หลังจาก น้องเซย่า ณิชฏา ทองเจือ ลูกสาวคนโตของ พีท ทองเจือ ต้องเบรกฝันการเป็นศิลปินลงชั่วคราว เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพป่วยเป็นไทรอยด์ ต้องหันมาโฟกัสเรื่องการรักษาอาการป่วยเป็นหลัก ล่าสุดได้เจอ พีท ทองเจือ และลูกสาวคนกลาง น้องมิย่า - พิชชา ทองเจือ ได้อัปเดตอาการของ น้องเซย่า ให้ฟัง หลังรักษามานาน 4 เดือน
พีท : “ตอนนี้คุณหมอก็กำลังดูเรื่องสุขภาพอยู่ จริงๆถ้าเห็นว่าน้องแข็งแรงปกติ เพียงแต่ว่าเวลาตรวจค่าต่างๆ ในร่างกายมันยังไม่ค่อยโอเค ตอนแรกก็มีปัญหาเรื่องผมร่วง น้ำหนักขึ้น ซึ่งตอนนี้น้ำหนักขึ้นมาประมาณ 14 กิโลกรัม คุณหมอบอกว่าอาการของน้องจะเรียกว่าโรคฮาชิโมโตหรือว่าเป็นไทรอยด์ต่ำ แล้วค่าเม็ดเลือดขาวก็ต่ำ ซึ่งค่าทุกอย่างตอนนี้มันไม่ค่อยโอเค ใช้ชีวิตปกติได้ไม่มีปัญหาใช่ไหม แต่ว่าในระยะยาวสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือถ้ายังปล่อยแบบนี้โดยที่ไม่ดูแลรักษาจริงจัง หัวใจจะทำงานหนักกว่าปกติ อาจจะนำมาในเรื่องของโรคหัวใจได้ในอนาคต ซึ่งเด็กอายุ 14-15 ไม่น่าจะต้องเจอเรื่องแบบนี้ แล้วที่สำคัญคือที่บ้านเราไม่ให้ทานยาแผนปัจจุบันที่เป็นยาวิทยาศาสตร์ เพราะรู้สึกว่าเด็กอายุน้อยๆยังไม่ควรจะทานยา เดี๋ยวมันจะไปกดประสาทหรือไปทำอะไร ควรจะรักษาด้วยวิถีธรรมชาติมากกว่า ถ้าตรวจแล้วว่าร่างกายขาดวิตามินอะไรก็เติมให้มันเต็ม พยายามใช้ชีวิตที่มันค่อนข้างธรรมชาติมากที่สุด”
ตอนนี้ดีขึ้นแล้วใช่ไหม
พีท : “ดีขึ้นจากเดิมไหม ผมให้แค่ 15-20 เปอร์เซ็นต์เองครับ ถามว่าเกิดจากอะไร มันรวมๆครับ ทั้งเรื่องของอาหารการกินและการออกกำลังกายที่มันไม่แมตช์กัน”
“เซย่า” ไม่กังวลไหม
พีท : “ไม่มีครับ ช่วงนี้ก็มาทำขนม สนุกกับการทำขนม แล้วก็อ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบอะไรต่างๆ แต่น้องเป็นคนเรียนเก่งอยู่แล้วเลยไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ ชีวิตประจำวันก็ต้องดูแลมากขึ้น ช่วงโควิด-19 คุณแม่กับคุณลูกทุกอย่างที่ทานก็จะเป็นเฮลท์ตี้หมด เราไม่ได้ทานอาหารคลีนนะครับ แต่ทุกอย่างจะเป็นอาหารที่ดีหมด ทำให้ร่างกายขับสิ่งที่ไม่จำเป็นออก ตอนนี้โฟกัสแค่เรื่องสุขภาพของน้องก่อน ยังไม่ได้คิดเรื่องอื่น เพราะสมมติเราคิดว่า 6 เดือนต้องหาย ถ้าทุกอย่างต้องกลับไปเป็นปกติ คือมันยังไม่ได้ แล้วอย่างที่บอกว่าอันนี้ 4 เดือนกว่าไปตรวจแล้วค่าต่างๆก็ยังไม่ดีขึ้นมาเท่าไหร่ ช่วงที่ผ่านมาลูกอยากทอะไรให้ตัดสินใจเองหมด เราไม่เคยบังคับและกดดันลูก ลูกชอบ พ่อแม่สนับสนุน คอยดูแล อะไรที่ดีก็เดินต่อไป ล้มก็ลุกให้ไว ไม่ใช่นั่งร้องไห้อยู่ที่เดิม อย่าง มิย่า พอทำเพลงปุ๊ป ก็เริ่มอยากแสดง ผมก็บอกว่าเหนื่อยนะการเป็นนักแสดง ไม่ใช่เห็นแค่ในจอมันจะออกมาสวยงาม มันมีหลายๆเรื่อง ทั้งการพักผ่อน การจำบท แล้วลูกยังเรียน และมีเรื่องเพลงอีก แต่ลูกอยากทำเราก็ให้เดินหน้า ให้ลอง ถ้าไหวก็สู้ต่อ ถ้าไม่ไหวก็คิดต่อว่าจะเอายังไง ช่วงนี้ก็มีติดต่อน้องมาเรื่อยๆ แต่ผมคิดว่ายังไม่เจอบทที่ลงตัวกับน้อง”
ณ ตอนนี้ “เซย่า” อาจจะไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เขานอยด์ไหม
พีท : “ตอนนี้มันไม่ใช่จุดๆนั้นแล้ว ตอนนี้ทุกคนหันมามองที่จุดเดียวกัน คือเรื่องของสุขภาพ คุณหมอบอกว่าด้วยค่าต่างๆของร่างกายที่มันไม่ค่อยโอเค ถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่างที่เราได้เล่าให้ฟังเช่นโรคหัวใจมันอาจจะตามมา แล้วด้วยค่าต่างๆที่ตรวจ น้องอาจจะวูบเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งถ้าวูบแล้วเราไม่ได้อยู่ด้วยมันไม่โอเค อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในสายตาเราก่อน น้องอายุยังน้อยอยู่ คือที่บ้านเริ่มอะไรเร็วนิดหนึ่ง เร็วไม่ได้หมายความว่าดีนะ กลายเป็นว่าตกมาอยู่ที่พ่อแม่ที่ต้องกระตือรือร้น แทนที่จะนั่งชิลๆไปทำงาน ลูกก็ไปเรียนตามปกติ นี่กลายเป็นว่าทุกอย่างต้องเร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว แก้ปัญหาเร็ว มันเหมือนคลื่นที่กระทบฝั่งก็ต้องมีอะไรย้อนกลับมา”
ไม่ได้มองว่าน้องเสียโอกาสใช่ไหม
พีท : “ไม่ครับ อย่างมิย่าที่ทำเพลงออกมาตอนนี้ ณ ปัจจุบันก็ยังมีค่ายเพลงใหญ่มาขอตัวน้อง ทั้งๆที่ก็รู้ว่าเราขึ้นมาอยู่ในฐานะค่ายเล็กๆแล้ว แต่ก็ยังให้โอกาสอยากได้น้องเข้าไปร่วมโปรเจ็กต์”
“มิย่า” ให้กำลังใจพี่สาวยังไงบ้าง
มิย่า : “หนูก็จะช่วยปรับใจพี่เขาบ้างค่ะ สมมติถ้าพี่เขาเครียด หนูก็จะชวนไปทำขนมดีกว่า แล้วพี่เขาก็เริ่มคิดแล้วว่าแบบหรือว่าจะไปเป็นหมอดี พี่เขาก็เริ่มคิดอะไรที่กว้างขึ้น”
ขอบคุณ วันบันเทิง