การค้นหา “เสียงจริง ตัวจริง” รอบ “Blind Audition” ของรายการ “เดอะ วอยซ์ 2019” โค้ชทั้ง 4 โค้ชป๊อบ ปองกูล, โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม, โค้ชโจอี้ บอย, โค้ชก้อง สหรัฐ ยังคงเฟ้นหานักร้องมากความสามารถที่ตรงกับใจเข้ามาร่วมทีมกันอย่างเข้มข้น และยังต้องใช้ความละเอียดในการฟังเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ได้ลูกทีมคุณภาพ
เปิดเวทีกับหนุ่มมาดเท่ห์สายร็อคแอนด์โรลล์จากจังหวัดราชบุรี “เทล-กิตติคุณ สุนทรศิริเวช” ที่มาด้วยเพลง “ร็อคเริงใจ” เพลงสนุกที่ทำให้คนดูในสตูดิโอและกรรมการโยกตาม แต่ก็ไม่สามารถทำให้ฝ่าด่านรอบนี้ไปได้ต้องกลับบ้านไปตั้งแต่เริ่มรายการ
คนต่อมา “พลอย-พรทิพย์ พันตาวงษ์” อดีตศิลปินที่ขอหวนกลับมาตามฝัน ซึ่งเลือกเพลง “หัวใจขอมา” ที่ตรงกับสิ่งที่กำลังพยายามทำมาร้อง จนทำให้ โค้ชก้อง-สหรัฐ และโค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม หันกลับมา และทำให้เธอถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อก้าวแรกของการนับหนึ่งอีกครั้งประสบผลสำเร็จ สาวพลอยได้เลือกโค้ชก้องมาเป็นโค้ชเพื่อให้เดินไปสู่ฝันในรอบต่อไป
ดูโอพี่น้องสายดนตรี “เปี๊ยก-ภาสกร และ ทัก-ทักษิณ สายเนตร” สองหนุ่มที่เล่นดนตรี ร้องเพลงคู่กันมาตั้งแต่เด็ก โดยครั้งนี้พี่น้องลือกเพลง “อย่าขอหมอลำ” เพลงอีสานบ้านเกิด มาสะกดใจโค้ชป๊อบ และโค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม ให้กดปุ่มหันมา ก่อนที่จะเลือกไปอยู่กับทีมโค้ชป๊อบในที่สุด
มาที่วงดนตรีกันบ้าง สัปดาห์นี้ วงคันทรี่ผสมอีดีเอ็ม Thaitong จากจังหวัดปทุมธานี ที่มาพร้อมกับเพลง “บ้า” ในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ถูกใจโค้ชป๊อบจนต้องหันกลับมาคว้าไปร่วมทีมอีกวง
แต่ถ้าคนที่เรียกเสียงกรี๊ดจากคนดูมากที่สุดในสัปดาห์นี้ ต้องยกให้กับสาวหล่อยิ้มหวานที่ “วิน-ปณิตา ตั้งเกษมจิตต์” วัย 35 ปีแต่หน้ายังเด็ก แถมยังหล่อมากและสวยมากจนเลือกไม่ถูก สาววินเลือกเพลง “คำตอบสุดท้าย” มาร้อง เพราะเป็นเพลงในความทรงจำที่เคยใช้ร้องง้อแฟน ด้วยเสียงที่โดนใจทำให้ โค้ชก้อง หันมาและถึงกับต้องยิ้มเมื่อเห็นหน้าตา เช่นเดียวกับโค้ชที่เหลือที่ไม่ได้เลือกแต่ก็ถึงกับฮือฮาว่าคนอะไรถึงได้หน้าตาดีได้ขนาดนี้ จนต้องปรามคนดูในสตูดิโอให้เบาๆ กันหน่อยเลยทีเดียว
เพราะรักการเล่นดนตรี ร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก “เพลง-สุธิดา ศรศักดา” สาวน้อยเสียงใสวัย 17 ปี จึงตัดสินใจเดินทางมาจากสวีเดน เพื่อมาคัดเลือกในรอบ Blind Audition ซึ่งสาวเท่ห์วัยละอ่อเลือกเพลง “Stars” มาร้อง และเพียงแค่ขึ้นประโยคโค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็กดหันกลับมาทันที เพราะฟังแล้วรู้ว่าเป็นเด็กที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้
“กีตาร์-นภัสกร สุริยะ” สาวน่านที่ซึมซับการร้องเพลงจากคุณพ่อที่เล่นเพลงคำเมืองให้ฟังบ่อยๆ และเลือกเพลง “บ้านบนดอย” ที่บ่งบอกตัวตน ก็ทำให้โค้ชโจอี้ หันมาในวินาทีสุดท้ายเพื่อคว้าไปร่วมทีม เพราะถูกใจในเสียง
ส่วนที่ต้องผิดหวังกลับบ้านไปอีกคน เด็กหนุ่มรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับครอบครัวสายดนตรีจนทำให้หลงใหลเพลงเก่าเช่นเดียวกับพ่อและแม่ “ดี-ศิลป์ศรุต เกตุจินดา” วัย 18 ปี เพลง “Something” แต่ยังไม่ดีพอที่จะไปต่อ
มาถึงหนุ่มที่พลาดหวังมาจากปีที่แล้วที่ไม่มีโค้ชคนไหนหันกลับมาสักคน “โอปอ กิตฐิพงษ์ ศรีแพง” ครั้งนี้ขอมาแก้มือ คว้ากีตาร์คู่ใจขึ้นเวทีกับเพลง “แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร” งานนี้ต้องบอกว่าทำสำเร็จ เมื่อ 4 โค้ชกดหันมากันครบ แต่สุดท้ายหนุ่มติสท์ก็ขอเลือกอยู่ทีมโจอี้ตามรอยศิลปินที่ชื่นชอบ อย่าง “เวิลด์-นพรุจ”
“พัตเตอร์-ประดิพัทธิ์ ก้องกุลเดช” หนุ่มร่างอวบที่ตัดสินใจมาประกวดเพราะการร้องเพลงอยู่ในทุกช่วงชีวิต โดยเลือกเพลง “How Will I Know” มาร้องและเพียงแค่ร้องคำแรกโค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็กดปุ่มหันมา แถมยังชื่นชมแล้วชื่นชมอีกว่าไม่เคยหาเสียงแบบนี้ได้ในการประกวด ก็สามารถคว้าไปร่วมได้ดังใจ
ติดตามการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาตัวจริง เสียงจริง ในรายการ “เดอะ วอยซ์ 2019” ทุกวันจันทร์ เวลา 20.15 – 22.00 น. ส่วนใครที่พลาดไม่ได้รับชมในวันจันทร์ สามารถรับชมรายการได้อีกครั้งในวันอาทิตย์ เวลา 16.15 – 18.00 น. ทางพีพีทีวี เอชดี ช่อง36