หลังจากวานนี้ (27 ส.ค.63) วงการบันเทิงได้สูญเสีย อ้อย - กาญจนา จินดาวัฒน์ นักแสดงรุ่นใหญ่และอดีตนางเอกชื่อดังด้วยโรคหัวใจ และวันนี้ ( 28 ส.ค.63) มีพิธีรดน้ำศพ และสวดพระอภิธรรมศพเป็นคืนที่ ที่ศาลา 2 วัดมกุฎกษัตริยารามราชวรวิหาร โดยลูกสาวคนโต เพลง ภตภร (เพลง กวิตา) นักแสดงสาวได้เปิดใจหลังสูญเสียคุณแม่ครั้งแรกว่า
“ปั้นจั่น” สุดเศร้า! ไปไม่ทันดูใจ “อ้อย กาญจนา” น้าสาวแท้ๆ
“คุณแม่ป่วยเป็นโรคหัวมา 10 ปี ไม่ค่อยมีใครทราบเพราะคุณแม่ใช้ชีวิตปกติ พอช่วงปีกว่าๆเกือบสองปี มาตรวจเจอว่าเป็นมะเร็งแทรกซ้อนเข้ามาอีก คือคุณแม่เป็นโรคหัวใจกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นโรคที่รักษาไม่หาย ต้องกินยาเพื่อปรับสภาพร่างกาย ไม่เหมือนเส้นเลือดหัวใจตีบ ที่ทำบอลลูนแล้วจบ หัวใจก็อ่อนแอมาตลอด ร่างกายพยายามฟื้นฟูตัวเอง เอาอวัยวะอื่นมาช่วยเป็นพลังเสริมร่างกาย จนวันนึงพลังงานสำรองหมดไป และบวกกับว่ามาเจอโรคแทรกซ้อนอีก ทำให้แทนที่ว่าหัวใจไม่แข็งแรงแล้ว ปอดอาจจะดี กระดูอาจจะดี กลายเป็นว่าหัวใจไม่แข็งแรง กระดูก็มาปวด
ตอนที่เจอมะเร็ง เจอที่เยื้อหุ้มปอดกับกระดูก เป็นระยะที่ลุกลามแล้ว คุณแม่ก็ทำงานปกติ สั่งห้ามเพลงไม่ให้บอกใครเรื่องป่วยมะเร็ง ไม่อยากให้ใครเป็นห่วง แม่จะพูดเสมอว่าไม่อยากใช้ชีวิตเป็นคนป่วย อยากมีความสุข แม่คิดจะสู้ จะหาย แต่เรื่องโรคหัวใจเพลงก็ขอว่าต้องบอกบางคน เพราะต้องฝากพี่ๆที่กองถ่ายให้ดูแล จะได้ทราบว่าแม่ต้องมีข้อระวังอะไรบ้าง
ถ้าจำไม่ผิด ตรวจเจอมะเร็งน่าจะเกือบๆ 2 ปีแล้วค่ะ คุณแม่ทำงานถ่ายละครปกติ แต่คุณแม่โชคดีที่มะเร็งมีการรักษาแบบใหม่ ที่ไม่ต้อทำคีโม ร่างกายคุณแม่รับยาแบบใหม่ได้ มี 50 % ที่จะรับยาแบบนี้ได้ ราคาจะสูงหน่อย ก็ต่อสู้กันมาตลอด อาการจะดีมากในช่วงแรกๆ มาทรุดหนักๆช่วงประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีเอฟเฟ็กต์ที่ต้องเปลี่ยนตัวยา เบื่ออาหาร ผอมลงเกือบ 10 กิโลกรัม แต่ที่ทรุดหนักจริงๆคือรอบสุดท้ายที่เข้าโรงพยาบาล เขาอาการหายใจติดขัด แล้วโรคหัวใจมันจะมาคู่กับน้ำท่วมปอด มันก็อันตราย คุณพ่อเลยพาไปส่งที่แผนกฉุกเฉิน
ซึ่งก่อนหน้านี้คุณแม่เข้าฉุกเฉินมา 2 ครั้งแล้ว แม่ขอออกมาเพราะคิดว่าไม่เป็นอะไร จริงๆคุณแม่รักษาอยูที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แต่ครั้งสุดท้ายฉุกเฉินจริงๆก็เลยไปที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ครั้งนี้ไม่คิดว่าเข้าไปแล้วจะไม่ได้ออกมาอีก”
คนบันเทิงอาลัย “อ้อย กาญจนา” หลังจากไปด้วยโรคหัวใจ
เข้าไปครั้งนี้หนักไหม
“หนักนะคะ จริงๆช่วงหลังๆที่อยู่ที่บ้านก็ค่อนข้างหนักมาแล้ว เพลงเจอคุณแม่ทุกอาทิตย์ พาไปหาหมอ ทุกครั้งจะเห็นว่าเขามีอาการเหนื่อยเยอะ เพลงจะให้นั่งรถเข็นไปไหนมาไหน ไม่ได้เห็นเขาเดินมาเป็นเดือนแล้ว จนวันที่คุณแม่ป่ายรายการของ พี่แอน (แอน ทองประสม) เป็นวันที่ได้เห็นคุณแม่เดินเองครั้งสุดท้าย เพลงก็ตกใจว่าเขาทรุดลงเยอะมาก จิตใจคุณแม่สู้ แต่ร่างกายไม่ไหว เราเริ่มรู้แล้วว่าเดือนนี้หนักจริงๆ และวันที่เข้าโรงพยาบาลก็หายใจหอบด้วย คุณแม่ใจสู้มาก ตลอดระยะเวลาที่รักษา และ 10 ปีที่แล้วที่รู้ว่าเป็นโรคหัวใจ ไปเจอคุณหมอมาหลายคน บอกว่าอาการหนักขนาดนี้ หัวใจจากทำงาน 100 % เหลือแค่ 20 – 30 % คุณไม่รอดแน่ หมอให้ 3-6 เดือน อยากทำอะไรรีบทำนะ แต่ท่านก็ใจเสียบ้าง แต่ก็สู้ และอยู่มาได้ถึง 10 ปี ถ้าไม่เจอโรคแทรกซ้อนอาจจะยังไหวอยู่ก็ได้”
ถามย้อนหลับไปเรื่องโรคหัวใจ สามารถรักษาได้ขนาดไหน
“เป็นการรักษาฟื้นฟูให้หัวใจดีขึ้น ถ้ารักษาที่ต้นเหตุจริงๆก็ต้องถึงขั้นใช้หัวใจเทียม หรือผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ซึ่งมันเป็นเรื่องใหญ่มาก มันก็เป็นไปได้ว่ามีความเสี่ยงตอนผ่าตัดด้วย ก็เลยคุยกัน ตอนหลังจะย้อนกลับมาทำก็ช้าไปแล้ว เพราะร่างกายอ่อนแอไปเยอะแล้ว”
ใช้ช่วงเลาสุดท้ายกับคุณแม่ยังไงบ้าง
“เพลงก็ขอดูแลคุณแม่นอนตอนที่อยู่ในไอซียูเจ้าหน้าที่ก็ทราบว่าอาการหนักมาก โชคดีที่ช่วงระยะสุดท้ายได้อยู่กับเขาตลอด คุณพ่อ น้องชาย ก็อยู่ด้วย ได้เห็นว่าเขาอาการหนัก แต่เขาก้ยังสู้ มี 2 – 3 ครั้ง ที่โดนโทรตามกลางดึกว่าแม่จะไม่ไหว แล้วแม่ก็ฮึดขึ้นมา แต่ร่างกายเขาบอบช้ำและอ่อนแอมาก ยากที่จะฟื้นตัว เราก็รู้สึกว่าเขากำลังฝืนเพื่อเราหรือเปล่า (สะอื้น)”
แม่ได้สั่งเสียอะไรไหม
“ตอนที่พูดได้ปกติ ไมได้มานอนหลับที่โรงพยาบาล เขาสั่งเสียจนเพลงในเสียไปหลายครั้งเหมือนกัน แต่คงเป็นสิ่งที่เขาอยากจะพูดกับเรา ว่าแม่เป็นห่วงลูก เป็นห่วงพ่อ ถ้าแม่ไม่อยู่แล้วให้ดูแลกันดีๆ อย่าทิ้งน้อง เพลงว่าแม่อาจจะห่วงน้องชาย เพราะเพลงมีครอบครัวของตัวเองแล้ว ดูแลตัวเองได้มากกว่าน้อง และน้องก็ยังไม่เป็นฝั่งเป็นฝา แม่คงห่วงพ่อด้วย เพราะตัวติดกันตลอด
อย่างเรื่องงานแม่ก็พูดตลอด เพลงบอกให้แม่บอกทุกคน ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ทุกคนพร้อมให้กำลังใจเรา เผื่อเราจะได้ไปเจอหนทางการรักษาดีๆก็ได้ แต่คุณแม่ยังไม่อยากบอกใคร ยังอยากทำงาน ไม่อยากเป็นคนป่วย ไม่อยากให้ทุกคนเจอแล้วแม่โทรม ใครไม่กล้าเรียกแม่ไปทำงาน หรือเรียกไปไหน ท่านบอกว่าจะดูแลตัวเองให้หายให้ได้ ขอให้ทำทุกอย่างเป็นปกติ”
ได้เรียนรู้อะไรจะแม่บ้าง
“สิ่งดีๆในตัวเพลงมาจากคุณแม่ แม่เป็นแบบอย่างให้เพลงให้ทุกเรื่องๆ เพลงเข้มแข็งและผ่านอะไรมาได้ อดทนต่อสู้ ก็เพราะเรามีคุณแม่เป็นกำลังใจ เป็นแบบอย่างให้เรา เขาทำทุกอย่างดี เขาก็อยากให้เราได้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เราเห็นความเก่งของแม่ เพลงบอกแม่ว่าไม่ต้องห่วงเพลง ขอให้แม่เชื่อว่าเพลงจะอยู่ต่อไปได้อย่างดีที่สุด ช่วง 3 – 4 วันหลัง ท่านนอนหลับ แต่ที่เราพูดคุณหมอบอกว่าแม่ได้ยินนะ เพลงอยากบอกอะไรเพลงก็บอกหมดทุกอย่างเลยค่ะ
สำหรับกำหนด ตอนนี้กำลังรอเช็กกับทางพระค่ะ เนื่องจากคุณพ่อท่านมีความตั้งใจที่จะเก็บร่างของคุณแม่ไว้บำเพ็ญกุศลเป็นระยะเวลา 100 วันทรวมถึงตัวคุณแม่เองก็เคยพูดไว้เหมือนกันว่า ถ้าหากท่านเป็นอะไรท่านก็อยากจะให้ทำแบบนี้ แต่ตอนนี้มันยังติดเรื่องของกำหนดการอยู่นิดหน่อยว่ามันจะสามารถเป็นไปได้ไหม ดังนั้นทางครอบครัวเราจึงต้องขออนุญาตแจ้งอีกครั้งหนึ่งในโอกาสหน้า เราจะคอยแจ้งข่าวอยู่เรื่อยๆ แต่ที่แน่นอนก็คือจะมีการสวดทั้งหมด 7 วัน และถ้าหากไม่มีการเก็บร่างของคุณแม่ไว้ก็อาจจะเผาในวันที่ 7 เลยค่ะ"