เริ่มกันที่ “น้องโมน่า-ณิฌา อุดมอักษร” สาวน้อยเสียงดีวัย 8 ปีจาก ภูเก็ต ที่มาขับกล่อมคณะโค้ชเป็นคนแรกของอีพีนี้ ด้วยเพลงอมตะของวง ABBA คือ “Thank You for the Music” ได้อย่างน่าฟัง น่าเสียดายที่ไม่สามารถดึงดูดให้โค้ชคนใดหันกลับมาได้ แต่เชื่อเหลือเกินว่า การแข่งขันในรอบนี้ รวมถึงคำแนะนำของโค้ชแต่ละคนจะกลายเป็นบทเรียนที่ดีที่จะทำให้ “น้องโมน่า” พัฒนาเป็นนักร้องที่ดียิ่งขึ้นได้แน่นอน
ต่อกันด้วย “น้องจีจี้-จิดาภา ภักดีโชติ” วัย 14 ปี เด็กกิจกรรมของโรงเรียนที่ถูกผลักดันให้เข้าประกวดอย่างสม่ำเสมอ สำหรับครั้งนี้ “น้องจีจี้” เลือกเพลง “นอกจากชื่อฉัน” ของวง ActArt มาถ่ายทอดใหม่ในแบบของเธอได้ไพเราะจน “โค้ชลุลา” อดใจไม่ไหว กดปุ่มหันเก้าอี้กลับมาในวินาทีสุดท้าย
ถัดมาคือ “น้องมิน-จิรา สุขุมาลปิติ” ชายหนุ่มหนึ่งเดียวของอีพีนี้ ที่มาในลุคหนุ่มฮิปเตอร์ผูกไทด์ ขณะที่เพลงที่นำมาใช้ในรอบนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือเพลง “Billionaire” ของ Bruno Mars นักร้องที่ “น้องมิน” ชื่นชม ที่ลีลาทั้งการร้องและแร็ปได้สร้างความประทับใจให้กับ “โค้ชติ๊ก ชิโร่” จนต้องหันกลับมาชื่นชมและพาเด็กน้อยมากความสามารถคนนี้ไปเข้าทีมในที่สุด
ผู้เข้าแข่งขันที่ถือว่ามาไกลที่สุดในคราวนี้คือ “น้องแก้ม-อาภิชญา อมรเทพอดุล” จาก จ.ยะลา ที่มีสถานที่ฝึกร้องเพลงไม่เหมือนใครคือในศาลเจ้า เช่นเดียวกับเพลงที่เธอนำมาใช้ คือเพลง “เหมยฮัว” ที่เป็นเพลงดังอมตะสัญชาติจีน กระนั้นความแปลกและแตกต่างนี้ก็ไม่มากพอที่ทำให้โค้ชคนใดคนหนึ่งหันมา “น้องแก้ม” จึงเป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่อาจผ่านไปถึงรอบต่อไปได้
สำหรับคอเพลงลูกทุ่ง ต้องไม่พลาดกับ “น้องเบล-กนิษฐา ศรีลุปะบาต” ที่ถ่ายทอดเสียงร้องเพลง “ทานหมาอย่าหัวซากัน” ได้อย่างมีชีวิตชีวาเอามากๆ ยังผลให้มีโค้ชหันมาถึง 3 คนด้วยกันคือ “โค้ชติ๊ก ชิโร่” “โค้ชโจ๊ก” และ “โค้ชลุลา” ก่อนที่นักร้องวัย 12 คนนี้จะเลือกไปอยู่กับทีมติ๊กท่ามกลางความยินดีของเจ้าของทีม
อีกหนึ่งคนที่แสดงพลังเสียงได้ดีคือ “น้องพั้นช์-สิริพัชชา สุปรีดิ์วรกิจ” วัย 14 ปี ซึ่งเพลง “ตัวร้ายที่รักเธอ” ก็ส่งผลให้ “โค้ชโจ๊ก” กับ “โค้ชแหม่ม” ต้องมาห้ำหั่นกันเพื่อฝ่าฟันเป็นโค้ชตัวจริงของ “น้องพั้นช์” ให้ได้ ซึ่งในที่สุด “โค้ชโจ๊ก” ก็กลายเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้มาเป็นผู้ดูแล “น้องพั้นช์”
ต่อเนื่องกันด้วย “น้องกานดิศ-กานต์หทัยชนก ขอผลกลาง” ที่แม้มีอายุเพียง 12 ปี แต่เสียงร้องในเพลง “ไฟรัก” ก็ถือว่าทำได้เกินตัว กระทั่งมีโค้ชให้ความสนใจกับ “น้องกานดิศ” มากถึง 3 คนคือ “โค้ชโจ๊ก” “โค้ชแหม่ม” และ “โค้ชลุลา” แต่ด้วยแนวทางที่ใกล้เคียงกัน “น้องกานดิศ” จึงตัดสินใจเลือก “โค้ชแหม่ม” ได้สวมหมวก “ทีมแหม่ม” ไปอีกหนึ่งคน
ในส่วนของสายเล่นดนตรีนั้น อีพีนี้ก็มี “น้องคุกกี้-กุลธิรัตน์ สังขวรจักรชัย” วัย 11 ปีมาให้ได้รับชม โดย “น้องคุกกี้” พร้อมกีตาร์อะคูสติกคู่ใจ ก็ได้สร้างเพลง “ไม่ให้เธอหายไป” ในเวอร์ชั่นของตัวเองขึ้นมา ซึ่งถูกใจ “โค้ชลุลา” จน “น้องคุกกี้” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ทีมลุลา” นับจากอีพีนี้เป็นต้นไป
อีกหนึ่งนักร้องเสียงจริงวัยจิ๋วที่สร้างผลงานได้ดีจนโค้ชหันมาได้เกือบครบก็คือ “น้องเก้า-ขวัญเก้า พานิชพงษ์” วัย 11 ปี ซึ่งเลือกเพลง “Never Enough” จากซาวนด์แทร็กเรื่อง “The Greatest Showman” ได้อย่างเหมาะเจาะกับเสียงร้องของเธอที่เปี่ยมด้วยพลังและสวยงามชวนหลงไหล ทำให้ “โค้ชลุลา” “โค้ชติ๊ก ชิโร่” และ “โค้ชโจ๊ก” ขออาสาพาสาวน้อยคนนี้ไปเคี่ยวกรำในรอบต่อไป ก่อนที่ “น้องเก้า” จะประกาศให้ “บระเจ้าจูโซโค้ก!” มาเป็นโค้ชของเธอ
ปิดท้ายกันด้วยผู้เข้าแข่งขันที่มีหลายความ “ที่สุด” อยู่ในตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็น นักร้องที่อายุน้อยที่สุด มีน้ำเสียงขัดกับวัยกับใบหน้ามากที่สุด และหนึ่งเดียวประจำอีพีที่ทำให้โค้ชหันกลับมามากที่สุด ครบทั้ง 4 คน คือ “น้องพิงค์กี้-พัทธนันท์ สุวรรณลิขิต” ที่แม้เพิ่งอายุเพียง 7 ปี แต่กลับร้องเพลงด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึกสไตล์โซลและบลูส์ได้อย่างไม่น่าเชื่อในเพลง “I'd Rather Go Blind” เพลงระดับตำนานของ Etta James ที่กลับมาดังอีกครั้งในเวอร์ชั่นของ Beyonce ซึ่งเป็นดิว่าระดับโลกทั้งคู่ แต่ “น้องพิงค์กี้” ก็สามารถถ่ายทอดได้ดีเยี่ยม และท้ายที่สุดก็เลือก “โค้ชลุลา” ที่น่าจะเหมาะกับสไตล์การร้องของเธอมากที่สุด ปล่อยให้อีก 3 โค้ชต้องผิดหวังไปตามกัน
ตารางสรุปลูกทีม สัปดาห์ที่ 3
ติดตามชมความสามารถของนักร้องรุ่นจิ๋ว ในรายการ “The Voice Kids” ทางช่อง PPTV HD 36 ทุกวันจันทร์ เวลา 20.15 น. เป็นต้นไป