ประสบการณ์สอน “โม มนชนก” งาน – ความรัก มุมมองที่เปลี่ยนไป

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คุยแบบเอ็กซ์คูลซีฟ กับ “โม - มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ” นางเอก “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก” ที่วันนี้ “งาน – ความรัก” เวลา 11 ปีในวงการ สอนให้โตขึ้น

เผลอแป๊ปเดียว โลดแล่นในวงการบันเทิงมานานถึง 11 ปีแล้ว สำหรับนางเอกสาว โม - มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ จากสาวน้อยหน้าใสที่สะดุดตาด้วยใบหน้าสุดเก๋ สู่การเป็นนางเอกมากฝีมือ ที่ผ่านงานในสายบันเทิงมาหลายด้าน ลองผิด ลองถูกมาหลายครั้ง กว่าจะมาถึงจุดที่ลงตัว

“ทีมนิวมีเดีย” มีโอกาสได้พูดคุยกับนางเอกสาวคนนี้แบบเอ็กซ์คูลซีฟ ทั้งเรื่องราวของ “การทำงาน” รวมไปถึง “ความรัก” ที่เปลี่ยนแปลงเธอคนนี้ให้ “โตขึ้น” จากคำว่า “ประสบการณ์สอน”

ต้นปีนี้มีละครออนแอร์ 2 เรื่องเลย

“เรื่องแรกก็ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก” ทาง พีพีทีวี ตื่นเต้นมาก เพราะละครถ่ายไป 2 ปีแล้ว ไปออนแอร์ที่จีนก่อน ตอนนั้นโมยังไม่มีโอกาสได้ดู ก็ได้มาดูพร้อมทุกคนที่ออนแอร์ที่เมืองไทยค่ะ การถ่ายทำเรื่องนี้โมขอบนะ ด้วยความที่เป็นรีเมค และเรื่องนี้ดังมากในหลายๆประเทศ แล้วโมมีโอกาสได้เล่นในเวอร์ชั่นไทย เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งค่ะ (ยิ้ม) และก็มีอีกเรื่องนึงด้วยค่ะ “อุบัติรัก อุบัติร้าย” กับทางช่อง 3 ก็เจอโม 5 วันเลย”

“IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก” นอกจากออนที่ไทยแล้ว ยังออนพร้อมๆกันในหลายประเทศด้วย

“ดีค่ะ เพราะว่าเหมือนเป็นการขยายฐานแฟนคลับในต่างประเทศด้วยค่ะ เหมือนว่าเราก็มีอะไรให้เขาได้ดู เพราะว่าเขาก็รอมานาน ตั้งแต่สมัยละครช่องวัน ตอนไป IN TIME WITH YOU ไปฉายที่จีน โมก็เห็นฟีดแบคอยู่นะคะ ก็มีทีมส่งมาให้ดูว่ายอดวิวเยอะนะ ก็ดีใจค่ะ มันเป็นความภูมิใจค่ะ”

“โม” เองก็มีฐานแฟนคลับที่จีนค่อนข้างเยอะ

“ใช่ค่ะ (ยิ้ม) เพราะว่าละครเก่าๆที่โมเคยเล่นก็ไปออนแอร์ที่จีนตลอด ก็จะมีฐานแฟนคลับมาตั้งแต่ตอนนั้น”

ถามถึงคาแร็กเตอร์ “พิม” ในเรื่องนี้หน่อย

“ก็เป็นผู้หญิงที่มั่นๆลุยๆ เอาแต่ใจ มีเพื่อนสนิทในเรื่อง คือ พี่เป้ อารักษ์ สนิทกันมาตั้งแต่มัธยมเลย โดยที่ไม่รู้ว่าเขาแอบรัก เราก็ไม่รู้ตัวเอง ก็มีแฟนไปเรื่อยๆ เปลี่ยนแฟนก็ร้องไห้กับเพื่อนไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้องมาลุ้นกัน เหมือนชื่อเรื่องค่ะ “IN TIME WITH YOU” คือพิมเป็นผู้หญิงวัย 30 รถไฟขบวนสุดท้ายจะยังไง อยากจะแต่งงานแล้ว ก็รอดูค่ะว่าจะลงเอยกับใคร เพราะระหว่างทางเองก็มีทั้งตัวเลือกใหม่ ตัวเลือกที่เป็นคนเก่ากลับมาด้วย”

1 ปีที่ผ่านมาที่แฟนๆไม่เห็นเราทางหน้าจอ เราทำอะไรบ้าง

“ถ่ายละคร ทำรายการทางยูทูบ ชื่อรายการว่า momonhappygirl และก็มีเขียนเพจ คือโมเองก็หาอะไรทำของโมไปเรื่อยๆ ที่เห็นโมออกไปข้างนอกคือโมไปทำคอนเทนต์นะ (หัวเราะ) ไม่ได้ไปชิลขนาดนั้น มันจะเหนื่อยกว่าปกติที่ไปเที่ยวเล่น ก็สนุกดีค่ะ มันเป็นการพรีเซนต์อีกอย่างในความเป็นตัวเรา โมอยู่ยังไง โมกินยังไง โมไปเที่ยว กิจกรรมที่โมทำคืออะไร ซึ่งโมเองก็คิดคอนเซ็ปต์และแพลนเองทั้งหมดเลย เพราะว่ามันคือตัวเรา คนอื่นมาทำแทนไม่ได้ แล้วส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีใครกล้าตัดสินใจอะไรแทนด้วย (หัวเราะ)”

มันยากไหม ปกติถ่ายรายการก็จะมีคนคอยดูแล

“ยากค่ะ ต้องคิดเองทุกอย่าง เหมือนเป็นโปรดิวเซอร์เองด้วย อย่างชุดก็ต้องดูว่าชุดกับร้านเข้ากันไหม เราจะไปไหนต่อ ต้องจอดรถที่ไหน ก็หนักไปหมดทุกสเต็ป บางอันก็ถ่ายเอง แต่ก็แฮปปี้มากค่ะ มันก็ทำให้เห็นอีกมุมของโมด้วย และโมเองก็อยากแชร์ โมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่ให้คนเห็น ให้คนได้รู้จักอะไรแบบใหม่ๆที่เขาอาจจะไม่รู้ ไม่เคยไป ไม่เคยเจอ เราก็พรีเซ็นต์ออกมาให้เขาเห็นค่ะ ซึ่งการถ่าย vlog โมก็เลือกจากความชอบด้วย หลังๆจะเริ่มหาอะไรที่มันแมสนิดนึง เข้าถึงง่าย คือโมอยากได้หลายทาเก็ต ถามถึงฟีดแบค คนชอบนะ จริงๆโมว่าคนชอบให้โมไปลุยๆ มันก็สนุกอีกแบบ สายลุยนี่โมก็ชอบนะ แต่ต้องพาเพื่อนไปด้วย โมกินไม่ไหว (หัวเราะ) อยากซื้อทุกอย่าง แต่กินไม่ไหว”

11 ปีแล้วที่อยู่วงการบันเทิงมา เป็นยังไงบ้างจากวันแรกที่เข้าวงการ

“รู้สึกว่ามันเร็วมาก เร็วแบบไม่ได้คิดว่า 11 ปีด้วยซ้ำ ไม่ได้คิดว่าตัวเองอายุเท่าไหร่ด้วย เพราะว่าสตาฟไว้ ไม่อยากโตไปมากกว่านี้แล้ว หมายถึงอายุนะคะ (หัวเราะ) เป็นรุ่นพี่แล้ว ทุกคนบอก “พี่โมสวัสดีค่ะ/ครับ” ทุกคนยกมือไหว้ รู้สึกแปลกเหมือนกันนะ เพราะเมื่อก่อนเราจะ “พี่คะ..สวัสดีค่ะ” (ยิ้ม)”

ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่เข้าวงการมา เคยมองย้อนกลับไปไหมว่าเราจะอยู่มานานขนาดนี้

“ไม่ได้คิดเลย เพราะโมเป็นคนไม่ได้วางแพลน แล้วอาชีพเป็นนักแสดงก็ไม่ได้อยู่ในหัวเลยตั้งแต่เด็ก เพราะตอนเด็กๆโมเป็นคนขี้อายมาก ไม่รู้ว่ามันเป็นความบังเอิญ โชคชะตา หรือความโชคดีบางอย่างที่ทำให้ได้มาทำงานจุดนี้ แล้วก็เป็นสิ่งที่เราชอบแล้วด้วย การเข้าวงการของโม คือความบังเอิญนะ ตอนนั้นเพื่อนไปแคสงานโมไปเป็นเพื่อน เขาก็บอกว่าไหนๆมาแล้วก็ลองแคสดู เราก็เลยลอง บังเอิญว่าได้ แล้วก็มีงานต่อๆมาเรื่อยๆ ทำมาเรื่อยๆค่ะ”

หลังจากงานแรก เราทำต่อเพราะอะไร

“คือตอนเด็กๆทำก็ไม่ได้คิดอะไรมาก มีงานมาก็ทำ มีโอกาสเล่นเอ็มวีก็ทำ มีโอกาสได้ไปแคสหนังก็ทำ เพราะมันเป็นโอกาสที่ดี เราก็ลอง ชอบไม่ชอบค่อยว่ากัน ลองดูก่อน”

เมื่อก่อนเคยคิดไหมว่างานในวงการจะเป็นอาชีพหลัก หารายได้ให้เรา

“ไม่ได้คิดเลยค่ะ ตอนเรียนอยู่ก็คิดว่าสนุกดีนะ ก็เป็นประสบการณ์อีกแบบ”

เอ็มวี หนัง ละคร แตกต่างกันยังไง

“ต่างกันมาก ต่างในเรื่องการถ่ายทำ การทำงาน วิธีแสดงที่มีดีเทล ถ้าถามวิ่งที่ชอบที่สุดคือหนัง โมว่ามันเรียล มันเข้าถึงโดยที่ไม่ต้องมีเทคนิคมากมาย จะทำอะไรก็ได้ อย่างละครก็จะมีดีเทลมากกว่า”

ความยากของการอยู่วงการบันเทิง สำหรับ “โม มนชนก” คืออะไร

“ตอนนี้ไม่มีอะไรยากแล้ว จริงๆมันก็จะมีช่วงที่แบบเหนื่อยจังเลย แต่ไม่ได้เหนื่อยเรื่องงาน โมว่างานเราทำหนักแค่ไหนก็ตาม โมชอบทำงาน โมชอบยุ่งๆ ยิ่งยุ่งแบบไม่มีเวลาได้กินข้าว โมชอบมาก โมชอบทำกิจกรรม วันนึงโมทำอะไรเยอะมาก

แต่ว่าสิ่งที่มันยากเหลือเกิน คือ ความคาดหวังบางอย่างจากตัวเรา บางทีเราอาจจะไม่ได้เป็นทุกอย่าง หรือไม่ได้เป็นที่ถูกใจในทุกเรื่องของทุกคน อันนี้มันค่อนข้างยากนิดนึงสำหรับโม แต่ตอนนี้โมมีวิธีรับมือกับมันแล้ว เรื่องบางเรื่องถ้าเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราก็ต้องปล่อยไป เราอย่าไปคิดมากกับทุกเรื่องไม่ได้”

ความคาดหวังจากคนอื่นที่มีในตัวเรา รับมือกับมันยังไง

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนเครียดค่ะ โมไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับสิ่งนี้ยังไง แต่พอโตแล้วโมเรียนรู้ว่าบางอย่างเราควบคุมไม่ได้ เราต้องทำใจ ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นทุกข์ ด้วยวัย ด้วยประสบการณ์ ด้วยแวดล้อม ด้วยผู้คนที่เราเจอจะสอนเราให้เป็นเราแบบทุกวันนี้”

เมื่อก่อนคนอื่นอาจจะตัดสินเราด้วยภาพภายนอก เรารู้สึกยังไง

“เมื่อก่อนรู้สึกทุกข์ใจภายใต้หน้านิ่ง จริงๆคือโมเป็นคนรู้สึกนะ ไม่ใช่ไม่รู้สึก ต่อให้นิ่งๆเฉยๆ แต่ตอนนี้เข้าใจมากขึ้นแล้วค่ะ เข้าใจว่าเราห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้ เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ เราต้องเลี่ยนที่จิตใจเราเอง ตัวเราเอง ถ้าสิ่งนี้ทำให้คนอื่นเป็นทุกข์เราลองปรับดูไหม หรือว่าบางอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ เราก็เปลี่ยนตัวเองแล้วกัน อย่าคิดมาก แต่แคร์นะ ปรับที่ตัวเองไหว ปรับเท่าที่ตัวเราเองไม่ฝืนใจ เพราะว่าสิ่งที่ฝืนมันได้แค่แปปเดียวแหละ มันไม่ยั่งยืน ปรับให้มีความเป็นเราอยู่ ซึ่งตอนนี้โมมีความสุขมากกับงาน กับชีวิต กับทุกอย่าง รู้สึกว่ามันลงตัวมากๆ”

“โม” เป็นคนมีกำแพงกับคนที่จะเข้ามาไหม

“คิดว่ามีนะ แต่มีโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ โมว่ามันเกิดจากความขี้อายตอนเด็ก โมไม่ทำกิจกรรมเลย แค่ต้องไปถือพานวันไหว้ครูโมยังเหงื่อแตกเลย โมเป็นคนขี้อายเลยอาจจะมีกำแพง กลัวว่าเขาจะคิดยังไง มันเลยเป็นแบบนี้ เราพยายามอยู่เฉยๆกับคนอื่นที่เราไม่รู้จัก”

เวลาเรามีปัญหาหรือเรื่องทุกข์ใจ จะปรึกษาใคร

“มันขึ้นอยู่กับว่าเป็นเรื่องอะไร เรื่องบางเรื่องก็ไม่พูดกับใคร ไม่อยากให้คนอื่นเป็นทุกข์ เดี๋ยวโมจัดการของโมเองได้ บางเรื่องก็พ่อแม่ บางเรื่องก็เพื่อน อยู่ที่ว่าเป็นเรื่องอะไร”

ช่วงเวลาที่แย่ๆผ่านมายังไง

“ไปทะเล หรือไปที่ที่ได้พักผ่อนแบบไม่ทำอะไรเลย ปิดมือถือเลย มันช่วยนะ ตัดออกจากโลก แต่ว่าไม่ได้ไปช่วงที่ทำงาน หรือช่วงที่ทำงานให้คนอื่นเดือดร้อนนะ ต้องทำทุกอย่างให้เสร็จก่อน แล้วถึงไปพักผ่อน โมว่าคนเราต้องบาลานซ์ อาจจะดูเหนื่อย ถ้าคนเห็นโมตามสตอรี่ไอจีหรือไอจี จะเห็นทำโน่นนี่ตลอดเวลา แต่จริงๆบางอันก็เป็นสต็อกค่ะ (หัวเราะ)”

ตอนนี้โจทย์ในการทำงานรับงานของ “โม” เป็นยังไงบ้าง

“มันยากขึ้น เพราะด้วยวัยเราโตมากขึ้น ประสบการณ์หรือปัจจัยหลายๆ อย่าง โมอยากเล่นบทที่ท้าทายความสามารถ มันแจกแจงออกมาไม่ได้เพราะบางทีคอมมาดี้ก็คือความท้าทายเหมือนกันค่ะ ก็จะเลือกบทที่เหมาะสมกับวัยมากกว่า ซึ่งไม่ได้เลือกเยอะหรอกนะคะ แต่เลือกอะไรที่เหมาะสมมากกว่า”

เราเป็นคนแพลนชีวิตไหมว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรบ้าง

“แพลนค่ะ แพลนยันชุด อย่างชุดพยายามจะคิดล่วงหน้า 3 วัน วันนี้ไปที่นี้ใส่ชุดนี้ เพราะไม่อย่างนั้นจะเสียเวลาในตอนเช้า โมว่าหลายคนเป็นเยอะว่าวันนี้ใส่ชุดอะไรดี โมก็คิดไว้เลย เพราะรู้อยู่แล้วว่าโมต้องไปไหนทำอะไร ถามว่าต้องละเอียดขนาดนั้นเลยเหรอ มันเป็นความชอบส่วนตัว ความสุขส่วนตัวขอโมเลย (หัวเราะ) เอาจริง โมเป็นคนละเอียดกับชีวิตแหละ แต่ไม่รู้ว่าเป็นคนละเอียดเกินไปหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจนะ มีคนทักไหมเหรอ? ก็มีคนบอกว่าอยู่ด้วยแล้วเหนื่อย (ยิ้ม) เพราะเป็นคนทำอะไรเยอะมาก แล้วอินดีเทลนู่นนี่ ขนาดโมไปเที่ยวก็ชวนเพื่อนไปโมบังคับให้ทุกคนออกกำลังกาย ทุกคนต้องตื่นไปโยคะ ทุกคนก็ทำหน้าเซ็งแต่ก็ไป ต้องไป เพื่อนตามใจ”

ถามเรื่องหัวใจกันบ้าง ตอนนี้โสดหรือไม่โสด

“โสด โสดสนิทเลย ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันนะ แต่โมมีความสุขกับที่เป็นอยู่ทุกวันนี้นะ มีคนเข้ามาบ้างแต่ว่ามันอาจจะไม่ใช่ช่วงเวลา โมเชื่อว่าคนเราบางทีดีพร้อม เพอร์เฟ็กต์ต่อกันมากแค่ไหน แต่ช่วงเวลามันไม่ได้ มันก็ไม่ได้ แล้วโมก็ไม่อยากไปฝืนตัวเองหรือว่ารีบอะไรแล้ว เพราะว่าโมเพิ่งรู้ว่าเราอยู่ได้ด้วยตัวเอง เราอยู่ได้นี่ คือไม่ใช่ว่าไม่มีความรัก โมว่าความรักมันดีนะ มันทำให้เราสดชื่น ร่าเริง มีออร่า อินเลิฟ แต่ทุกวันนี้ก็อยู่ได้ก็มีความสุขดี ก็ไม่ได้ขวนขวายถ้ามีก็มีเองแหละ

ก็ต่างจากแต่ก่อนนะ เมื่อก่อนก็รักเอย มันก็มีมายาวนาน มีมาเรื่อยๆแค่เราไม่ได้แบบว่าต้องมี เชื่อไหมว่าโมไม่เคยโสดนานขนาดนี้มาก่อน ปีกว่าๆ แล้ว โมมาเริ่มรู้ตัวว่าอยู่กับตัวเองก็แฮปปี้ได้ ก็ช่วงปีที่แล้ว บอกตัวเองว่าแบบอ้าว..ก็มีความสุขดีนี่ อยู่กับเพื่อนก็สนุกดี อยู่กับเพื่อนก็เป็นอีกฟีลนึง กับครอบครัวก็ฟีลนึง เรามีเวลาให้ตัวเองด้วย ไม่ต้องมีห่วงมีพะวงอะไร”

แต่ก็มีคนเข้ามาใช่ไหม

“ก็มี แต่ว่าไม่ได้มากมาย มีบ้าง แต่โมจะบอกกับทุกคนว่าถ้าได้คือได้นะ ถ้าไม่ได้คือไม่ได้ โมไม่กั๊กใคร ก็มีลองคุย ไม่ใช่ว่าไม่เปิดใจเลย พยายามลองคุย แต่ว่าก็เป็นฟีลเพื่อน เป็นพี่มากกว่า โมก็บอกเขาไปตรงๆเลยโตๆกันแล้ว เราจะรู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ใช้เวลาไม่นานหรอก คนเราคุยกันแป๊ปๆ ก็รู้แล้วว่าได้แค่ไหน แต่โมว่าโมสนุกกับชีวิตตอนนี้ด้วย โมเลยไม่ได้รีบมาก”

ตอนนี้เปิดรับคนยากไหม สำหรับคนรู้ใจ

“ไม่ได้ยาก แต่ก็ไม่ได้แบบคุยได้ทุกคน (หัวเราะ) คนต้องคิดว่าโมเป็นคนตลกอ่ะตอนนี้ โมเป็นคนตลกบอกแล้ว แต่โมเป็นดาร์กคอมมาดี้ไง”

ชอบผู้ชายสไตล์ไหน

"โมชอบศิลปิน ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นดารานะ เป็นอาร์ทติส หรือเป็นงานอดิเรกก็ได้ที่มีบางอย่าง มีความอาร์ทในตัวเอง เป็นนักเขียน เชฟ นักร้อง นักแสดง เป็นอะไรก็ได้ที่ทำงานศิลปะหรือมีกิจกรรมแนวนี้ ชอบฟังเพลง นักดนตรี (ไปเดินมิวเซียมกับเราได้?) อะไรแบบนั้น แต่ไม่จำเป็นต้องประเภทใดประเภทหนึ่ง คือชอบคนติสท์ สิ่งที่ชอบกับสิ่งที่มีอยู่จริง ชีวิตจริง อาจจะไม่ใช่ก็ได้ อันนี้คืออุดมคติๆ”

ถ้าหนุ่มๆที่ไม่ได้รู้จักคนรอบตัวเราเลย แต่อยากเข้ามาจีบ ต้องทำยังไง

“ไม่รู้เหมือนกัน ก็พยายามละกัน เพราะโมไม่ออกนอกวงโคจรของตัวเองเลยนะ คือโมจะอยู่กับเพื่อนของโม ด่านเยอะไหมเหรอ เมื่อก่อนไม่เยอะ ตอนนี้เยอะมาก เมื่อก่อนแค่ตัวเรา แต่ตอนนี้ ไม่ได้ ไม่ให้ ไม่รู้คืออะไรนะ แต่เหมือนเพื่อนอยากเก็บเอาไว้เป็นทรัพย์สิน (หัวเราะ) เราอยู่ด้วยแล้วสนุก ไปไหนเอาโมไปด้วยทุกที่ไม่ต้องมีแฟนก็ได้”

เวลาเรามีแฟนติดแฟนไหม เพื่อนถึงไม่อยากให้มีแฟน

“โมว่าน่าจะติด ไม่งั้นทุกคนไม่เป็นอย่างนี้หรอก (หัวเราะ) รวมถึงครอบครัวโมด้วย แม่บอกว่าไม่ต้องมีแฟน อยู่ได้แม่เลี้ยงได้ เวลามีแฟนแล้วหายจากทุกคนไหมเหรอ คือโมว่าไม่รู้ตัวหรอกคนเราอ่ะ (หัวเราะ) จริงๆเรื่องความรัก ครอบครัวไม่หวง เขาให้เกียรติและให้อิสระในการตัดสินใจของโม”

ชอบคนมีโปรโมชั่นไหม

“ไม่เห็นเคยเจอเลย ไม่เคยมีโปรเลย หรือเราไม่รู้ว่านั่นคือโปรก็ไม่รู้นะ แต่ส่วนตัวแล้วโมว่าโมเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย”

มุมความรักเปลี่ยนไปไหมจากที่ผ่านมา

“ก็โตขึ้นเยอะ โมรู้สึกว่าเราต้องอยู่ในที่ที่เราสบายใจ อยู่กับคนที่ทำให้เราสบายใจ ปัจจัยภายนอกอ่ะไม่ใช่ว่าไม่สำคัญนะ มันสำคัญ แต่ว่าการเข้าใจกันกับการให้เกียรติโมว่ามันสำคัญกับการคลิก ตอนนี้ปัจจัยรอบข้างมีผลกับความรักของโมนะ การใช้ชีวิต ความชอบ ครอบครัว ทุกอย่าง เมื่อก่อนไม่เคยคิดนะ เพราะว่ารักเอยไง อะไรก็ได้ความรัก พอโตถึงวัยที่จะต้องมีครอบครัวหรืออะไร มันสำคัญเหมือนกันค่ะ ณ ตอนนี้ตัวโมเองมองถึงแค่แต่งงาน แต่เรื่องมีลูกยังไม่รู้ ตอนเด็กๆเคยคิดว่า 25 ต้องแต่งงานแล้ว ตอนนั้นคิดว่าอายุ 25 นี่โตมากแล้วแหละ แต่งงานได้แล้ว อันนั้นคือความคิดประถม พอโตขึ้นมาทุกวันนี้จะ 30 แล้วยังงงอยู่เลย (หัวเราะ) โตขึ้นมาก็ไม่แพลนแล้ว เพราะว่ายังไม่เจอมากกว่า มันอาจจะมีเร็วๆนี้ หรืออาจจะอีกนาน ยังบอกไม่ได้ (ยิ้ม)”

มีข้อจำกัดไหมว่าคนในหรือนอกวงการ

“ไม่มีค่ะ แต่ว่าถ้าเป็นไปได้เหรอ คือถ้าเป็นคนในวงการเราจะเหนื่อยเองทั้งคู่ โมไม่อยากมีห่วงมีกังวลอะไรแล้ว”

ถ้าคนต่อไปเป็นคนในวงการเราก็ไม่ติดใช่ไหม

“อย่าเพิ่งไปฟันธงอะไรเลยดีกว่า ตอนนี้ไม่มีเลย หรือเราต้องพูดว่ามีเราถึงจะสวย (ยิ้ม) อย่างที่บอกว่าไม่เหงา แทบจะไม่มีเวลาไปเจอใครเลยเพราะว่ามีนัดตลอดเวลา แฮปปี้กับการอยู่กับเพื่อนสนุกดี”

ขอบคุณภาพ IG momonchanok

ขอบคุณสถานที่  ร้าน Drink 76 Coffee

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ