เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา นักร้องและพิธีกรชื่อดัง บอย – พิษณุ นิ่มสกุล ได้ควงภรรยาสาว อแมนด้า เพอร์สสัน เข้าพิธีแต่งงาน ณ โบสถ์ Lund Cathedral ในเมืองลุนด์สกาเนีย ประเทศสวีเดน โดยมีเพื่อนสนิทและครอบครัวทั้งสองฝ่ายเป็นพยานรัก
และในวันนี้ ( 28 ก.ย. 62 ) บอย และ อแมนด้า ได้ควงคู่กันจัดงานฉลองวิวาห์รอบ 2 ที่ประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น โดยทั้งคู่เผยความรู้สึกว่า
วันนี้เป็นการจัดพิธีฉลองมงคลสมรสที่ประเทศไทย
บอย : ใช่ครับ จริงๆเราจัดที่สวีเดนไปแล้ว ครั้งนี้เหมือนจัดให้กับสังคมเรา ในกลุ่มเรา เพื่อนๆ คนรู้จัก ญาติผู้ใหญ่และให้พี่ๆสื่อมวลชนด้วยครับ ซึ่งทั้งเขาและผมก็ยังตื่นเต้นอยู่ครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ออกสื่อด้วยกัน และต้องมานั่งสัมภาษณ์แบบนี้ สำหรับงานที่สวีเดนก็จัดแบบเรียบง่าย ส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัวของอแมนด้าที่นั่น ซึ่งมีครอบครัวของผมและเพื่อนๆไปนิดหน่อย บรรยากาศก็จะอบอุ่นเป็นกันเอง มีพูดความรู้สึกของแต่ละคน ของคุณพ่อคุณแม่เขา ของผม ของแม่ผม หรือของญาติๆ ก็จะเป็นบรรยากาศอบอุ่นแบบง่ายๆจากนั้นก็เข้าโบสถ์”
ณ โมเมนต์ที่ให้คำมั่นสัญญากันเป็นยังไงบ้าง
บอย : โมเมนต์นั้นผมต้องยอมรับว่าเป็นโมเมนต์ที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตของผมพอสมควร ไม่คิดเหมือนกันว่าวันหนึ่งเราจะได้แต่งงานและมีใครอีกคนหนึ่งเข้ามาเป็นคู่ชีวิต ตอนสวมแหวนและยิ่งอยู่ในโบสถ์ด้วยทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างมันเงียบเนอะ และอยู่ในพิธีที่ค่อนข้างจะศักดิ์สิทธิ์ ก็รู้สึกตื่นตันเหมือนกันครับตอนที่สวมแหวน คือน้ำตาไหลตอนที่เขาเดินเข้ามา”
เราได้พูดอะไรเป็นคำมั่นสัญญาให้กับเขา
บอย : คือมันเป็นคำพูดที่เหมือนจะถามว่า เราจะรับเขาเข้ามาในชีวิตเราไหม เราเคยดูแต่ในหนังเนอะ ไม่คิดว่าวันหนึ่งคนอย่างผมจะมีภรรยาเป็นต่างชาติ เพราะภาษาอังกฤษผมโคตรแย่เลย แต่พอมาถึงวันนี้มันเป็นจริงเนอะ เราดูแต่ในหนังที่เขาอยู่ในพิธีแต่งงานในโบสถ์ แต่พอถึงวันหนึ่งที่เป็นของเรา เราก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ นิดหนึ่ง แต่ก็ประทับใจครับ”
อแมนด้า : รู้สึกดีมากค่ะ ที่มีโอกาสได้กลับไปแต่งงานที่บ้านเกิด
ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะสามีภรรยามา 3-4 เดือนแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง
บอย : ก็ดีนะครับ จริงๆแล้วผมก็ว่าการเป็นสามีภรรยามันก็ดี เราก็ต้องห่วงคนที่อยู่ข้างกายเรามากขึ้น แล้วอะไรที่เรารู้สึกสนุกสนานลั๊ลลาเกินไป ก็หายไป แล้วก็ไม่ได้มีความต้องการหรือว่าอะไร แต่จริงๆเป็นคนชอบอยู่บ้านอยู่แล้วด้วย เป็นคนชอบกลับบ้านอยู่แล้ว ไม่ชอบไปลั๊ลลาที่ไหน เสร็จงานก็กลับบ้าน ใช้ชีวิตกันปกติ ทำกับข้าวทานกัน ตื่นเช้าเราก็ไปทำงาน เขาก็อยู่บ้าน ถามว่าชีวิตเปลี่ยนไหม มันก็เปลี่ยนนิดนึงนะ แต่ผมไม่รู้ว่าที่มันเปลี่ยน มันเปลี่ยนเพราะว่าเราแต่งงานกัน หรือว่าเปลี่ยนเพราะผมอายุ 40 เพราะผมก็มีความรู้สึกว่าวัย 30 กับวัย 40 เราเคยผ่านมา มันก็โคตรแตกต่างเลย ความรู้สึกถึงคิดทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป ยิ่งวันที่มีครอบครัวมันอาจจะถึงเวลาแล้ว ก็ถือว่าเป็นชีวิตแต่งงาน 3-4 เดือนที่มีความสุขดี”
"อแมนด้า" ต้องย้ายกลับมาอยู่ไทยไหมหรือบินไปบินกลับเรื่อยๆ
บอย : ตอนนี้เขาก็บินไปบินมาไปหาครอบครัวเขานะครับ แต่หลักๆจะอยู่เมืองไทยครับ”
ตอนเป็นแฟนกับตอนเป็นสามีภรรยามันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
บอย : มันแตกต่างพอสมควรเลย ก็คือเป็นแฟนเราจะดูแลกันมากหน่อย พอเป็นสามีภรรยาเราก็ดูแลกันน้อยลง (หัวเราะ) พูดเล่น ไม่แตกต่างนะ เพราะยังไงถ้าเรายังเหมือนเดิมอยู่ ความรู้สึกมันก็ยังเหมือนเดิม ที่แบบไม่ต้องไปปรุงแต่งอะไรมันมาก ให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ก็จะมีปัญหาเรื่องงานพูดคุยกันหน่อยหนึ่ง อย่างที่บอกผมก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมาก แต่ก็เข้าใจเขาค่อนข้างเยอะพอสมควร ถ้าไม่งั้นก็จะไม่แต่งงานกับเขา แต่ก็มีบางโมเมนต์ที่แบบว่าอยากอธิบายมากเลย มันติดตรงปาก แต่มันอธิบายไม่ได้ มันจะทำยังไงดี เดินหนีแล้วกัน”(หัวเราะ)
ช่วงเวลาที่ทะเลาะกันหรือไม่เข้าใจกันทำอย่างไร
บอย : ก็นี่แหละ ก็จะเป็นการอธิบาย ใช้เหตุผลมากกว่า เขาเป็นคนค่อนข้างมีเหตุผลเยอะมาก เยอะจนบางทีเราก็งง” (หัวเราะ)
ภาษาเป็นอุปสรรคสำหรับคู่เราเยอะไหม
บอย : ผมว่าไม่เยอะมากครับ ไม่เยอะ เป็นส่วนหนึ่งเล็กๆเท่านั้นเอง ที่เราจะแบบติดเรื่องของการอธิบายเท่านั้นเอง ก็มีเข้าครอสอยู่" (ยิ้ม)
อาแมนด้า : ตอนนี้ฉันกำลังเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อที่จะพูดภาษาไทย และฉันก็กำลังเรียนรู้ที่จะอ่านและะขียนภาษาไทยด้วย” (ยิ้ม)
เราประทับใจอะไรในตัวเขา ถึงเลือกเขาเป็นคู่ชีวิต
บอย : เหตุผลหลักๆเลยคือเขาเป็นคนรักครอบครัว เขาให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวค่อนข้างเยอะพอสมควร เขารักเรา รักครอบครัวเรา เขาเป็นคนรักสัตว์ ค่อนข้างมีจิตใจดี ที่สำคัญเขาเป็นคนค่อนข้างมีเหตุผล หลายครั้งที่เรามีปัญหากัน พอเราตัดสินใจที่จะคุยกันว่าปัญหาเกิดจากอะไร มันคือการใช้เหตุผลคุยกันมากกว่าใช้ความรู้สึกตัดสิน ส่วนใหญ่คนเราจะใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาแล้วมันไม่เคลียร์ สุดท้ายปัญหานั้นก็จะกลับมาในชีวิตอีก ถ้าเราทะลาะกันโดยไร้เหตุผล อาแมนด้าเขาจะเป็นคนถ้าเขาไม่พอใจหรือติดใจอะไรเขาก็จะถามก่อนจะเคลียร์ให้จบตรงนั้นเลย ไม่เก็บสะสมหรือเอามาพูดอีก จุดนี้เป็นอะไรที่เรารู้สึกว่าเคลียร์ดี น่าจะไปด้วยกันได้ดี”
คิดว่า “บอย” คือเนื้อคู่ของคุณไหม ทำไมถึงรักเขา
อแมนด้า : ใช่ค่ะ เขาเป็นคนที่จิตใจดีที่สุดในชีวิตคนหนึ่งที่ฉันเคยรู้จัก เขาเป็นคนใส่ใจคนรอบข้าง ให้เกียรติทุกคน เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก
บอย : โอ๊ย น้ำตาจะไหล (หัวเราะ) เอาจริงๆเขาก็พูดหวานๆ บ้าง แต่ไม่ได้พูดบ่อย ถ้าไม่มีใครถามก็ไม่พูด แต่ก็จะบอกเรื่อยๆ บอกเลิฟยูก่อนจะวางสายโทรศัพท์หรือก่อนจะออกจากบ้าน
เรื่องทายาทวางแผนไว้อย่างไรบ้าง
บอย : เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ผมต้องอธิบายให้เขาฟังว่าวัฒนธรรมของเราแตกต่างกัน ของเขาจะรู้สึกว่าเรื่องลูกเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าคนไทยคือความรู้สึกใส่ใจกัน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันว่าจะมีลูกเมื่อไหร่ ผมก็อธิบายให้เขาฟังว่าเราใส่ใจกันนะ ถึงได้ถามสารทุกข์สุขดิบว่ามีลูกเมื่อไหร่ จริงๆตอนนี้ก็พยายามเลยก่อนหน้านั้นเคยไปเช็คสเปิร์มบอกตัวเองว่ามันยังโอเคอยู่หรือเปล่า 40แล้วนะ ได้หรือเปล่า(หัวเราะ) ก็ยังได้อยู่ ก็ลองไปเรื่อยๆลองธรรมชาติไปเรื่อยๆ ผมอยากเสกเข้าท้องตอนนี้เลยแต่มันไม่ได้ ก็ต้องธรรมชาติไป(หัวเราะ) สำหรับแพลนว่าจะมีกี่คน จริงๆผมคิดว่าหนึ่ง แต่เขาบอกว่าสอง เพราะผมคิดว่าดับเบิ้ลค่าใช้จ่ายคูณสอง ตายๆ งาน 3,000 / 5,000 ก็ต้องรับแล้ว เขาบอก 2 คนดีกว่า เขาจะได้เป็นเพื่อนกัน ส่วนใหญ่คนสวีดิชครอบครัวหนึ่งจะมีลูกสองคนไว้ให้เป็นเพื่อนกัน ผมว่ามันก็ดี ถ้าได้สองคนก็โอเค ชายคนหญิงคน วันหนึ่งเขาโตแล้วมีอะไรไม่บอกเรา จะได้ไปแอบถามอีกคนได้”
อแมนด้า : ฉันโอเคหมดขอให้ลูกแข็งแรง แต่ฉันมีพี่น้องผู้หญิง 2 คน และฉันก็รักพวกเขามาก เลยคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีพี่น้องโตไปด้วยกัน เลยอยากมีลูกซักสองคน พร้อมเป็นแม่ค่ะ เมื่อถึงเวลาก็คิดว่าน่าจะมีลูก1หรือ2คน”
ได้ไปฮันนีมูนหรือยัง
บอย : ไปมาแล้วครับ ไปฮาวายมา แต่ไม่ได้น้องฮาวายกลับมา น้องไฮแอท รีเจนซี่นี่ล่ะ”(หัวเราะ)
ไปฮันนีมูนเรื่อยๆเปลี่ยนบรรยากาศไหม
บอย : ก็บอกว่าพยายามไปเรื่อยๆ ก็ต้องลองดูไป ก็พยายามอยากให้ได้เร็วที่สุดเพราะตัวผมก็ 41 แล้ว อาแมนด้าเขา 32 เขายังมีโอกาส ตอนแรกเขาแพลน 35 โอ้โหช่วยดูลุงด้วย ตอนนั้นเราก็ 45 ตอนนั้นถ้าลูกเดิน เราคงคลานแล้ว ก็จะพยายามให้เร็วที่สุด
ถ้าปีนี้ลูกยังไม่มาจะพึ่งการแพทย์ไหม
บอย : ตอนแรก ที่คุยกับอาแมนด้าผมอยากพึ่งการแพทย์เลยแต่อาแมนด้าไม่อยากกดดันตัวเอง เลยขอธรรมชาติไปก่อนซัก 3-4 เดือน ค่อยลองไปหาหมอ ช้าสุดไปหาหมอน่าจะปีหน้าครับ
อัพเดทข่าวบันเทิงได้ใน รายการ POP NEWS DAILY ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9.00 – 09.15 น. , รายการเข้มบันเทิง ทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 20.00 น. และรายการ POP NEWS วันอาทิตย์เวลา 18.20 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 หรืออ่านข่าวประเด็นฮอตวงการบันเทิงได้ทาง //www.pptvhd36.com/news/ข่าวบันเทิง