กองประกวด MUT 2020 ประกาศตัดสิทธิ์ “เฌอเอม” ชิงมงฯ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กองประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 แถลงข่าวเคลียร์ปมดราม่า และประกาศตัดสิทธิ์ "เฌอเอม - ชญาธนุส ศรทัตต์" ผู้เข้าประกวดหมายเลข 82 จากการประกวดรอบ 30 คนสุดท้าย

(ข่าวแนะนำ) 

“ปุ้ย ปิยาภรณ์” ขีดเส้นตาย นางงามโป๊ะแตก สละสิทธิ์ภายในวันนี้

"เฌอเอม" น้ำตาร่วง แจงดราม่า ลั่นไม่ถอนตัวเอง ขอให้กองประกวดเป็นผู้ตัดสิน

จากกรณีดราม่าสั่นสะเทือนเวทีนางงาม กับประเด็นที่มีการออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของผู้เข้าประกวดรายหนึ่ง ที่พี่เลี้ยงเข้ามาเป็นทีมงานกองประกวดฯ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง  โดย ปุ้ย – ปิยาภรณ์ แสนโกศิ ผู้อำนวยการกองประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ได้แถลงข่าวถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้น โดยพูดชัดเจนว่าจะไม่มีการปลด และยื่นคำขาดให้นางงามคนดังกล่าวเข้ามาสละสิทธิ์เองภายในวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา

และเมื่อวานนี้ (29 ก.ย.63) เฌอเอม – ชญาธนุส ศรทัตต์ ผู้เข้าประกวดที่ถูกโยงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมผู้จัดการส่วนตัว เคน - สิทธิชัย เร็ววิโรจน์ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เปิดใจเป็นครั้งแรก เคลียร์ปมโกงการประกวด  MUT 2020 ยืนยันไม่มีเจตนาทุจริตและไม่มีสิทธิพิเศษเหนือผู้เข้าประกวดคนอื่น และขอให้กองประกวดออกมาตัดสินใจเองถึงการสละสิทธิ์ และได้เอ่ยขอโทษหากทำอะไรให้ใครพอใจ  งานนี้ทำเอาประเด็นนี้ร้อนระอุ เพราะต่างฝ่ายต่างออกมาพูดเหมือนเทปคนละม้วน

วันนี้ (30 ก.ย.63) ปุ้ย – ปิยาภรณ์ แสนโกศิ และ ณะ - ณรงค์ เลิศกิตศิริ สองบิ๊กบอส มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ พร้อมด้วย อั้ม​ - จรีลักษณ์​ จันทร์สุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์​และดูแลลูกค้า ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เคลียร์ปมดราม่าที่เกิดขึ้น

ปุ้ย : กฎกองการประกวดเข้มข้นมาก เป็นมาตรการเดียวกันทั่วโลก มีการเลือกเฟ้นทีมงานคนที่เข้าใจในจิตวิทยาของการประกวด และต้องไม่อคติ รัก ชอบเกลียดชังผู้เข้าประกวดคนใดคนหนึ่ง ที่สำคัญต้องเก็บรักษาความลับ เพื่อค้นหาตัวแทนประเทศที่มีความงดงามทั้งใจ กาย มีสติปัญญา มีความพร้อมที่จะไปเข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส เพื่อไปคว้ามงที่ 3 มาให้ประเทศให้ได้

เฌอเอม เป็นหนึ่งในความภูมิใจ เก่ง อย่างที่เรียนทุกคน วันนี้ยังย้ำคำเดิมว่า กฎระเบียบ กติกาต้นแบบเรามีชัดเจนและละเอียด สาวงามทุกคนกำลังเดินทางสู่ระดับโลก ต้องพร้อมในทุกๆมิติ เราพยายามมากในเวลาสั้น เราหล่อหลอม เราไม่อาจะลือกหรือผ่อนปรนให้ใครบางคนหรือบางเรื่องได้ หลักยุติธรรม ความปร่งใส ความเท่าเทียม คือรากฐาน วันนี้ไม่ว่าน้องจะสัมภาษณ์อย่างไร ทางกองรับได้กับความรู้สึกเช่นนั้น พี่ปุ้ยขอร้องทุกคนให้มองว่าความยิ่งใหญ่เราเหนื่อย ที่พยายามจะทำให้ประเทศของเรา โดยเฉพาะในภาวะโควิดเช่นนี้ เราเสียเงินทองมากมา ปีนี้โชคดีที่มีสปอร์นเซอร์ มาช่วย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศไทย มันถึงเวลาที่เราต้องปฎิวัติอะไรหลายๆอย่าง เรื่องที่จะงัดหลักฐานอะไรมามากมาย ทุกอย่างเราไม่ได้พูดลอยลำ หรือจะบอกว่าแกงหม้อใหญ่ แกงไม่ได้หรอก เรามีหลักฐานชัดเจน

เมื่อวันปฐมนิเทศ ก็ชัดเจนถึงเรื่องของการเซ็นสัญญา 30 คน แปลว่าคุณคือ หนึ่งในผู้เข้าประกวดอย่างแท้จริง อยู่ในค่ายเพื่อนเรียนรู้ เซ็นกันอย่างดีเยี่ยม ทาง เฌอเอม ก็เซ็นรับกฎข้อนี้ สาระสำคัญอยู่ที่ ข้อสำคัญที่ทุกคนรับรู้  ทางกองประกวดขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้ผู้เข้าประกวดพาพี่เลี้ยงภายนอกเข้ามา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลผู้เข้าประกวด สามารถนำเครื่องใช้ส่วนตัวมาให้ในพื้นที่ที่กองจัดเตรียมให้เท่านั้น หากต้องการติดต่อให้กับผู้ที่กำหนดและเวลาที่กำหนดเท่านั้น เรื่องนี้คือหนึ่งในสัญญาที่สาวงามรับรู้

ในมุมที่น้องพูดไม่ตรงกับกอง

ปุ้ย : ที่น้องบอกว่ามี 4 นิยาม โบรกเกอร์ กัลยาณมิตร พี่เลี้ยง ผู้จัดการส่วนตัว อันนี้มีสิทธิ์ที่น้องจะพูด แต่สิ่งที่กองเห็นและคนอื่นๆเห็น พยานบุคคล พยานภาพถ่าย มันไม่ใช่แค่บอกว่าไม่ค่อยรู้จัก รู้จักกัน 2 ปีก็จริง น้องบอกว่าเป็นโบรกเกอร์ หางานให้เฉยๆ อันนี้ก็คงไม่จริง พี่ปุ้ยมีเอกสาร อาจจะไม่สามารถเปิดเผยตรงนี้ไมได้ แต่ถ้าเข้ากระบวนการศาลก็มีเอกสาร ที่พี่อยากขอบคุณคนที่เห็นคนยังเห็นความถูกต้อง เขาได้โพสต์ขอโทษ

สำหรับ เคน  เราจ้างสตาร์ด้อมมาดูแลเรื่องพีอาร์และดูแลสปอร์นเซอร์ ทุกครั้งที่มีการประชุม เริ่มจริงจังตั้งแต่กุมภาพันธ์ พอโควิดซาก็มาประชุมกันใหม่ น้อยมากที่คนจะไม่เข้าประชุม ที่เขาบอกประชุมไม่เกิน 5 ครั้ง มันคงไม่ใช่ แต่ถ้าน้องเฌอเอมและคุณเคนให้เปิดเผยข้อมูล ก็ยิ้นดี เพราะเป็นข้อมูลจากกล้องวงจรปิด มันจะชัดเจน ที่เขาบอกว่าประชุมสปอร์นเซอร์  คือเวลาเราจะขายงานให้สปอร์นเซอร์ เราต้องบอกความมันส์ เมนหลัก ต้องมีการบรีฟอย่างละเอียด เพราะฉะนั้นการดูแลสปอร์นเซอร์จะมีรายละเอียดเยอะ เพื่อไปพร้อมๆกัน รวมถึงกลยุทธต่างๆ เพื่อเราต้องการเพชรน้ำงามจริงๆ การประชุมมันเกิน 5 ครั้งแน่นอน

วันที่น้องไปพบกับพี่ปุ้ย น้องเฌอเอมติดต่อพี่เลี้ยงประจำกลุ่มว่าอยากเข้ามาคุยกับพี่ปุ้ยและพี่ณะ เพราะน้องมีปัญหาสุขภาพ จะมาหาทางออก ก็บอกให้น้องมาหาที่ออฟฟิศ น้องบอกว่า เดี๋ยวจะพาผู้จัดการส่วนตัวมาด้วย ผู้จัดการคนนี้เป็นพี่เลี้ยงหนูดูแลกันมา 2 ปีแล้ว ซึ่งวันที่ปฐมนิเทศน์ พี่ณะก็ถามน้องว่าพี่เลี้ยงคือใคร

ณะ : น้องบอกว่าพี่เลี้ยงหนูคือเพื่อนสนิท ชื่อมุก แต่ดูไม่น่าใช่ ดูไม่รู้เรื่อง เราก็คอยดูตลอดให้ลองสังเกตุมาตลอด แต่ก็คิดไม่ถึง

ปุ้ย : เรายุ่งจริงๆ ไม่มีเวลาไปส่องไอจีของใคร พอน้องมาหาก็มาพร้อมคุณเคน เราก็งง ก็ถามเคนว่าเรานัดกันหรือเปล่า น้องก็แนะนำว่าเป็นผู้จัดการ ตอนนั้นช็อก ชาไปทั้งตัว ทุกอย่างอยู่มในนี้ (โชว์แฟลชไดร์)

เขาเดินไปสารภาพหรือยังไง

ปุ้ย : เคนยกมือไหว้มาตั้งแต่หน้าประตู และมาคุกเข่าไหว้ยกมือขอโทษ บอกว่าอยู่ทีมเดียวกับที่ดูแลน้อง พี่ปุ้ยคิดเองว่า จะถูกจะผิดไม่รู้ เนื่องจากช่วงที่ไปหัวหิน ช่วงนั้นมีผู้สื่อข่าวหลายท่านมาสวัสดีพี่ปุ้ย แล้วบอกว่า ทำไมกองดันแต่น้อง ให้สัมภาษณ์คนเดียวตลอด เราก็บอกว่าไม่จริง กองดันทุกคน ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ก็ไม่รู้เห็นแต่พี่เลี้ยงดันน้องตลอดเลย เราก็เถียงว่าไม่จริง บวกกับทีมงานมาถามว่าสั่งประกบเหรอ เราก็บอกว่าไม่จริง เพราะเราให้ทุกคนเท่ากัน และเราก็พูดกับทีมงานว่าอย่าทำอะไรน่าเกลียด และอย่าให้รู้นะว่าไม่ดี ฉันเอาตาย (เขาบอกว่าถามกับพี่ปุ้ยว่าจะให้พี่เคนมาเป็นผู้เลี้ยง?) ไม่ใช่ น้องบอกว่าจะมาปรึกษาปัญหาสุขภาพ ถ้าเหนื่อย ร้อน หนาว จะไม่สบาย เราก็บอกว่าให้น้องเอาเรื่องสุขภาพเป็นหลัก แต่น้องจะไปต่อ อยากจะประกวด ไปจนถึงวันสุดท้าย

ณ : น้องบอกว่าถ้ากิจกรรมที่หนักไป น้องขอจะไม่ร่วม ขอยกเว้นในบางกิจกรรม แต่ถ้าให้เราคนเดียว ก็จะมีปัญหากับ 29 คน เราจัดโปรแกรมไว้หมดแล้ว ต้องเข้ารวมทั้ง 30 คน

ปุ้ย : น้องบอกหนูขอได้ไหม ขอให้อยู่ถึงรอบไฟท์นอล เพราะชุดของหนูได้ทำไว้แล้ว แต่จะไหว ไม่ไหว ต้องตัดสินใจ แต่ถ้าน้องพูดว่ามาขอให้เคนเป็นพี่เลี้ยง ทุกคนจะให้ไหม? ใช่ไหม

เรื่องตัดสิทธิ์ ตัดสิทธิ์ตั้งแต่วันนั้นเลยไหม

 ปุ้ย : (โชว์เอกสาร) อยากชี้แจงว่า ข้อตกลงของการประกวดเราบอกไปแล้ว ทางกองประกวดได้จัดหาพี่เลี้ยงให้แล้ว การที่เฌอเอมจะเอาเคนมาเป็นพี่เลี้ยงนั้น โดยที่กองไม่ได้หามาให้นั้น เป็นการผิดข้อตกลง และทำให้นางงามคนอื่นเสียเปรียบที่ไม่ได้มีพี่เลี้ยงเข้ามา และเคนเคยเป็นผู้จัดการหางานให้เฌอเอม และเข้าร่วมประชุมกับกองประกวด ทำให้ข้อมูลอย่างลึกซึ้ง และระหว่างประกวดเคนได้สปอนเซอร์ดูแลมากว่าคนอื่น และพานักข่าวมาสัมภาษณ์มากกว่าผู้เข้าประกวดคนอื่น และยังพบด้วยว่าเคนไม่เซ็นสัญญากับกองประกวด ซึ่งทีมงานก็ตามตลอด แต่เคนก็ยังไม่เซ็นสัญญา โดยตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร ทำให้หลุดไป และความจริงมาปรากฏ และวันนี้มีจดหมาย เรื่องขอตัดสิทธิ์เฌอเอมออกจากการประกวด

"ตามที่ท่านได้เป็นได้เป็นผู้สมัครเข้าประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 และต่อมาวันที่ 12 กันยายน 2563 ท่านได้ทำข้อตกลงการเข้าประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 กับบริษัทหรือกองประกวดตามรายละเอียดที่ท่านเองก็ทราบดีอยู่แล้วนั้น

ปรากฎว่าระหว่างการประกวดท่านได้นำเอา นายสิทธิชัย เร็ววิโรจน์ หรือ เคน ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัว หรือเป็นพี่เลี้ยงส่วนตัวจากภายนอก เข้ามามีส่วนร่วมกับท่าน ในระหว่างที่ท่านหรือผู้ร่วมประกวดได้ร่วมกิจกรรมกับทางกองประกวด โดยที่นายสิทธิชัย เร็ววิโรจน์ หรือ เคน มิใช่พี่เลี้ยงที่ทางกองประกวดได้จัดหาให้แก่ผู้เข้าประกวดทุกท่านแต่อย่างใด

การกระทำของท่านจึงเป็นการผิดข้อตกลงการเข้าประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ในข้อ 5.29 วรรคหนึ่ง และอาจจทำให้เกิดความได้เปรียบแก่ผู้เข้าประกวดท่านอื่นๆ ที่มิได้มีผู้จัดการส่วนตัวหรือพี่เลี้ยงส่วนตัว การกระทำของท่านจึงเป็นการฝ่าฝืนและละเมิดข้อตกลงดังกล่าว

ดังนั้น ทางกองประกวด จึงขอใช้สิทธิ์ในข้อตกลงการเข้าประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ข้อ 5.29 วรรคสี่ ตัดสิทธิ์ของท่านในการประกวดรอบ 30 คนสุดท้าย ในการประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (30 กันยายน 2563 )"

“เฌอเอม” น้อมรับการตัดสินใจ กองประกวดตัดสิทธิ์ชิงมงกุฏ MUT 2020

ทาง “เคน” บอกว่าไม่ได้เอกสาร

อั้ม : ในส่วนที่แจ้งไป ในวันที่ 24 สิงหาคม เป็นการถ่ายภาพ Portrait ต้องมีทีมงานไปจัดเตรียม ทีมงานจะต้องได้เซนต์จดหมายเพื่อรักษาความลับ พอทุกคนเข้ามาก็จะได้รับเอกสารตัวดังกล่าวให้กรอกชื่อ และจะได้สายห้อยคอ (โชว์ภาพ) พอเคนไม่ได้ส่งตัวสัญญาที่เซนต์กลับคืนมา พอทวงถามก็ไม่ได้รับ เลยขอหน้าบัตรประชาชนมากรอกข้อมูลให้ อยากให้สังคมใช้วิจารณญาณ การเซนต์เอกสารรักษาความลับ กับการไม่เซ็นเจตนาอะไรบริสุทธิ์กว่ากัน และมีเจตนาอะไรที่ไม่เซ็นต์   

ในเรื่องส่วนได้ส่วนเสียของผู้เข้าประกวดนั้น อย่างน้องแพรว (แพรววนิต เรืองทอง)  เราไม่ได้มีพฤติกรรมแบบที่เคนทำ เรามีหลักฐานว่าในกองจะเป็นอย่างไร วันที่ได้ Golden Tiara อั้มเป็นกรรมการร่วม ไม่มีสิทธิ์ยกมือให้ใครได้ Golden Tiara เรารู้จักแพรวมา 2 ปีกว่า เพราะเป็นรองนางงามจากอีกเวทีนึง แต่การเข้ามาประกวด เรื่องด้วยของดราม่าการขยายอายุ จนแพรวที่ได้กลับมา ไม่ใช่เพราะเรา ถ้าใครมีหลักฐานว่าเรามีการเอื้อน้อง ส่งหลักฐานให้ทางพี่ปุ้ยได้

“เคน” บอกว่าไม่เคยเอาข้อมูลอะไรมาบอกน้องเลย

ปุ้ย : สิ่งที่อยู่ในมือหลักฐานมันชัดเจน เพราะคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ เขาก็รู้สึกรับไม่ได้ จริงๆพี่ไม่อยากโทษเฌอเอมหรอก เพราน้องก็เป็นเด็กน่ารัก แต่เคนบาปมากนะที่ทำแบบนี้ ต้องรู้ดีแก่ใจ เจอกันในศาลได้ หลักฐานชัดเจน ส่วนเรื่อง แชทหลุดที่ออกมาเราได้ทีหลังนักข่าว คนในกลุ่มส่งให้ เขาพูดว่าเขารู้สึกผิด แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งที่คุยกันมันเป็นเรื่องที่เราประชุมกันทั้งหมด ปลอมไม่ปลอมไม่รู้ ไปพิสูจน์กันเอาในศาล

“เฌอเอม” ยืนยันด้วยชีวิตไม่เคยเห็นคีย์เวิร์ด

 ปุ้ย : พี่ปุ้ยก็ไม่ขอยืนยันด้วยชีวิต แต่ยืนยันด้วยหลักฐาน เราไม่ทราบหรอก แต่อยากจะบอกว่า มันต้องถึงเวลาแล้ว รักเฌอเอมนะ แต่ที่มาพูดตรงนี้คือต้องรักษาสิทธิ์ให้น้องๆ 29 คน ต้องเห็นเวลาเขาสู้ บางคนต้องนั่งรถกลับตจว.เพื่อไปรับทุนจากนายอำเภอ หมู่บ้าน เพื่อมาสร้างชื่อเสียง เขามาด้วยความถูกต้อง มาด้วยหัวใจ เราต้องพิทักษ์สิทธิ์เขา

เรื่องที่ “อั้ม” โพสต์ #มิจฉาชีพ ทำให้เขาดูเป็นคนโกง

อั้ม :อันนี้แล้วแต่วิธีคิดของแต่ละคน แต่อยากให้ดูจากหลักฐานและสิ่งทีเกิดขึ้นทั้งหมด ให้ทุกคนประมวลผลกันเองว่าจะนิยามอย่างไร

“เฌอเอม” บอกอยากเห็นสัญญาเรื่องพี่เลี้ยง

ณะ : พี่ณะกับพี่ปุ้ยได้บอกทุกข้อโดยเฉพาะข้อนี้ เป็นสิ่งที่เราเน้นย้ำ ผู้เข้าประกวดทุกคนต้องเข้าใจชัดเจน ใครไม่เข้าใจให้ถาม และให้อ่านในสัญญาแล้วเซ็นชื่อ เอาคลิปวันนั้นมาเปิดดูก็ได้ ถ้าไม่รับทราบน้องจะกล้าเซ็นไหม

ปุ้ย : คู่สัญญาเราทิ้งไว้วันนั้นถึงเย็น จากนั้นก็เก็บมา เรียกดูได้ ไม่ได้งุบงิบเซ็น และถ้าสมมติมีประเด็นแบบนี้เกิดกับคนอื่นเรื่องพี่เลี้ยง ถ้าเจอก็ปลดไปเรื่อยๆจนวันสุดท้าย เราก็ดูเรื่อยๆ เราก็ว่าไปตามหลักฐาน เรามีกฎระเบียบ

น้องบอกว่าโดนลีฟออกจากกลุ่มไลน์เลยไม่รู้ว่าเพื่อนไปไหน

ปุ้ย : ที่ลีฟออกจากกลุ่ม เพราะมันมีเรื่องภายในกอง แต่พอผ่านไป 2 วันก็ไม่ได้รับการติดต่อมา และเขาขอลาป่วย คือเราให้โอกาสเขา เพราะไม่ได้คิดจะตัดสิทธิ์ อยากให้โอกาส เพราะน้องก็บอกว่าสุขภาพไม่ไหว แต่อยากจะขอเดินรอบไฟล์นอล พี่ว่ามันย้อนแย้ง

น้องเขาไปอยู่อีกรายการนึง เขายอมรับที่โดนตัดสิทธิ์ อยากบอกอะไรน้องไหม

ปุ้ย : จริงๆน้องเป็นคนเก่ง ฉลาด พี่ชอบการเป็นนักใฝ่รู้ เป็นหนอนหนังสือ เป็นข้อดี เรื่องบี้พี่ไม่ได้เบลมอะไรมากมาย แต่มันผิดกฎ แต่คนที่พี่เบลมคือผู้ใหญ่ที่ชักจูงเขามาแบบนี้

แล้วเรื่องฟ้องร้องว่าอย่างไร

ปุ้ย : ไม่ได้คิดจะฟ้องใครหรอก การขึ้นศาลไม่ใช่เรื่องสนุก แต่ว่าถ้าจำเป็นจะต้องเข้าสู่การฟ้องกันก็พร้อมค่ะ

กับปัญหาที่เกิดขึ้น ปีหน้าต้องยังไง 

ปุ้ย : เรามองว่าปัญหามา ปัญญาเกิด มันไม่เป็นอุปสรรค อยากจะฝากทุกคนว่าน้องๆ ทั้ง 29 คนต้องมูฟออน เพราะทุกคนจะเป็นตัวแทนของประเทศชาติ ไม่ว่าใครจะออกมายังไงเราก็จะหยุดแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ ถ้าปีหน้าน้องเอมพร้อมก็กลับมาได้ค่ะ

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ข่าวบันเทิง

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ