WorldBank2026 WorldBank2026

“ติ๊ก” รับยังเหลือหนี้ 3.5 ล้านบาท ร่ำไห้! ขอโอกาส “ศรราม” ได้เจอลูก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์” เผยความจริงเบื้องหลังปมหนี้สิน ทำรักร้าว ลั่น! รับทำผิดพร้อมแก้ไข วอนขอโอกาสทำหน้าที่แม่ ทำงานเก็บเงินเพื่อลูก

ยังคงเจอมรสุมชีวิตถาโถม สำหรับ  ติ๊ก กนิษฐรินทร์ หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ อดีตภรรยาของ หนุ่ม - ศรราม เทพพิทักษ์ ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวยอมรับว่าครอบครัวพัง เพราะติดการพนันและมีหนี้สิน จนทำให้เกิดการแตกหักถึงขั้นเซ็นใบหย่า ล่าสุดวันนี้ (11 ก.ย.63) เจ้าตัวออกมาเปิดใจอีกครั้งในรายการ คุยแซ่บSHOW ว่า

“ติ๊ก” เผยว่า ออกจากบ้าน “ศรราม” มาได้ 15 วันแล้ว

“ออกมาตั้งแต่วันที่ 28 จดบันทึกทุกวัน เมื่่อวานนี้ย้อนกลับไปอ่านก็พูดกับตัวเอง มึงเจ๋งผ่าน 7 วันแรกมาได้ ความรู้สึกมันเหมือนนั่งนับวัน ซึ่งมันผ่านไปยากมาก นอนกับลูกทุกคืน ไม่สามารถดูรูปลูกในไอจีได้เลย เวลานอนรู้สึกว่านอนกับลูก แต่ไม่มีลูก กลับบ้านเพื่อจะไปขอเจอลูกหน่อย ทำไมถึงเจอวีจิไม่ได้ เจอวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ได้ไหม การเจอลูกมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ งั้นใจเย็นรอ รู้ว่าพี่หนุ่มเป็นคนยังไงก็เลยรอจนถึงวันศุกร์ วันศุกร์ก็เปลี่ยนอีกแล้ว พอเปลี่ยนปุ๊บใจเราที่เรารเฝ้ารอทั้งวัน ทั้งคืน ตัดสินใจกลับบ้าน หนูรู้ว่าพี่หนุ่มไม่อยู่บ้าน หนูก็เลยมั่นใจว่าน่าจะเจอลูกได้ แต่ก็ไม่ได้เจอ หนูก็กดกริ่งตามมารยาทแล้ว ก็ไม่มีคนเปิด ก็เลยตะโกนว่าให้เราเจอลูกหน่อย อยากเจอมากๆ มันเหมือนคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แล้วตำรวจมา หนูเลยถามเขาใครเป็นคนเรียกพี่มาหรอคะ เจ้าของบ้านครับ หนูบอกว่า พี่คะหนูเป็นแม่คน หนูไม่ทำร้ายลูกอยู่แล้ว หนูรอมาหลายวันแล้ว มันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเรื่อยๆ ตำรวจบอกว่าเข้าใจ แต่ผมต้องทำตามหน้าที่ ผมเข้าใจในความเป็นแม่ เวลานี้เป็นเวลายามวิกาล ถ้าพี่มากลางวันมาสิ ไม่ผิดกฎหมาย

ถามว่าไปตอนกลางวันไหม ไปค่ะ รู้ว่าพี่หนุ่มถ่ายละคร ก็เลยไป ทีนี้โทรหาพี่เลี้ยงของวีจิ เขาก็เปิดวิดีโอคอล เขาก็เลยบอกว่ายังหลับอยู่ รู้ว่าเขาไม่อยากเปิด เขาคงได้รับคำสั่งมาหรืออะไรหนูก็ไม่แน่ใจนะ หนูบังคับว่ายังไงก็ต้องเอาลูกมาให้เจอหน้า หนูไม่ไหวแล้วจริงๆ พี่เขาอุ้มลูกลงมาให้ มันเป็นประตูรั้วแล้วหนูยืนอยู่หน้าประตูรั้ว วีจิมาแป๊บเดียวเอง ไม่ถึง 2 นาที คือให้เกียรติทางบ้านพี่หนุ่มด้วย เขาก็ยิ้ม แล้วจะเอามือล้วงเข้าไปในประตูมันจับลูกไม่ได้ พี่หนุ่มลงมา บอกว่าให้ออกไป เดี๋ยวแจ้งตำรวจจับ หนูก็บอกว่าขอร้องเถอะ นั่งคุกเข่ามันเจ็บมากในหัวใจ ให้ออกไปก่อนที่ตำรวจจะมา

หนูไม่ได้ออกไป เพราะกลัวตำรวจ แต่ที่หนูออกจากบ้านวันนั้น เพราะพี่หนุ่มกำลังจะต่อว่ายามหน้าหมู่บ้าน จะเอาเรื่องเขา หนูเลยถอยหลัง แล้วบอกตัวเองว่าถ้าวันนี้ต้องผิดอะไรยอมรับได้หมดทุกอย่าง เพราะนิสัยจริงๆ กล้ารับ กล้าทำ กล้าเสี่ยง เพราะฉะนั้นหนูมีความรู้สึกว่าถ้าหนูออกมาแล้วหนูพูดความจริง ความจริงบางอย่างหนูอาจจะพูดไม่เคลียร์ไม่ชัด เพราะว่าจิตใจของหนูมันยังไม่พร้อม แล้วด้วยคำถาม คำตอบมันทำให้หนูอธิบายได้ไม่ชัดเจน”

ก่อนจะออกจากบ้านได้มีการตกลงกันไหม วันนั้นเกิดอะไรขึ้น

“คือบางอย่างหนูพูดได้ บางอย่างหนูพูดไม่ได้ หนูไม่อยากพาดพิงถึงใคร คือหนูไม่รู้มาก่อน แต่ก่อนหน้านั้นวันที่ 19 มันต้องพูดกันแล้ว คือมันมีปัญหาทำให้เราต้องเคลียร์กันแล้ว แล้ว ณ วันนั้นไปที่วัด ไปนั่งเคลียร์กันกับผู้ใหญ่ที่เราเคารพทั้งสองฝ่าย วันนั้นร้อนกับร้อนไม่มีใครเย็นเลย หนูยายามเย็นแล้ว รอจังหวะอธิบาย หนูต้องการพูดความจริง เพื่อเป็นของขวัญให้พี่หนุ่ม แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเจตนาของหนูไม่เคยจะปิดบัง ไม่เคยจะโกหก มองเจตนาพื้นฐานของความรัก ความเมตตาจริงๆ ความห่วงใย ความให้อภัยจริงๆ คนเราต้องมองไม่ใช่ปัญหา มันต้องมองว่าที่มาที่ไปตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้คืออะไร เราสองคนเท่านั้นที่อยู่ในห้อง เป็นแรงกำลังใจให้กันจนถึงตรงนี้ได้ วันนั้นหนูตั้งใจที่จะพูดความจริงทุกอย่างที่พี่หนุ่มอยากรู้ ทุกอย่างจริงๆ ถามว่ายังมีเรื่องที่พี่หนุ่มรู้ไม่หมด มีค่ะ หนูต้องยอมรับนะว่าหนูพูดไม่หมด บางอย่างหนูโกหกจริงตามที่พี่หนุ่มพูดมาเลย”

สาเหตุที่ต้องออกมา น่าจะเป็นเงินคอนเสิร์ต ติ๊กทำแบบนั้นจริง ขอยอมรับ การที่ติ๊กยอมรับ ไม่ได้ยอมรับแค่เอาตัวรอดหรือว่าหนีความผิด แต่ยอมรับตั้งแต่วันที่อยู่ที่วัดแล้ว ยอมรับกะว่าจะพูดทุกอย่าง ทุกเรื่องจริงๆเพราะในชีวิตติ๊กมีใครจะดีเท่าเขาแล้ววันนั้นไม่มีโอกาสพูดนั่งร้องไห้”

เปิดประวัติ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์

สำหรับเรื่องเงินที่เคยบอกว่า ศรราม ให้ใช้ 300 หรือ 500 บาทนั้น เผยว่า

ต้องขอโทษจริงๆ ไม่มีเวลาอธิบาย ตอนแรกที่หนูเดินเข้ามาในชีวิตของพี่หนุ่ม ช่วงนั้นพี่หนุ่มไม่ได้มีงานปังเท่ากับตอนนี้ ต่อให้เขาไม่ได้มีเงิน กัดก้อนเกลือกินหนูก็อยู่ หนูอยู่ได้ทุกสถานการณ์ ทุกสภาพ ทุกเหตุการณ์ แรกๆ มี 300 บ้างวางเอาไว้ให้ บางทีก็ 500 ก็คือต่อวัน เขาไปข้างนอก เขาก็ให้เรา เพราะเราอยู่บ้าน แรกๆ เลยก็มีน้อยใช้น้อย อย่างตอนนี้มีมากพี่เขาก็ให้มาก แต่ วันนั้นไม่มีโอกาสอธิบาย

 เรื่องเงิน 30,000 บาท ตอนเราอยู่ด้วยกันมันเหมือนนาน แต่จริงๆมันไม่นาน วีจิอายุ 1 ขวบ 2 เดือนเอง เพราะฉะนั้นอยู่กับพี่หนุ่มมายังไม่ถึง  2 ปีเลย ช่วงแรกๆพี่หนุ่มให้อย่างนั้นจริงๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นช่วงยาว พอพี่หนุ่มมีงานเยอะก็จะให้หมื่นหนึ่งต่อเดือน ถ้าพี่หนุ่มทำงานมาแล้วได้เงินเยอะก็จะให้เยอะ 30,000 บาท ตั้งแต่มาอยู่ที่บ้านหลังนี้น่าจะ 6-7 เดือน พี่หนุ่มให้มากกว่า 30,000 ก็มี ถ้ามือถือหายพี่หนุ่มก็ไปซื้อให้ แต่บางเดือน หลังๆนี่ 30,000 บาท นี่ 1.หนี้เก่าของหนูที่ยังมีอยู่ มันได้เอาเงินเดือนนี้ไปผ่อน ช่วงโควิด ช่วงที่โดนอันนั้นไป มันจะมีเพื่อนที่รวมกันแล้วทวงเงินหนูในเวลาเดียวกัน”

 สำหรับหนี้สินที่เกิดขึ้นนั้น “ส่วนหนึ่งตอนแรกมันไม่ได้เกิดจากการพนันทั้งหมด มันมาจากการฝากเงินประจำของแบงก์ 3 ปีสุดท้าย หนูไม่มีเงิน 270,000 บาท 3 ปี หนูก็ไปยืมเพื่อจ่ายแบงก์ หนูไม่มีเงิน ปีสุดท้ายหนูเริ่มขัดสนมาก ดูคาติก็ต้องโดนยึดไป นู่นก็ให้ปล่อยยึด ดาวน์ผ่อนคอนโดก็ต้องปล่อย หนี้สินตรงนี้ พี่หนุ่มไม่ได้ทราบหมด เพราะว่าตอนแรกๆที่เดินเข้ามาหนูก็ไม่ได้พูดหมด ความตั้งใจของหนูไม่ได้มาเพื่อเงิน ตอนนั้นความรักคือไม่อยากเอาภาระของเราไปให้กับพี่หนุ่มทั้งหมด ตอนนั้นพี่หนุ่มไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ต้องมารับภระของหนู

สำหรับหนี้ที่เหลือ ตอนแรกหนูคุยกับพี่สาว คำนี้เป็นคำที่คนถามกันเยอะมาก หนี้สินเหลือเท่าไหร่ ในใจรู้ว่าเท่าไหร่ แต่พอคิดไปคิดมาเมื่อวานนี้ จริงๆแล้วมันไม่ใช่ หนี้สินเรามีมากกว่านั้น น่าจะมี 2.5-3.5 ล้าน ตรงนี้ทุกอย่างเคลียร์โล่ง ความที่อยู่ในใจ ความรู้สึกทุกอย่าง ปัญหามันมาจากเรื่องเงิน เราต้องแก้จากเรื่องเงิน”

เรื่องทองของลูกนั้น “ยังอยู่ มันอยู่ที่โรงรับจำนำค่ะ ตอนแรก แต่ตอนนี้ไปไถ่มาหมดแล้ว ทองอยู่กับติ๊ก ซ่อนเอาไว้ที่หนึ่ง แต่ล็อกเก็ตทองไม่ได้ขาย”

ในส่วนที่คนมองว่าเป็นแม่ที่ไม่ดี “ยอมรับได้หมด วันที่หนูโพสต์ในไอจี หนูรับได้ แต่เนื่องด้วยสาเหตุอะไรหนูไม่สามารถอธิบายให้ชัดเจนได้ หนูไม่ขอแก้ตัว หนูขอยอมรับความผิดทั้งหมดทุกอย่างที่ทำมา ถามว่ามันตันมากจนคิดว่าไม่อยากอยู่เลยไหม มันเป็นคะ ตอนที่ออกมา ซึ่งมันไม่มีบ้านแล้ว มันไม่ลูก ตื่นมาไม่เจอใครเลยสักคน หนูอยู่คนเดียวในห้องไม่ไปไหน อยู่ด้วยเสื้อผ้าชุดเดียว เพราะตอนออกมาพี่เขาให้หนูเก็บของ แต่หนูคิดว่าคงไม่ร้ายแรงถึงขนาดนั้น อยากให้พี่หนุ่มเข้าใจ ปัญหาที่ต้องแก้ตัวคนเดียวมันหนัก ค่าเช่าห้องไม่มี ไม่มีค่าเลี้ยงดูจากพี่หนุ่มแล้ว แต่หนูไม่ได้เรียกร้อง เพราะหนูตั้งใจว่าหนูจะยืนด้วยตัวเอง แล้วจะทำให้พี่หนุ่มเห็นว่าหนูเปลี่ยนแล้ว แล้วหนูสามารถเคลียร์หนี้สินของหนูได้ด้วย

อยากบอก “พี่หนุ่ม” ว่า “จริงๆพูดคำขอโทษมาบ่อยมากแล้ว ซึ่งที่ต้องมาออกรายการ หนูรู้ว่าพี่กำลังดูอยู่หนูขอโทษจริงๆจากใจ (ยกมือไหว้) แล้วการที่ออกมาขอโทษคือการสำนึกผิดจริงๆ แล้วพร้อมจะแก้ไขในสิ่งที่พี่ต้องการอยากจะเห้น บทเรียนครั้งนี้มันสอนให้หนูรู้ว่าหนูจะไม่มีทางทำแบบนี้อีกแน่นอน เพราะอย่างน้อยมันจะทำให้หนูไม่เจอลูกอีกเลย หนูอาจจะเป็นเมียที่ไม่ดีเท่าไหร่ แต่การเป็นแม่ของหนูหนูเลี้ยงวีจิ หนูขับรถไปคลอดวีจิเองคนเดียว ขอให้พี่เห็นใจในความเป็นแม่ของหนูเถอะ ให้หนูได้เจอหน้าลูกเร็วๆ ให้หนูเจอครั้งเดียวต่อเดือนก็ได้”

สำหรับลูก “แม่อาจจะเป็นแม่ที่ไม่ดีในสายตาของพ่อ ของวีจิ แต่ในความเป็นแม่ ที่แม่ดูแลวีจิมา สอนวีจิไหว้ สอนวีจิเต้น ทำทุกอย่างเพื่อลูกมาตลอด แต่ครั้งนี้มันเป็นความผิดพลาดที่แม่ไม่ตั้งใจให้มันเป็น ไม่อยากให้ลูกอายคนอื่น มีแม่ที่เคยผิดพลาดในการเล่นการพนัน”

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ