คณะกรรมการสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้จัดการมอบรางวัลออสการ์ จัดการประชุมออนไลน์เมื่อวานนี้ โดยผลการประชุมของคณะกรรมการระบุว่าให้สั่งห้าม "วิล สมิธ" เข้าร่วมงานต่างๆของสถาบันฯ เป็นเวลา 10 ปี
อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันฯ ออกแถลงการณ์ว่า ความตั้งใจของการมอบรางวัลออสการ์ครั้งที่ 94 คือ การเฉลิมฉลองของผู้คนในแวดวงฮอลีวูด ซึ่งทุกคนได้ทำงานออกมาอย่างน่าทึ่งในปีที่ผ่านมา
แต่ว่าช่วงเวลาเหล่านั้นถูกบดบังจากพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ และเป็นอันตรายที่ได้เห็น "วิล สมิธ" แสดงออกบนเวที ทำให้ทางสถาบันได้ตัดสินใจที่จะแบนสมิธเพื่อปกป้องนักแสดงและแขกรับเชิญ รวมถึงเพื่อฟื้นฟูความไว้วางใจในตัวของสถาบัน
นอกจากนี้ทางสถาบันยังได้ขอโทษที่จัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ดีพอ เพราะไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ พร้อมกันนี้ทางสถาบันยังได้ขอบคุณ "คริส ร็อก" ที่ยังคงวางตัวได้อย่างสงบ ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติแบบนี้ เดิมทีทางสถาบันมีกำหนดที่จะประชุมหารือกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวในวันที่ 18 เมษายน แต่ได้มีการเลื่อนการประชุมให้เร็วขึ้น หลัง "วิล สมิธ" ประกาศลาออกจากสถาบัน ฯและแสดงความเสียใจต่อพฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้ของตนเอง และขอโทษสถาบันฯ รวมถึงเพื่อนนักแสดง และผู้ชมจากการกระทำอันไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตามแถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้มีการพูดถึงการริบรางวัลออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของ "วิล สมิธ" ซึ่งเป็นรางวัลออสการ์ตัวแรกที่เขาได้รับในชีวิตนักแสดงในเวทีดังกล่าวแต่อย่างใด
ขณะที่ "แฮร์ริส บริดสัน" บรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ อินดีไวเออร์ (IndieWire) ซึ่งเป็นสื่อทรงอิทธิพลของกลุ่มคนที่สนใจภาพยนตร์ชี้ว่า แม้ว่าทางสถาบันจะไม่ให้วิล สมิธ ร่วมงานต่างๆของสถาบัน แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่สามารถถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ได้
สำหรับเหตุการณ์ที่ วิล สมิธ ตบหน้า คริส ร็อก เกิดขึ้น บนเวทีงานประกาศรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 94 เมื่อปลายเดือนมีนาคม และกลายเป็นเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์
โดยระหว่างที่นักแสดงตลกผิวสี คริส ร็อก ขึ้นไปประกาศรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม เจ้าตัวหันไปเล่นมุกตลกเกี่ยวกับทรงผมของ "เจดา พิกเก็ต-สมิธ" ภรรยาของ วิล สมิธ และมีการหยอกล้อว่าที่เธอโกนศีรษะ เพราะเตรียมรับบททหารหญิงในเรื่อง จี.ไอ.เจน 2 ซึ่งเจดาหน้าเสียทันทีที่โดนล้อ ในขณะที่หลายคน รวมถึงตัว "วิล สมิธเอง" ก็ยังหัวเราะในตอนแรก
แต่หลังจากนั้น ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็เดินขึ้นไปตบหน้า "คริส ร็อก" กลางเวที ทำเอาทุกคนตกอกตกใจ มิหนำซ้ำ เมื่อกลับมายังที่นั่ง ก็ยังมีการตะโกนเถียงกัน จนบรรยากาศตึงเครียด
ขณะที่ "คริส ร็อก" พยายามสร้างบรรยากาศอีกครั้ง ด้วยการพูดว่า นี่เป็นค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โทรทัศน์ หลังเกิดเหตุ ทางสถานีโทรทัศน์ ABC ตัดสินใจตัดเสียงออกทันที ทำให้ผู้ที่ชมการถ่ายทอดสดทางบ้านไม่ได้ยินเสียงทั้งคู่โต้เถียงกันในช่วงท้าย
หลายฝ่ายมองว่าเรื่องนี้อาจไม่เหมาะสมที่จะนำมาเล่นเป็นมุกตลก เนื่องจากที่เจดาต้องตัดผมสั้นมาตลอด เพราะเธอเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อม และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ คริส ร็อก ล้อเลียนเจดา บนเวทีออสการ์ โดยย้อนไปเมื่อปี 2016 เจ้าตัวเคยแซวว่า เจดาไม่จำเป็นต้องร่วมบอยคอตต์ออสการ์ ประเด็นที่ไม่ให้นักแสดงผิวสีร่วมชิงรางวัลในปีนั้น เพราะเจดาเองไม่ได้รับเชิญให้ไปงานอยู่แล้ว