ทำดีที่สุดแล้ว! “ฟ้าใส” ภูมิใจติด TOP5 Miss Universe 2019

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ฟ้าใส – ปวีณสุดา ดรูอิ้น” เดินทางกลับถึงประเทศไทย เผยทำดีที่สุดแล้ว ภูมิใจติด TOP5 เวที Miss Universe 2019 ขอบคุณทุกแรงเชียร์ จากคนไทย

ได้รับการต้อนรับจากแฟนนางงามอย่างอบอุ่นทันทีที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย สำหรับ ฟ้าใส – ปวีณสุดา ดรูอิ้น Miss Universe Thailand 2019 และ Top5 Miss Universe 2019 โดย ฟ้าใส ได้เปิดใจกับสื่อมวลทุกเรื่องราวการเดินทางไปประกวด Miss Universe 2019 ดังนี้

ความรู้สึกหลังได้เข้า TOP5 เป็นยังไงบ้าง

“ภูมิใจมากๆ เลยค่ะ Top5 Miss Universe 2019 ตอนนั้นที่เขาประกาศคือถ้าได้เข้าก็ดีใจ แต่ถ้าไม่ได้ก็ภูมิใจอยู่แล้วค่ะ เพราะวันนี้ตัวหินเยอะเหมือนกัน และในการตอบคำถามแต่ละคนก็ตอบได้ดีมากๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมการจะชอบคำตอบแบบไหนมากกว่ากัน”

แต่ละรอบที่ได้เข้า เรามีความคาดหวังมากน้อยแค่ไหน

“ณ ตอนนี้พอเห็นจาก Top20 เหลือ Top10 และตัวเต็งหลายๆ คนเริ่มตุ๊บๆ ไป อันนี้ก็เริ่มใจหวั่นเหมือนกันนะคะ เพราะใน Top10 หนูก็ได้เข้ารอบเป็นคนที่ 9 ก็นึกในใจว่าขอให้เข้าไปต่อเรื่อยๆ อย่างน้อยสำหรับหนู Top5 คือยิ่งใหญ่มากๆ เพราะเป็น 1 เดียวในเอเชียเลยค่ะ หนูไม่ผิดหวังค่ะ ภูมิใจมากๆ เพราะหนูรู้สึกว่าหนูเต็มที่ทุกวันและทุกก้าวแล้ว ถ้าเกิดหนูไม่เต็มที่ก็จะผิดหวังว่าฉันไม่ได้ทำดีกว่านี้ แต่ว่าหนูเชื่อว่าหนูทำได้เต็มที่มากๆ และหนูก็ภูมิใจมากๆ ค่ะ"

ส่วนตัวคิดว่าคำถามที่เราได้รับมันยากหรือง่ายสำหรับตัวเราเอง

“เอาตรงๆ หนูก็มองว่าหลากหลายคำถามสำหรับหนูมองว่าค่อนข้างง่าย ซึ่งถ้าหนูได้คำถามอื่นๆ หนูก็สามารถตอบได้ในระดับนึงเหมือนกัน แต่ในเมื่อเราได้คำถามนี้มา เราก็ต้องพยายามสุดความสามารถในการตอบคำถามนี้ให้ดีที่สุด สำหรับหนูได้ย้อนกลับไปฟังคำตอบตัวเอง หนูก็ยังเชื่อว่าหนูตอบได้ดีที่สุดใน ณ ตอนนั้นเท่าที่หนูจะทำได้แล้วค่ะ”

ตอนที่ได้ยินคำถามเราก็ตกใจใช่ไหม

“หนูเชื่อว่า ณ ตอนนั้นหนูตอบได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วค่ะ ก็ค่อนข้างตกใจเพราะเป็นเรื่องเซนซิทีฟมากๆ หนูยืนยันเหมือนเดิมว่ามันไม่ทีทางที่จะ 100% Privacy แล้วรู้สึกกลัวในบ้านของเราเอง หรือก็ 100% ใน Security แต่ไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย สำหรับหนูยืนยันที่เดิมว่า มันควรจะมีจุดกลางที่จะพบกันได้”

เปิดประวัติ “ฟ้าใส ปวีณสุดา” ตัวแทนสาวไทยไปจักรวาล

เปิดคำตอบ "ฟ้าใส ปวีณสุดา" จากคำถามบนเวที Miss Universe 2019

ตอนนั้นคือไม่ได้ตั้งใจที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่แล้วใช่ไหม

“แล้วถ้าเป็นพี่ พี่จะเลือกแบบไหนล่ะคะ ระหว่าง Privacy กับ Security คือหนูขอเลือกตรงกลางดีกว่า เพราะหนูเข้าใจว่าในความปลอดภัยมันก็มีโลกของโซเชียลที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีกล้องวงจรปิด ซึ่งถ้าเกิดหลายๆ คนไม่มีส่วนนี้ มันก็อาจจะมีความไม่ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นมาก็ได้ หนูก็เชื่อว่ามันต้องมีจุดกลางที่มันสามารถพบกันได้อยู่แล้ว และมันจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยแต่มันก็ต้องมีความเป็นส่วนตัวด้วยเหมือนกัน"

สิ่งที่อยากที่สุดในการประกวดครั้งนี้คืออะไร

"สิ่งที่ยากสำหรับหนูน่าจะเป็นการกังวลเรื่องตามากกว่านะคะ เพราะไม่เคยคิดว่ามันจะเจ็บขนาดนั้น ถึงขั้นตื่นขึ้นมาตอนเช้าและลืมตาไม่ได้ มันเซนซิทีฟกับไฟมากๆ และอีกวันหนึ่งนึกว่ามันจะหายดี แต่กลายเป็นว่าลืมตาแล้วน้ำตาไหลออกมาเอง ซึ่งวันนั้นก็คือวันที่ปิดตาค่ะ ต้องพักตา ทางกองก็ใจดี เขาเข้าใจ เพราะเราบอกก่อนที่จะมาแล้วว่าเรามีปัญหาเรื่องตา อาการตอนนั้นมันแย่ระดับไหน ถึงขั้นลืมตาไม่ขึ้นค่ะ"

วันประกวดจริง อาการเหล่านั้นยังมีอยู่ไหม

“อย่างน้อยเราได้พักวันหนึ่งก่อนที่จะเป็นวันจริง อาการก็เลยดีขึ้นเยอะเลยค่ะ”

สาเหตุหลักๆเป็นเพราะอะไร

“ต้องเล่าให้ฟังว่าช่วงประกวด Miss Universe Thailand ตั้งแต่เดือนมิถุนายน คือช่วงนั้นเพิ่งกลับมาจากพัทยาค่ะ ช่วงเก็บตัวเขาให้ใส่คอนแทคเลนส์ใส ซึ่งหนูเป็นคนที่มีปัญหากับคอนแทคเลนส์ใสมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว บวกกับเป็นช่วงที่นอนน้อยด้วย กิจกรรมเยอะด้วย เราก็ใส่คอนแทคเลนส์ตลอดทำให้ตาแห้ง จนเราถอดคอนแทคเลนส์ไม่ได้แล้วต้องไปโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอช่วยถอดคอนแทคเลนส์ออก หลังจากนั้นกระจกตาก็ถลอกมาตั้งแต่ตอนนั้น เราก็พยายามรักษา แต่กลายเป็นว่ารักษาไม่ถูกทาง พอได้ไปหาหมอหลายๆคน เขาก็เริ่มแนะนำว่าทำไมไม่ทำเลเซอร์ ซึ่งมันแตกต่างจากเลซิกตรงที่เลเซอร์ต้องทำให้แผลถลอกหายก่อน และในช่วงทำเลเซอร์หมอก็แนะนำว่า ในเมื่อเจ็บตัวแล้วก็ปรับสายตาไปเลย เราจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องคอนแทคเลนส์อีก เราตั้งใจว่าจะทำวันที่ 8 พฤศจิกายน แน่พอถึงวันที่ 19 ตุลาคม เขาประกาศมาว่าจะประกวดแล้วนะ แล้วเลเซอร์ชนิดนี้ต้องใช้เวลา 10 วันในการพักผ่อน 7 วันห้ามออกกำลังกายหรือห้ามแต่งหน้า หนูก็เลยต้องเลือกว่าจะเลือกตาหรือเลือกเตรียมตัวไปประกวด Miss Universe”

ตอนประกวดจริงมีผลไหม

วันนั้นที่ประกวดพี่คิดว่ามีผลไหมคะ (ยิ้ม) วันนั้นขึ้นเวทีด้วยคอนแทคเลนส์เพียงข้างเดียวค่ะ หนูใส่ข้างเดียวตลอดการประกวด เพราะใส่ข้างขวาไม่ได้เลย"

เราก็คือหนึ่งในตัวเต็งของกองประกวด มีคนหมั่นไส้บ้างไหม

“ถามตรงๆ ก็ตอบตรงๆ นะคะว่า ไม่เคยรู้สึก จนกระทั่งตอนที่ทางคนที่เป็นช่างแต่งหน้าสกินแคร์อ่ะค่ะ เขาเรียกถามว่าไทยแลนด์อยู่ไหน โอ้โห ห้องเงียบสนิท และทุกคนก็หันมามอง หนูก็เลยรู้สึก (ยิ้ม) จ๊ะ รู้สึกตอนนี้เลย เราก็รู้สึกด้วยว่าทำไมเจาะจงไทยแลนด์ อันนี้หนูก็รู้สึกอึดอัดว่าทำไมเจาะจงหนู แต่ว่าก็ต้องอันนี้ที่เขาเล่าให้ฟังนะคะว่าหนูมีฟอลโลเวอร์มากที่สุด เขาก็อยากจะขายผลิตภัณฑ์ของเขา เขาไม่ได้เจาะจงไทยแลนด์โดยเฉพาะ แต่เขาเจาะจงคนที่มีฟอลโลเวอร์มากที่สุดค่ะ”

แล้วกับเพื่อนนางงามด้วยกัน การตอบรับเป็นยังไงบ้าง

“ถ้าในช่วงวันนั้นก็อาจจะมีนิดหนึ่งที่ไม่อยากคุยด้วย แต่เพื่อนที่สนิทจริงๆ อย่าง ญี่ปุ่น ลาว เมียนมา สวีเดน เขาก็ยังเหมือนเดิม เขามาเพื่ออยากจะได้มิตรภาพที่ดีและประสบการณ์ที่ดี เขาก็ทำเต็มที่ของเขาและรู้ว่าไม่ใช่สปอนเซอร์ที่เป็นคนตัดสินใจว่าใครจะชนะ แต่เป็นคณะกรรมการมากกว่าค่ะ”

อยากให้พูดถึง Miss South Africa ที่คว้ามงกุฎได้หน่อย

คือหนูไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยกันเท่าไหร่ เพราะเวลาทำกิจกรรมแล้วเราแยกกลุ่มกันค่ะ เลยไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับเขามากเท่าไหร่ แต่ก็ยินดีนะคะ เพราะเขาก็ตอบคำถามได้ดีมากค่ะ"

หลังจากนี้มีแพลนจะทำงานในวงการบันเทิงบ้างไหม

“ถ้ามีโอกาสก็อยากจะรับนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าทางผู้ใหญ่จะเอ็นดูหนูและให้งานหนูยังไงบ้าง ถ้ามีโอกาสก็อยากทำหมด แต่ใจจริงเลยที่ชอบมาตั้งแต่เด็กก็คือการพากย์เสียง ก็พอทำได้ค่ะ”

อยากให้บอกน้องๆที่จะตามฝันเหมือนเราไหม ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

“เธอต้องสตรองมากๆ พูดได้คำเดียว สตรองมากๆ ถ้าอันนี้ไม่ใช่ฝันของเธอจริงๆ คือไม่ไหวอ่ะ แต่ถ้าเป็นฝันจริงๆ เชื่อเลยว่าน้องๆ จะเต็มที่ จะมุ่งมั่นมากๆ และทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเอง ไม่มีใครที่รู้จุดด้อยของเราได้เท่าตัวเราเองแล้ว ถ้าใครที่อยากมามากๆจะรู้เองว่านางงามเป็นแบบไหน ต้องทำอะไร แล้วเขาจะพัฒนาตัวเองในแบบนั้นค่ะ”

ตอนอยู่ที่นู้นได้ติดตามฟีดแบคแฟนนางงามบ้างไหม

"ไม่ค่อย เพราะกิจกรรมก็แน่นเหมือนกัน ตอนแรกก็คิดกับกองว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าวันละ2-3ชุด สรุปไม่มีเวลาที่จะเปลี่ยนเลย”

มีความกดดันเยอะไหม

“ไม่มีความกดดันจากแฟนๆ ค่ะ ความกดดันมันน่าจะมาจากตัวเรามากกว่า เพราะเราอยากจะทำให้ดีที่สุด เราเองก็หวังไว้มาก แต่ในความกดดันก็ต้องมีความพอดีเหมือนกัน เพราะส่วนตัวหนูถ้าเกิดเวลาที่กดดันแล้วก็จะรู้สึกอึดอัดไม่เป็นตัวของตัวเอง กลายเป็นว่าเราไม่มีความสุขกับกิจกรรม ก็ต้องมีการผ่อนคลายบ้างค่ะ”

อยากบอกอะไรกับแฟนๆไหม เพราะยังมีบางคนไม่สามารถมูฟออนความเสียใจที่เราคว้ามงมาไม่ได้บ้างไหม

“หนูก็เข้าใจ อย่างปีพี่มารีญา หนูก็เป็น กว่าจะมูฟออนได้ก็สักพักหนึ่งเพราะคาดหวังไว้มาก แต่จะบอกไว้ว่า Top5 เลยนะคะ Top5 จาก 90 ประเทศ และเป็น 1 เดียวในเอเชียที่ไปยืนอยู่ Top5 สำหรับหนูคือหนูภูมิใจมากๆแล้ว และเชื่อว่าในอนาคตตัวแทนประเทศไทยก็จะไปได้ไกลยิ่งขึ้น ฝากเป็นกำลังใจให้รุ่นน้องด้วยนะคะ และฝากขอบคุณทุกคนที่คอยรัก คอยเชียร์ คอยซัพพอร์ตฟ้าใสมาตลอด ขอบคุณทุกคนจริงๆ นะคะ” (ยกมือไหว้)

ท่านนายกเองก็ชื่นชมเราในการตอบคำถาม

“จริงเหรอคะ พอดียังไม่ได้มีโอกาสอ่านข่าว แต่ว่าขอบคุณมากเลยนะคะ ดีใจที่ท่านนายกชอบคำตอบของหนูค่ะ” (ยิ้ม)

ถามเรื่องชุดประจำชาติที่เกิดการประกาศผิดขึ้นหน่อย

“ถ้าให้พูดตรงๆก็งงเหมือนกัน เพราะว่าในการโหวต เขาก็ไม่ประกาศ ที่เพื่อนๆโหวตกันเขาก็ไม่ประกาศ แต่ก็อาจจะมาประกาศภายหลังก็ได้ อันนี้หนูก็ไม่รู้ เท่าที่ได้ยินมาก็คือมาเลเซียที่ขึ้นมาเหมือนเป็นทีมงานเลือกว่านี่เป็นชุดประจำชาติดีเด่นที่เขาเขาชอบในใจ แต่การโหวตออนไลน์ คือฟิลิปินส์เป็นคนชนะ แต่ก็อาจจะเป็น เพราะว่าฟิลิปินส์เข้าท็อป 20 ด้วย เวลาที่จะเตรียมตัวเปลี่ยนชุดน้อยด้วย เขาก็เลยให้ทีมงามเขาเลือกขึ้นมาแทน แต่ไม่รู้ว่าบอกมาเลเซียหรือไม่ตอนนั้นหนูไม่ได้อยู่เบื้องหลัง แต่หนูคิดว่าอาจจะเป็นแบบนั้นมากกว่า”

กลับมาแล้วอยากทานอะไรไหม

ตอนนี้อยากจะกินอาหารไทย แต่ว่าถึงตรงไหนก็อาจจะสั่งตรงนั้น แต่ตอนนี้อยากกินหลายอย่างมากเลย  สุกี้ก็อยากกิน ไก่ผัดเม็ดมะม่วงก็อยากกิน อยากกินหลายอย่าง ข้าวมันไก่ก็อยากกิน” (ยิ้ม)   

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ