบน้อยที่สุด เริ่มแรกจะเป็นกระดาษโปสเตอร์สีดำ แล้วใช้ดินสอสีขาวแท่งเดียว ภาพนี้ประมาณไม่กี่อาทิตย์ เวลาที่ผมเขียน ตอนนั้นผมดูซีรีย์เรื่อง "ฮีโร่" จะมีตัวละครที่เขียนภาพบอกเรื่องราวอดีตอนาคต คือเป็นฟิลนั้นเลย เหมือนโดนสะกดเราจะมีสมาธิมากเลย เราไม่ได้ร่างภาพเลย มันจะไปเรื่อยๆ”

ก่อนหน้านั้นฝ่ายภรรยาก็ได้ฝันถึงพญานาคองค์สีดำ รวมทั้งเริ่มมีสัมผัสที่ยากจะอธิบายในแนวทางวิทยาศาสตร์ ทั้งคู่จึงตัดสินตั้งศาลพญานาคที่บ้าน ซึ่งเป็นที่มาของภาพที่สอง ซึ่งเป็นภาพพญานาคกับแก้วมณีสีแดง

“รูปที่สองก็วาดถวายองค์พญานาคที่บ้าน ภาพพญานาคกับแก้วมณีสีแดง ลูกแก้วมณีก็เหมือนเป็นที่รวมพลังขององค์พญานาค ท่านเป็นปูน แต่เราก็อยากเขียนให้ท่านดูมีชีวิต เขียนโดยใช้ความรู้สึกว่าท่านน่าจะเป็นลักษณะนี้ วาดภาพนี้จะได้โชคลาภเรื่องงาน” 

หลังจากผ่านไป 2 ภาพ ภาพที่ 3 ก็ติดตามมาในเวลาไม่นานนัก โดยเกิดขึ้นจากคำขอของเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน จ.เชียงรายที่ได้ติดต่อเชิญ “เอ พศิน” กับครอบครัวให้เดินทางไปที่วัด

“ภาพที่สาม ภาพ พญานาค 3 เศียร ครูบาอนันตชัย ท่านที่เชิญเราทั้ง 3 คนไปที่เชียงราย ท่านนิมิตรเห็นพญานาค 3 เศียร ท่านถามว่าเขียนได้ไหมตามนิมิตรของโยมเลย เป็นยังไงก็เป็นยังงั้น ก็รับคำ ภาพนี้ก็เสร็จเร็วเหมือนกัน ประมาณ 2 อาทิตย์ ภาพนี้คนที่มีองค์ในกับพญานาคเนี่ยเห็นแล้วจะน้ำตาไหลไม่หยุด ถือเป็นภาพที่มีพลัง ส่วนใหญ่คนที่สื่อได้นี่จะมีศีลครบ แล้วก็ปฏิบัติธรรม มีคนมาแนะนำ เขาอยากได้มาก เราเองก็อยากเก็บต้นฉบับไว้ เลยจุดเทียนขอขมา และทำบวงสรวงอย่างถูกต้อง ก็ทำเป็นเฟรมผ้าใบให้เช่าบูชา เสร็จแล้วก็เอาเงินไปทำบุญ ภาพจริงขนาด A4 แต่ผมเขียนละเอียดจนขยายเท่าหน้าต่างก็ยังละเอียดอยู่”

แม้ว่าจะผ่านการเคี่ยวกรำมาถึง 3 ภาพแล้ว แต่สำหรับภาพที่ 4 นั้น “เอ พศิน” ถือว่าเป็นภาพที่เป็นไฮไลต์ของชีวิตเขาเลยก็ว่าได้ โดยเป็นภาพปู่ศรีสุทโธ ซึ่งเป็นที่เคารพของผู้ที่นับถือพญานาค

“ภาพต่อไปนี่ถือเป็นไฮไลต์ของชีวิตผมก็ว่าได้ ภาพปู่ศรีสุทโธ  ท่านเป็นกษัตริย์พญานาคในยุคนี้นะครับ ภาพนี้ไม่ได้มีใครมาบอกให้ผมเขียน วันนึงผมรู้สึกว่า ภาพท่านที่เป็นรูปปั้นนั้นไม่ใช่พระพักตร์ของท่านจริงๆ ตอนนั้นผมเลยอุตริ ก่อนนั้นไม่เคยวาดภาพพอร์เทรตคนมาก่อนเลย ก็เลยจุดธูปอธิษฐาน 16 ดอก ผมก็อธิษฐานขอให้ฝันถึงท่าน เพื่อที่จะเขียนพระพักตร์ได้ถูกต้อง เพื่อให้คนบูชา  เราจะได้มีเงินไปทำบุญเยอะขึ้น ปักดิน ตื่นมาเส้นเลือดตาข้างซ้ายแตกเป็นรูปสามเหลี่ยม ต้องพักงาน 1 เดือน ตอนเช้าวันนั้นภรรยาถามว่าเมื่อคืนอธิษฐานอะไรไว้ เขาเห็นภาพเหมือนฤๅษี  หน้าตาดีมาก ดูสง่า ก็เลยเขียน แล้วให้เขาดูว่าถูกต้องไหม ก็เขียนจนกว่าจะใช่ ภาพนี้ใช้เวลาแค่ 7 วัน พอเขียนเสร็จปุ๊บ ก็โล่งแล้ว ผมเดินไปหน้าบ้าน มองไปบนฟ้าเห็นเมฆเหมือนอย่างในภาพน่ะครับ  ทุกครั้งที่วาดภาพปู่ศรีสุทโธจะมีฝนตกหนัก คนที่บูชาพญานาคเขาจะเรียกตัวเองเป็นลูกหลาน พอเห็นภาพนี้ก็จะรู้สึกเหมือนเห็นภาพญาติผู้ใหญ่ ผมเอาภาพนี้ไปพรูฟกับเกจิอาจารย์ที่นับถือหลายท่าน ก็ระบุว่านี่คือพระพักตร์ของท่านจริงๆ” 

แล้วไม่นานจากนั้น ภาพที่ห้าคือ ภาพเจ้าย่าศรีปทุมมา ซึ่งคนที่บูชาภาพปู่ศรีสุทโธ ไปแล้วก็อยากให้เป็นภาพคู่บารมี ก็เสร็จสมบูรณ์
 
เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงตอนนี้ “เอ พศิน” ก็เชื่อมั่นว่า การวาดภาพที่บันดาลใจจากพญานาคนั้นถือเป็นภารกิจหนึ่ง ซึ่งเขามีหน้าที่ไปสานต่อให้สำเร็จ 

“คนที่นับถือองค์พญานาคนั้นแต่ละคนก็จะมีมิชชั่น ซึ่งก็จะมีเป้าหมายให้ทำในแต่ละพาร์ต อันนี้ต้องสร้างวัด อันนี้ต้องถมดินวัด คือจะมาเป็นพีเรียดให้เราช่วยทำ พอทำแล้วก็จะมีความสุข”

ไม่ว่าต้นสายปลายเหตุของภารกิจนี้จะเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยใด แต่อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อนักแสดงดาวร้ายชื่อดังคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นคนที่มีจิตอันเป็นกุศล รักษาศีลอย่างเคร่งครัด รวมถึงใจเย็นลง และเลิกเจ้าชู้โดยเด็ดขาด ซึ่งในทางหนึ่งนั่นก็สามารถถือเป็นผลบุญสูงสุดที่เขาได้รับจากความศรัทธาในองค์พญานาคที่เกิดขึ้นแล้ว

พบกับบทสัมภาษณ์ดีๆ จากบุคคลที่น่าสนใจเช่นนี้ได้ในรายการ “บางกอกซิตี้เลขที่ 36” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.20 น. ทางช่อง PPTV HD 36 และรับชมย้อนหลังทาง www.pptvhd36.com และ LINE TV 

ย้อนตำนาน “บั้งไฟพญานาค” ความรักจาก “นาคี” ต่อมนุษย์และพุทธศาสนา

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ