ที่เธอรับบทเป็น Queen Anne ราชินีอังกฤษผู้อ่อนแอและมีอารมณ์สุดแปรปรวน โดยนักแสดงวัย 45 ปีสามารถคว้ารางวัลจากการเล่นบทนี้มาได้มากถึง 43 รางวัล หนึ่งในนั้นคือ รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมที่เข้าชิงเป็นปีแรก
ส่วนนักแสดงหญิงที่ได้รางวัลรองลงมาคือ เรจิน่า คิง (Regina King) จากภาพยนตร์ดราม่านอกกระแส If Beale Street Could Talk ที่เธอฝากงฝีมือการแสดงถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางสายตาและอารมณ์ได้อย่างสมบทบาท จนกวาดรางวัลสาขานักแสดงสมทบมาได้มากถึง 41 รางวัล รวมถึงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมอีกด้วย
ด้านนักแสดงชายที่โกยรางวัลมากที่สุดในปีนี้ คือ อีธาน ฮอว์ก (Ethan Hawke) ที่ได้โอกาสปล่อยพลังในการแสดงอีกครั้งในภาพยนตร์ First Reformed ที่เค้ารับบทเป็นบาทหลวงผู้จมอยู่กับความโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกชายในสงคราม และต้องเจอกับเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เกิดความท้อแท้ต่ออนาคตจนเกิดวิกฤตศรัทธาขึ้นมา แม้จะไม่ได้เข้าชิงออสการ์จากภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่นักแสดงวัย 48 ปี ก็โกยรางวัลจากสถาบันอื่น ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมได้มากถึง 32 รางวัล
สำหรับนักแสดงชายที่ได้รางวัลรองลงมาคือ ริชาร์ด อี แกรนท์ (Richard E. Grant) จากภาพยนตร์ Can You Ever Forgive Me? ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Lee Israel นักเขียนหญิงตกอับที่ใช้สกิลการเขียนขั้นเทพปลอมแปลงจดหมายคนดังเพื่อนำไปขาย โดย แกรนท์ รับบทเป็นนักค้ายาติดเชื้อเอชไอวีที่ร่วมก่ออาชญากรรมลวงโลกในครั้งนี้ด้วย ซึ่งบทบาทนี้ส่งให้เขาคว้ารางวัลสมทบชายมาได้ 26 รางวัลจากหลากหลายสถาบัน อีกทั้งยังได้เข้าชิงออสการ์ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมอีกด้วย แต่ท้ายที่สุดรางวัลนี้ตกเป็นของ มาเฮอร์ชาล่า อาลี (Mahershala Ali) จากภาพยนตร์ Green Book นั่นเอง
"GREEN BOOK-ROMA" คว้ารางวัลใหญ่ออสการ์ 2019
อัพเดทข่าวบันเทิงได้ในรายการ ET Thailand ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 19.30 น.
หรืออ่านข่าวประเด็นฮอตวงการบันเทิงได้ทาง //www.pptvhd36.com/news/ข่าวบันเทิง