สำหรับสรพงศ์นั้นโลดแล่นในวงการบันเทิงมากกว่า 50 ปี จากเดิมที่เป็นตัวประกอบไม่มีบทบาทโด่งดังนัก แต่ในช่วงที่วงการภาพยนตร์สูญเสีย "มิตร ชัยบัญชา" ไป ทำให้มีการตามหาพระเอกคนใหม่ขึ้นมาประดับวงการ ซึ่งในตอนนั้น "ท่านมุ้ย" หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล กำลังจะสร้างภาพยนตร์เรื่องใหม่พอดี คือเรื่อง "มันมากับความมืด" ปี 2514 ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์แนวไซไฟเรื่องแรกของวงการภาพยนตร์ไทย
ซึ่งเป็นจังหวะที่ "สรพงศ์ " ต้องมาแสดงแทน "อู๊ด" ไชยา สุริยัน จนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ "สรพงศ์ " ได้เป็นพระเอกมาจนถึงทุกวันนี้
ซึ่งในตอนนั้น "สรพงศ์ " ก็โดนคำพูดสบประมาท ทำนองว่า "เป็นคนจมูกโต ตัวดำ จะเป็นพระเอกได้เหรอ" แต่สุดท้าย
"สรพงศ์" ก็ลบคำสบประมาทนี้ด้วยการพัฒนาฝีมือและทุ่มเทต่อการแสดงจนเป็นที่ประจักษ์
สร้างชื่อเสียง คว้ารางวัล "ตุ๊กตาทอง" เป็นครั้งแรกให้กับ "สรพงศ์ " จากภาพยนตร์เรื่อง "ชีวิตบัดซบ" กับ "สัตว์มนุษย์" และมีชื่อเสียงไปในต่างประเทศจากภาพยนตร์เรื่อง "แผลเก่า" ปี 2520 ซึ่งหนังเรื่องแผลเก่านั้นยังถือเป็น หนังทำเงินในยุคนั้น ซึ่งน้อยเรื่องที่จะทำรายได้ถึง 10 ล้าน แต่เรื่องแผลเก่ากวาดรายได้ไปกว่า 13 ล้าน โดยฉากอารมณ์ที่เป็นที่พูดถึงเป็นฉากที่สรพงศ์ดำน้ำแล้วเอามีดแทงตัวเอง ย้อนไปชมผลงานที่เพจหอภาพยนต์นำมาโพสต์กัน
ผลงานภาพยนต์ของสรพงศ์นั้นมีกว่า 500 เรื่อง นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีภาพยนต์ที่ถือเป็นผลงานคุณภาพของสรพงศ์อีกหลายเรื่อง
เช่น ภาพยนต์“เขาชื่อกานต์” (2516)เทพธิดาโรงแรม (2517)มือปืน (2526)คนเลี้ยงช้าง (2533)มือปืน 2 สาละวิน (2536)เสียดาย 2 (2539) ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวแทนของประเทศไทย เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในการประกาศรางวัลครั้งที่ 70 ส่วนสรพงศ์ ชาตรีนั้นได้รับรางวัลตุ๊กตาทองในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมด้วย
รวมถึง “สุริโยไท” (2544) “องค์บาก 2” (2551) และตำนานสมเด็จพระนเรศวร ( 2550-2558) หนังฟอร์มยักษ์ย้อนยุค ที่สรพงศ์รับบทพระมหาเถรคันฉ่อง หลายภาคติดต่อกัน
สำหรับผลงานสรพงศ์ นอกจากที่คนจะรู้จักในบทบาทของนักแสดงแล้ว หลายคนอาจไม่ทราบว่า สรพงศ์ ยังเป็นนักพากย์ด้วย อย่างเช่นภาพยนตร์คอมพิวเตอร์แอนิเมชันอเมริกันแนวตลก ซึ่งสรพงศ์ ได้พากย์เสียงของนายอำเภอ วู้ดดี้ และยังรวมถึงภาพยนต์ต่างประเทศอีกหลายเรื่อง ไปชมบางช่วงผลงานเหล่านี้กัน
สรพงศ์ ยังเคยเป็นนักร้องออกเพลงมาถึง 5อัลบั้ม ในช่วงยุค 90 บางอัลบั้มเป็นเพลงลูกทุ่งด้วย และมีเพลงดังอย่างเพลง หัวใจไม่ได้เสริมใยเหล็ก และเพลงพ่อให้มา
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งบทบาทเกี่ยวกับการทำนุบำรุงศาสนาที่สรพงศ์ทำจนเป็นที่รู้จัก คือ การรวบรวมพลังศรัทธา
สร้างมหาวิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่โต สูง 13 เมตร ตั้งแต่ปี 2550 ในอำเภอสีคิ้วจ.นครราชสีมา ซึ่งสรพงศ์บอกว่า สถานที่แห่งนี้เป็นมูลนิธิ ไม่ใช่วัด แต่คนทั่วไปมักเรียกว่า วัดหลวงพ่อโต หรือวัดสรพงศ์ ซึ่งที่นี่ยังมีโรงทานที่ใครๆ ก็สามารถแวะเข้าไปทานอาหารได้ด้วย และหากว่างจากงาน สรพงศ์ จะมาประจำที่นี่ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว และแฟนคลับที่มาร่วมทำบุญด้วย