WorldBank2026 WorldBank2026

เจาะลึกเรื่องราวหลังบ้านของคุณพ่อร็อกเกอร์ “แมว-จิรศักดิ์ ปานพุ่ม”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นับเป็นนักดนตรีที่อยู่คู่กับแวดวงดนตรีบ้านเรามายาวนาน กระทั่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของวงการเพลงร็อกของไทย สำหรับ “แมว-จิรศักดิ์ ปานพุ่ม” ที่มีเพลงฮิตหรือเพลงโปรดของขาร็อกมามากมายหลายเพลงตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง แต่ไม่บ่อยครั้งนักที่เขาจะมาเปิดเผยถึงเรื่องราวเส้นทางความรักและชีวิตครอบครัว ครั้งนี้ คุณพ่อร็อกเกอร์ ที่เพิ่งปล่อยออกมา เพลง “เดือนหกอกหัก” ได้ควงภรรยาและลูกชายคนเล็กมาเผยถึงเรื่องราวความรักและวิธีการเลี้ยงลูกกับรายการ “บางกอกซิตี้ เลขที่ 36” แบบเจาะลึกกันเลย

 

“ผมเป็นคนที่แพ้คนที่ดูแล ตอนเราเป็นศิลปินเขาจะเป็นคนมาเทคแคร์ดูแลในตอนนั้นที่เขายังทำงานอยู่ ดูแลศิลปินแล้วก็ผมชอบคนทะมัดทะแมง ทำงานเก่งแล้วที่สำคัญคือเป็นผู้หญิงที่ออกแมนๆ ลุย ๆ ชอบก็เลยหมายตาไว้ตั้งแต่ตอนนั้น” แมว จิรศักดิ์ รำลึกถึงจุดเริ่มต้นความรักระหว่างตัวเขาและ “แหนว” ภรรยาสุดที่รักของเขาไว้เช่นนั้น ขณะที่ฝ่ายภรรยาก็เสริมในประเด็นนี้ว่า


 “จริง ๆ คู่เราไม่ค่อยโรแมนติก จะออกแนวลุยๆ เวลาพูดอะไรกันก็จะพูดกันตรง ๆ เลยแล้วที่ประทับใจคือว่าเขาไม่โกหกค่ะ เขาเป็นคนไม่โกหกผู้หญิงไม่ชอบหลอกคนโกหก จากที่สมมุติว่าเราเคยไว้ใจถ้าโกหกครั้งหนึ่งเราจะระแวง”

 และด้วยความที่ไม่ค่อยโรแมนติกซะทั้งสองฝั่งนี่เองที่ทำให้การประคับประคองความรักเป็นไปแบบแมนๆ ไม่ต่างกัน

“ผมมีคติประจำใจอยู่อย่างหนึ่งคือคำว่าเพื่อนมันไม่เคยหายไปไหน บางคนบอกว่าตอนเป็นเพื่อนกันพอจีบความเป็นเพื่อนจะสูญเสียไปกลายเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่สำหรับผมผมคิดว่าความเป็นเพื่อนยังอยู่ ตรงกันข้ามเขาเป็นเพื่อนแท้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา ภาษาคนแก่เขาเรียกว่ากัลยาณมิตร” แมว อธิบาย ซึ่งฝ่าย “แหนว” เองก็เสริมว่า

“มีความรู้สึกว่ามันไม่ควรทำให้บรรยากาศเดิม ๆ ที่ดีอยู่แล้ว เปลี่ยนไปคือเราเป็นเพื่อนกันเราสนุกยังไง คุยกันเข้าใจยังไงพอแต่งงานกันแล้วอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่ควรจะหายไป คือพอเราสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาที่เรียกว่าครอบครัว เราสร้างให้มันมาบังความเป็นเพื่อนของเราเพื่ออะไร มันเลยทำให้หลาย ๆ คู่อยู่ด้วยกันแล้วมันมีการสร้างขึ้นมามาก เกินไป เราอยู่กันอย่างธรรมชาติ เรากลับมาแหนวไปเที่ยวกันเถอะ ไปหาอะไรกินกันอะไรอย่างนี้คือการพูดคุยการเข้าหามีความเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นสามีภรรยา”

 นอกเหนือจากความเป็นสามีภรรยา และเพื่อน สำหรับร็อกเกอร์คนนี้ แหนว ยังเป็นมากกว่านั้น

“ภรรยาผมค่อนข้างที่จะน่าเกรงใจเพราะว่าเขาเป็นคนที่...หนึ่งเขากุมชะตาชีวิตผมไว้เพราะว่าตารางคิวงานผมอยู่ที่เขาหมด ผมไม่รู้เลยว่าวันๆหนึ่งผมต้องทำอะไรบ้างเขาเป็นคนที่สั่งการอย่างเดียววันนี้ไปโน้นไปนี้เสร็จปุ๊บเช็คอยู่ไหนเช็ค เพราะผมก็เลยเกรงใจเขา”


 ด้วยหน้าที่การงานที่ผสานเข้ากับชีวิตส่วนตัวเช่นนี้ ทำให้ปัจจุบัน ทั้งสองส่วนหลักของชีวิตนั้นต่างดำเนินไปด้วยกันอย่างกลมกลืน แม้แต่ในยามที่ แมว มีคิวการแสดงคอนเสิร์ตค่อนข้างรัดตัว

“ส่วนใหญ่ถ้าว่างผมก็ขนไปกันหมดเลย ผมโชคดีอย่างหนึ่งเวลาทำงานผมจะทำงานที่บ้านเป็นสตูดิโอที่บ้านนั่งทำเพลงอยู่บ้าน ก็เลยอยู่ใกล้ชิดกันแล้วก็ค่อนข้างมีความที่ติดกันไปตลอดเวลา เลาไปต่างจังหวัดก็พากันไป เพราะว่าเขาก็ต้องดูคิวให้ผมด้วยบางทีเขาก็ช่วยประสานงานให้ผมก็เลยต้องไปด้วยกัน”

 เมื่อพิธีกรถามถึงนิสัยของทั้งน้องทิกเกอร์และน้องแจ๊สเปอร์ว่านิสัยต่างกันอย่างไร “แมว” ตอบว่า

“ทิกเกอร์จะออกไปในทางแอคติ้งแสดงคืออกไปทางคุณกี้มากกว่า แต่พออายุสักประมาณ 12-13 สงสัยจะเริ่มจีบหญิง เริ่มให้พ่อสอนเล่นกีต้าร์ ทิกเกอร์จะออกไปสายทำเพลงเล่นกีตาร์”

 ส่วนทางด้านของลูกชายคนเล็กนั้น “แจ๊สเปอร์จะเป็นเด็กที่จินตนาการสูง เวลามีไม้ที่ไม่ใช่ของเล่นสำเร็จรูป เขาก็จะเอามาต่อเป็นเครื่องบิน มีเชือกเฉยๆ เขาก็เล่นได้แล้วที่สำคัญคือพ่อหรือแม่ต้องเล่นกับเขา แต่ถ้าเกิดเราไม่ค่อยสนใจเขาเขาก็จะมากวนอยู่อย่างนั้น ซึ่งผมว่ามันเป็นธรรมชาติของเด็ก เราก็ต้องตามจินตนาการเข้าให้ได้ทุกอัน”

ทั้งหมดล้วนมีส่วนทำให้ “แมว จิรศักดิ์” มิใช่เพียงนักร้องนักดนตรีแนวร็อกอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป ทว่าเป็นคุณพ่อร็อกเกอร์ที่มีหลังบ้านอันแข็งแกร่งที่ทำให้เขาพร้อมที่จะก้าวออกไปสู่สมรภูมิเพลงร็อกที่เขารักได้อย่างเต็มที่ และมีความสุข

 พบกับบทสัมภาษณ์ดีๆ จากบุคคลที่น่าสนใจเช่นนี้ได้ในรายการ “บางกอกซิตี้เลขที่ 36” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.20 น. ทางช่อง PPTV HD 36 และรับชมย้อนหลังทาง www.pptvhd36.com และ LINE TV 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ