อุ๋ย บุดดาเบลส เผยว่า อ่านหนังสือธรรมะมาตั้งแต่เด็ก คุณแม่พาเข้าวัดตลอด ทำให้มีคำถามในหัวเยอะ ด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่พุทธศาสนาสอน จึงต่อต้าน เถียงหัวชนฝา จนอายุ 20 กว่าปี จึงเริ่มสนใจมากขึ้น เพราะเกิดคำถามในหัวมากมาย อยากรู้ว่าคนเกิดมาทำไม เกิดมาเพียงทำงาน มีครอบครัว แก่ และเสียชีวิตเท่านั้นหรือ ประกอบกับบ้านไฟไหม้ จากเดิมที่เคยสุขสบายก็ลำบาก แม่มีอาการเครียด ซีมเศร้า ทำให้ตัดสินใจลองไปปฏิบัติธรรมเพื่อให้แม่สบายใจ
นักร้องคนดัง กล่าวว่า การปฏิบัติธรรมครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่อยู่กับตัวเอง 7-8 วันโดยที่ไม่พูดเลย ตนไม่เคยอยู่กับตัวเองชนิดที่เวลากินข้าวยังคิดถึงว่าฟันกระทบกันอย่างไร ลิ้นอยู่ตรงไหน เวลาอาบน้ำถูสบู่พิจารณาหมด เปรียบเหมือนแก้วน้ำที่ผ่านมาก็เหมือนตนกวนแก้วน้ำตลอดทำให้มีตะกอนเยอะ จนไม่เห็นอะไร เมื่อเลิกฟุ้งซ่านก็ทำให้มีสติอยู่กับตัวเอง ทำให้ตะกอนนอนก้น เห็นอะไรชัดขึ้น
“ผมมองย้อนกลับไปสิ่งที่เราทำมันชั่วจังเลย การไปปฏิบัติธรรมครั้งนั้น เหมือนการที่เราติดกระดุมเม็ดแรกถ้ามันติดถูกก็จะถูก ทัศนคติในการมองโลกก็เช่นกัน ที่ผ่านมาเราติดกระดุมเม็ดแรกผิดมันจึงผิดไปหมด เมื่อเราติดถูกแล้ว เราก็เริ่มมองอะไรถูกทางมากขึ้น รู้สาเหตุว่าทุกอย่างเกิดมาจากความคิดเราเอง ความฟุ่งซ่าน กังวลในอนาคต เพราะเรามัวนึกถึงอนาคต และวนอยู่กับอดีต คนเราส่วนใหญ่ที่ทุกข์ก็มีอยู่แค่นั้น"
อุ๋ย บอกว่า วันแรกหลังปฏิบัติธรรมออกมาได้เข้าไปกราบเท้าแม่ทันที ทำให้แม่ดีใจอย่างมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ปฏิบัติธรรมครั้งแรกแล้วจะเข้าใจ บางคนออกมาไม่เข้าใจ ไม่อยากกลับไปอีกก็มี เผอิญตนมีความทุกข์ บวกกับมีคำถามในหัวสมองที่ต้องการคำตอบ ทำให้คิดได้เอง
"ตอนนั้นพี่โจ้ โจอี้ บอย สอนว่า เวลาเราจะกินน้ำแก้วหนึ่ง มีวิธีพูดตั้งหลายวิธีที่จะขอน้ำคนกิน อยู่ที่เราเลือกศิลปะการใช้ภาษา ซึ่งผมก็เอามาคิด แม้พี่โจ้จะไม่ใช้คำหยาบในเพลง แต่พี่โจ้ก็ไม่ติ๋ม อาจจะดูแบดบอยมากด้วย กลายเป็นโจทย์ที่ทำได้ยากกว่า และคนที่ทำได้คือคนเก่งกว่า เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากทำเพลงไม่หยาบ ไม่ติ๋ม ไม่ปัญญาอ่อน และยังเป็นตัวเราอยู่ การหาตรงกลางมันยากกว่า ถ้าทำได้นั่นคือการพัฒนา"
เมื่อถามว่าช่วงนี้หลายคนเครียดมากจากโรคระบาด รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจจะมีคำแนะนำอย่างไรเพื่อทำให้ไม่เครียด นักร้องหนุ่ม บอกว่า ต้องรู้ตัวเองก่อน นั่งก็ให้รู้ว่านั่ง เดินก็ให้รู้ว่าเดิน มีสติ ไม่ฟุ้งซ่าน ตอนนี้คนทำมาหากินมัวแต่กลัวและคิดว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ต้องแยกให้ออกก่อนว่าฟุ้งซ่านกับการวางแผนอนาคตไม่เหมือนกัน การวางแผนลดรายจ่าย หาข่องทางทำมาหากิน ถ้าไม่มีต้องพัฒนาตนเอง หากวางแผนเป็นระบบจะไม่ทุกข์ แต่หากทุกข์ก็เพราะมัวฟุ่งซ่านว่าจะทำอย่างไรวนอยู่อย่างนั้น
"เราต้องมีสติกับปัจจุบัน ศีล 5 ไม่ใช่เรื่องบาปบุญ ผมมองว่าการมีศีล 5 แค่จะทำให้ไม่มีปัญหาตามมา เช่น ถ้าไม่อยากปวดหัวทะเลาะกับแฟนก็ไม่ต้องไปผิดลูกผิดเมียคนอื่น ไม่อยากมีเรื่องก็ไม่เอาของคนอื่นที่ไม่ใช่ของเรา ไม่อยากเสียสุขภาพก็อย่าไปเมา ส่วนถ้าคิดว่ารับได้กับผลที่ตาม รถอาจจะชน อาจจะเสียสุขภาพภาพบ้างก็เรื่องของคุณ"
บางกอก City เลขที่ 36 จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.15 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 รับชมย้อนหลังทาง http://pptv36.tv/rkG และ https://tv.line.me/bangkokcity36