เรียกได้ว่าดราม่าไม่สิ้นสุด สำหรับกรณีอดีตดาราหนุ่ม ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ ป่วยเป็นวัณโรคทับต่อมน้ำเหลือง ออกมาขอความช่วยเหลือ จนมีคนสงสารและยื่นมือเข้าช่วยเป็นจำนวนมาก จากนั้นมีการปล่อยภาพว่าอดีตดาราหนุ่มย้ายจากบ้านหลังเก่าโครงการบ้านเอื้ออาทรไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม และมีรถยนตร์จอดอยู่ 1 คัน ต่อมาเจ้าตัวได้บอกว่าบ้านที่เห็นเช่าอยู่เดือนละ 2 พันบาท และรถก็ขาดง่วนส่ง และบอกว่าได้รับเงินบริจาค 5 หมื่นบาท จากนั้นไม่นานก็ออกมายอมรับอีกครั้งว่าได้รับเงินบริจาคจำนวน 5 แสนบาท ที่โกหกจำนวนเงินก่อนหน้านี้ เพราะเป็นอาการเบลอจากฤทธิ์ยา
แต่เรื่องฉาวยังไม่หมด เมื่อคนที่ยื่นมือมาช่วยคนแรกอย่าง เอ็มมี่ แม็กซิม ขอออกมาฉะกลับประมาณว่า ธีร์ ได้รับเงินบริจาคสูงถึง 8 ล้านบาท ทำเอาเรื่องนี้กลายเป็นกระแสสนั่นโซเชียลอีกครั้ง
และวันนี้ ( 30 ก.ค. 62 ) ธีร์ และ เอ็มมี่ ได้ออกมาตั้งโต๊ะเคลียร์เรื่องทั้งหมดกับสื่อมวลชน โดย ธีร์ ยอมรับว่าได้เงินบริจาค 8 ล้านบาทจริง ตอนนี้เงินเหลือ 7.5 ล้านบาท อีก 5 แสนบาทที่หายไปนั้นมีการนำไปใช้หนี้บางส่วน และเงินที่อยู่ที่แฟนอีกประมาณ 6.4 ล้านบาท และที่ไว้ใจแฟนขนาดที่เอาเงินหลายล้านไว้ที่เขาเพราะเขาไม่เคยทอดทิ้งแม้ยามลำบาก
"เงินบริจาค 8 ล้านบาทครับ สาเหตุที่บอกว่าได้ 5 หมื่น ก็เป็นหนี้บัตรเครดิต กลัวจะโดนอายัด และจะไม่มีเงินเก็บไว้ให้แม่ ก็เลยไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด แต่พอเวลาผ่านไปได้ประมาณ 4 - 5 วัน ก็รู้สึกเครียด รวมถึงตัวคุณแม่เองก็มีอาการเบาหวานความดันขึ้น ซึ่งพอดีช่วงนั้นน้องเอ็มมี่เขาโทร.มา แล้วเขาก็ให้ธรรมะกับผมบางข้อ เอ็มมี่ เขาก็บอกกับผมว่าหายไปเลยจากสังคมก็ได้ หรือจะออกมาพูดความจริง เพราะทุกคนที่ช่วยพี่เขาช่วยด้วยใจ ผมก็เลยเลือกที่จะออกมาพูดความจริง เพราะความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย อันนี้คือความจริงครับ ก็คือผมกลัวจะโดนอายัดบัญชี และกลัวว่าจะไม่มีเงินเก็บเอาไว้ให้แม่ครับ โอนเงินเข้าบัญชีแฟน เพราะกลัวโดนอายัดไงครับ ประมาณ 6.3 ล้าน ถึง 6.4 ล้านครับ ซึ่งตอนนี้เหลือเงินอยู่ในบัญชีธีร์ประมาณ 1.5 แสนบาทกว่าๆ ครับ ถามว่าเราไว้ใจเขาขนาดนั้นเลยเหรอ ต้องขอบคุณมากเลยครับสำหรับคำถามนี้ เพราะนับตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ช่วงที่ผมป่วยหนักมากๆ จนถึงขั้นเช็ดอึเช็ดฉี่ เขาก็ไม่เคยทิ้งไปไหน ขนาดผมไม่มีเงินผมต้องออกจากงาน เขาก็ยังมาช่วยดูแลเรื่องข้าวปลาอาหาร แถมยังขับรถไปๆ มาๆ เป็นระยะทางกว่า 120 กิโลเมตร เพื่อมาช่วยดูแล"
เรื่องบ้านก็ให้แฟนหาได้ในราคา 1.9 ล้านบาท เจ้าของบ้านจะให้อยู่ฟรีแต่รู้สึกว่าควรช่วยค่าใช้จ่ายเลยให้เดือนละ 2 พันบาท แต่เรื่องบ้านที่จะทำการซื้อขายนั้นเป็นเงินของแฟนไม่เกี่ยวใดๆกับการเอาเงินบริจาคไปซื้อ และที่ไม่บอกความจริงตั้งแต่แรกเพราะกลัวถูกอายัดเงิน
"ถ้าพูดถึงเรื่องบ้านหลังนี้ ผมไม่ได้ซื้อ แต่ผมเช่าในราคา 2 พันบาท จริงๆ เป็นการเช่าบ้านต่อจากแฟน ซึ่งมันเป็นแพลนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน เนื่องจากตอนที่อยู่ที่เอื้ออาทรมันรู้สึกอุดอู้ หรือเวลามีคนสูบบุหรี่ผมก็จะต้องสูดรับควันเข้าไปด้วย มันเลยทำให้ทั้งผมทั้งแม่ร่างกายทรุดโทรม จากนั้นเราก็เลยตัดสินใจย้ายออกมา ราคาตามที่เขาได้เขียนเอาไว้ในกระดาษ ก็คือ 1.9 ล้าน ก็คือให้แฟนหา แล้วแฟนไปคุยกับเจ้าของบ้าน ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นสัญญาจะซื้อจะขายกัน คือเขาตั้งใจให้ผมอยู่ฟรี แต่ด้วยความที่ผมได้รับเงินบริจาคมาแล้ว ก็เลยแสดงความบริสุทธิ์ใจขอช่วยค่าใช้จ่ายแค่ 2 พันบาท รวมถึงช่วยเหลือค่าน้ำค่าไฟน่าจะดีกว่า ซึ่งเงินที่ซื้อเป็นเงินของแฟนเอง เพราะเงินบริจาคตอนนี้ยอดคงเหลือคือ 7.5 ล้านบาท และยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ ส่วนเงิน 5 แสนบาท ที่หายไป กเอาไปใช้หนี้ให้บางส่วน ซึ่งผมเองก็ต้องขอบคุณเจ้าหนี้บางรายที่มีความเมตตาในตอนที่ผมตกทุกข์ได้ยาก แต่เพราะตอนนี้เขาเองก็เดือดร้อน ผมเลยต้องคืนเงินไปบ้างบางส่วน ซึ่งก็ยังมีอีกหลายส่วนครับที่ยังไม่ได้คืน ส่วนเรื่องที่ผมไม่ได้บอกความจริงตั้งแต่แรก อันนี้ก็อย่างที่ได้เรียนให้ทราบไป ผมกลัวเรื่องการถูกอายัดเงิน"
อดีตนักแสดงหนุ่มเผยต่อว่าซึ่งมีความตั้งใจจะบอกความจริงแยู่แล้ว ถึงแม้ว่าไม่ถูกขุดจนฉาวก็ตาม และได้ทำการปิดรับเงินบริจาคเป็นที่เรียบร้อย
"สิ่งที่ได้สารภาพไปแล้วจากใจเลยว่า ทำงานมาทั้งชีวิตในวงการ 10 ปี เก็บเงินได้มาสุด 5 ล้าน ยังไม่หักค่าใช้จ่ายเลยนะ ก็ดีใจแล้ว แต่นี่พอมีเงินเยอะปุ๊บ ก็คิดว่าเดี๋ยวสักสิ้นเดือนกรกฎาคมจะพอแล้ว อันนี้ยอมรับอย่างไม่อาย อย่างลูกผู้ชายเลยว่าอยากเก็บเงินให้แม่ได้มากที่สุด ก็เลยโพสต์คลิป แต่ว่ามันจะมีอยู่ช่วงสัปดาห์ท้าย อันหนึ่งตรงที่ว่าไปทานยาสมุนไพร แก้ปวดเมื่อย พอทานเข้าไปแล้ว เลือดลมมันแปรปรวน เราก็เหงื่อแตก แล้วก็ไข้ขึ้นสูง เลยคิดว่าเราจะไปจริงๆ ก็เลยโพสต์ว่าถ้าไม่ได้อยู่ต่อ อันนั้นคือความรู้สึกจากใจจริงๆ ซึ่งผมตั้งใจจะหยุดปลายเดือนกรกฎาคมแล้วก็โพสต์ขายตุ๊กตา แล้วแต่ใครจะเมตตา ซึ่งตอนนี้ก็ปิดแล้ว ไม่ขอรับบริจาค ใครจะช่วยก็ขอให้ช่วยเป็นเรื่องของช่วยอุดหนุนตุ๊กตา กระเป๋าดีกว่า หรือเป็นข้าวสารอาหารแห้ง ก็แล้วแต่ท่านเมตตาส่งมา ก็หยุดรับบริจาคไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว"
สำหรับแฟนนั้นเป็นผู้ชาย ไม่ปิดบังใดๆ ส่วนเงินที่โอนให้แฟนนั้น เพื่อความบริสุทธิ์ใจจะขอโอนไปไว้กับแม่ และอยากจะขอโทษทุกคนที่่ช่วยเหลือซึ่งอาจจะลำบากกว่าตนเอง
"เมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้ปรึกษากับทางทนายความเบื้องต้นแล้วว่า หากเป็นไปได้จะสามารถนำเงินมาไว้ในบัญชีคุณแม่ได้ไหม เนื่องจากท่านอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ผมก็เลยกังวลเรื่องนี้ เพราะผมเองก็ไม่แน่ใจว่าผมกับแม่ใครจะจากไปก่อน อย่างน้อยๆ ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับผม ผมก็จะได้สบายใจและตายตาหลับว่าเงินยังอยู่ในบัญชีแม่ ส่วนแฟนเป็นผู้ชายครับ เป็นคนดูแล ไม่ปิดบังอะไรทั้งสิ้นครับ เขาดูแลผมมา 3 ปี ผมอยากจะกราบขอบพระคุณ แล้วก็ต้องกราบขอโทษทุกๆ ท่าน ที่ผมไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดตั้งแต่แรก และทำให้เข้าใจผิด ณ ตอนนี้ผมยอมรับความจริง แล้วก็ออกมาพูดความจริงทุกอย่าง อย่างลูกผู้ชาย อย่างลูกคนหนึ่ง ที่ตอนนี้เหลือแม่คนเดียว ผมจะไม่ดราม่าแล้ว ผมจะไม่ร้องไห้ขอเงินแล้ว สิ่งสำคัญก็คืออยากให้ทุกคนเข้าใจ เอ็มมี่ ว่าเขาช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ ไม่หวังผมตอบแทนใดๆเลย ถ้าไม่มีเอ็มมี่ ผมก็ไม่มีวันนี้ ขอบคุณเอ็มมี่มากๆ"
ด้าน เอ็มมี่ แม็กซิม ขอเคลียร์เพื่อตัวเองว่าทุกอย่างที่ช่วยไปนั้นไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนหรือสมรู้ร่วมคิดแต่อย่างใด เพราะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน ช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ถ้าถามว่ากลัวโดนผลกระทบที่ถูกมองว่าสมรู้ร่วมคิดไหม ก็ยอมรับว่ากลัวมากๆ พอรู้เรื่องก็ไปถามอีกฝ่ายตรงๆ จนต้องออกมาพูดความจริง
"ก่อนอื่นเลยต้องกราบขอบคุณทุกคนที่เมตตาโอนเงินให้พี่ธีร์ ในการที่เขาจะไปใช้ดำเนินชีวิตต่อไป เงินที่บริจาคมาจริงๆ มันก็เป็นสิทธิของคนที่เขาได้รับบริจาค ถ้าเกิดเขาเอาไปใช้ในทางที่ดี เอ็มมี่เชื่อว่าคนที่บริจาคก็มีความสุขด้วยเหมือนกัน ถ้าถามว่า เอ็มมี่ได้รับผลกระทบไหม ก็มากค่ะ เพราะวันที่โพสต์คนก็บอกว่าเราสร้างภาพ เราก็นิ่งๆไม่ว่าอะไร แต่หลังจากมียอด 8 ล้านขึ้นมา ก็ทำให้กลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปด้วย บอกตรงๆเลยว่าตั้งแต่วันแรกที่โพสต์ ไม่เคยโทรถามพี่ธีร์เลยว่าได้เงินยอดเท่าไหร่แล้ว จนมันมีคนอินบ็อกซ์มาหาเรื่อยๆจนเกิดเรื่อง ก็เลยตัดสินใจพูดความจริงกับพี่ธีร์ ว่าจะออกมาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจไหม เพราะเอ็มมี่ช่วยพี่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าวันนี้พี่ไม่ออกมาพูดความจริง ถ้าวันหนึ่งมีดาราคนอื่นป่วย เอ็มมี่ไม่สามารถช่วยใครได้อีกเลย เอ็มมี่อยากให้ทุกคนรู้ว่าเอ็มมี่ทำเพื่อความบริสุทธิ์ใจ เอ็มมี่ไม่ได้หวังอะไรเลย ไม่เคยขอเงินพี่ธีร์แม้แต่บาทเดียว"