ทำบุญวันเกิดอายุ 48 ปี ที่วัดอรุณราชวราราม สำหรับร็อกเกอร์ชื่อดัง “เสก โลโซ” หรือ “เสกสรรค์ ศุขพิมาย” พร้อมด้วยภรรยา “กานต์ - วิภากร ศุขพิมาย” และลูกสาวคนเล็ก “น้องลอนดอน” ที่นอกจากจะทำบุญใหญ่แล้ว ยังมีการเปิดโรงทานและแจกสิ่งของให้แฟนๆและผู้ที่มาร่วมงานด้วย
โดยหลังเสร็จพิธี”เสก – กานต์” ก็ได้เปิดใจถึงวันดีๆในวันนี้ว่า
วันนี้ทำบุญวันเกิด?
เสก : บุญใหญ่ครับ กานต์เขาเป็นคนจัดครับ วันนี้มาทำบุญวันเกิด 4 รอบละ อีก 2 ปีก็ 50 แล้ว ก็รู้สึกดีใจที่ได้มาทำบุญวันนี้ แจกอาหารให้คนยากไร้แถวนี้และก็ถวายเป็นพระราชกุศลใกล้ครบวันแม่แห่งชาติด้วยและถวายแด่ ร.10 ด้วยครับ ที่มาทำที่วัดอรุณฯเพราะทำบุญที่นี่บ่อยและผูกพันกับท่านเจ้าอาวาส และท่านก็ไปฉันเพลที่บ้าน สนิทชิดเชื้อกันเป็นอย่างดี พิธีวันนี้ก็มีเจริญพระพุทธมนต์เมื่อเช้า มีแจกของ โรงทาน”
วันเกิดปีนี้มีขอพรอะไรเป็นพิเศษ?
เสก : “ก็ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เพราะว่าเป็นไบโพลาร์ เป็นโรคซึมเศร้าด้วยนะครับ อยากฝากเรื่องนี้ไปถึงคนเป็นโรคซึมเศร้าด้วย อยากให้มีกำลังใจและสู้ๆนะครับทุกคน อย่าท้อ”
ปีนี้ตั้งใจไว้ยังไงบ้าง ทั้งเรื่องงาน เรื่องตัวเอง?
เสก : “ก็เป็นห่วงสุขภาพตัวเอง แล้วก็เป็นห่วงคนรอบข้างด้วยเพราะเราเป็นหัวหน้าเขา”
“กานต์” เตรียมของขวัญอะไรให้ “เสก” บ้าง?
กานต์ : “นี่แหละคือของขวัญ ทำบุญให้ (มีห่วงอะไรบ้าง?) ห่วงทุกอย่างค่ะ ก็อวยพรเขาไปแล้วขอให้มีแต่สิ่งที่เป็นมงคลกับเขา”
“ลอนดอน” มีของขวัญอะไรให้คุณพ่อไหม?
เสก : “มีส่งแฮปปี้เบิร์ดเดย์มาเมื่อเช้า”
มีโมเมนต์เป่าเค้กวันเกิด?
เสก : “เมื่อคืนก็เป่าไป 3 รอบแล้ว (ยิ้ม) เพราะลูกน้องจัดให้ตอนไปเล่นคอนเสิร์ต มีทั้งน้องทั้งเพื่อนๆ เขาเซอไพรส์กัน”
งานเยอะไหม?
เสก : เยอะครับ หลังจากโควิดน่าจะเยอะ คนก็เยอะมากครับ (บรรยากาศยังเหมือนเดิมไหม?) รู้สึกว่าเขาอยากดูเรามากขึ้น เขาห่างหายจากคอนเสิร์ตไปนาน สนุก เมื่อคืนสนุกมาก มีแฟนเพลงมากันเยอะแยะไปหมด”
กลับมาทำงานแล้ว ต้องปรับตัวไหมหลังจากเบรกช่วงโควิดไปนาน?
เสก : “ก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน พยายามเป็นคนธรรมดาให้มากที่สุด เพราะว่าการเป็นไบโพลาร์มันก็ขึ้นๆ ลงๆ ไง ต้องกินยา (มีผลต่อโชว์ไหม?) ก็ต้องทำให้ได้นะเพราะนี่เป็นงานอันเดียวของเรา ชีวิตเรามีอาชีพเล่นดนตรีก็ต้องทำให้สนุกให้ได้”
แต่ยังอยู่ในสภาวะที่ดูแลตัวเองได้ ควบคุมได้อยู่?
เสก : ได้อยู่ครับ ถามเรื่องการพักผ่อนก็นอนเยอะขึ้น นอนเยอะก็จะรู้สึกมีพลังมากขึ้นครับ”
ไม่รับฟังเรื่องเครียด?
เสก : “ใช่ครับ ไม่เข้าไปอ่านไปดูอะไรมากมายนัก ไม่ค่อยเข้าโซเชียล”
“กานต์” ดูแลยังไงบ้างก่อนขึ้นคอนเสิร์ต?
กานต์ : “ก็ดูแลปกติมาตลอด (ต้องอยู่ข้างเวทีตลอดเลยไหม?) “ไม่ๆ กานต์ต้องทำงานที่บ้าน เพราะต้องรับงานไง ไปอยู่เวทีไม่ได้”
ล่าสุดออกมายืนคำขาดว่า 15 สิงหาคมจะหย่า?
กานต์ : “ก็เสกเขาบอกเขาจะไปตามมาหนิ (หัวเราะ)”
เสก : “จะไปตามลูกกลับมาให้เขา เพราะกานต์เขารักลูกมาก ผมก็รักลูกมากเหมือนกัน ถ้าลูกดูอยูก็กลับบ้านเถอะนะลูกนะ พ่อกับแม่รักและก็คิดถึงลูก”
ตอนนี้ยังติดต่อลูกได้ไหม?
เสก : “ติดต่อกันทางไลน์ คุยกันอยู่เรื่อยๆ แต่คุยน้อย เพราะจริงๆ อยู่บ้านก็คุยกันน้อยอยู่แล้วครับ”
วันนี้วันเกิดเราเขามาแฮปปี้เบิร์ธเดย์ไหม?
เสก : “ยังเลย เพราะว่ายังไม่ได้ดูไลน์เลย”
กานต์ : “แต่กานต์ว่ามา”
เขาให้เหตุผลอะไรที่ยังไม่ยอมกลับบ้าน?
เสก : “เขาก็คงยังงอนอยู่ ยังโกรธอยู่”
กานต์ : “เขาก็คงโกรธกันอยู่”
เป็นทางฝั่งคุณพ่อ ที่เป็นตัวกลางเกลี่ยกล่อม?
เสก : “อื้ม ผมเป็นคนกลาง”
กานต์ : “ไม่ได้เกลี่ยกล่อมหรอก หมายถึงแค่อยากให้เขาเข้าใจในความจริงอะ ว่าอย่าไปฟังคนอื่นมาก ให้มาฟังพ่อฟังแม่มั่ง เหตุการณ์ทุกอย่างที่เขาคิดอะ มันจริงหรือเปล่าก็ควรมาพูดกันให้เข้าใจ ไม่ใช่ใครพูดอย่างงั้นอย่างงี้ ก็ตามเขาไปหมด (แม่ได้คุยกับลูกบ้างไหม?) ยังๆ”
เสก : “ได้คุยกับลูกล่าสุด เขาก็ยังไม่โอเคเท่าไหร่นะครับ แต่ว่าคงจะโอเค เพราะแม่กับลูกมันตัดกันไม่ขาดหรอกครับ ส่วนน้องกวางตอนนี้ก็ยังไม่โอเคเหมือนกัน”
กานต์ : “เพราะเรายังไม่เคยได้คุยกันจริงๆไง เขาไม่ยอมมาคุย”
เสก : “เขาไม่ยอมเปิดอกคุย”
กานต์ : “คือเขาไปรับสารใครก็ไม่รู้มั่วซั่ว แล้วก็มาคิดว่าแม่เป็นอย่างงั้นอย่างงี้ เขาไม่มาถามหรือมาคุยให้มันเข้าใจว่าอะไรคืออะไร นาน 7 เดือนแล้วที่น้องออกจากบ้านไป เกือบ 8 เดือนแล้ว น้องกวาง ไม่ได้เจอเลย ความเป็นอยู่กานต์ก็ไม่รู้ ถึงได้โกรธเสกนี่แหละ ว่าลูกไม่รู้อยู่ที่ไหน”
เสก : “เขาบอกว่าเขาอยู่ปลอดภัยดี แล้วก็มีความสุขดีครับ”
กานต์ : “คือกานต์บอกว่าถ้าจะให้เขาออกไปหรือว่าช่วยเขา ก็ต้องรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน อยู่กับใครปลอดภัยไหม อันนี้ไม่รู้อะไรเลยแล้วให้เขาออกไป อย่างนี้ไงกานต์ก็เลยโกรธ”
ตอนพูดว่าจะหย่าคือมันเป็นอารมณ์ของเราใช่ไหม?
กานต์ : “โอ๊ย กานต์จะไปตั้งบ่อยเนอะเสก ทุกวันนี้ก็บอกว่าจะย้ายไปแล้วๆ (เปลี่ยนใจหรือยัง?) ไม่รู้ ต้องรอเสกก่อน ว่ายังไง (หัวเราะ) คืออยากบอกว่าลูกอะเข้าใจแม่ผิด แล้วก็ถ้าเกิดยังไงให้มาคุยกันแบบพ่อแม่ลูก แม่ที่ไหนจะไปทำร้ายลูก ยิ่งแบบกานต์นะไม่มีทาง ที่กานต์ยึดโน่นยึดนี่ไว้ ก็เหมือนเวลาทะเลาะกับเสกสมัยก่อน ยึดกุญแจรถ ยึดกระเป๋าตังค์ ยึดเลยไม่ให้ออกไง แต่ว่ามันก็ยังออก (หัวเราะ) คือเราก็ไม่รู้ เราก็ไปใช้กับลูกเหมือนกัน ยึดนั่นยึดนี่ คือไม่ให้ออกไป เขาก็ไม่เข้าใจ”
ถ้าลูกกลับมาต้องเปลี่ยนวิธีการคุยกับไหม?
กานต์ : “ก็ถ้าเขามาคุยกับเรา คุยตัวเป็นๆ แบบจริงๆเลย แบบครอบครัวเดียวกัน พ่อแม่ลูก 5 คนเลยก็ได้ มีลอนดอนด้วย อาจจะได้ปรับความเข้าใจกันทั้งหมด 5 คน ว่าคนนี้เป็นยังไง คนนั้นเป็นยังไง ถ้ามันมีวันนั้นได้ กานต์ว่าทุกอย่างก็จะดีขึ้นหมดเลยแหละ กานต์ปรับได้ กานต์ตายแทนยังได้เลย แค่ปรับทำไมจะไม่ได้ แต่เขาไม่มาคุยไง”
คิดว่าเหตุผลอะไรที่เขาโกรธเราขนาดนั้น?
กานต์ : “ก็เขาคงฟังคนเสี้ยมเยอะ”
อีกไม่กี่วันจะถึงวันที่ 15 ส.ค. แล้ว “เสก” กดดันตัวเองไหม “กานต์” ยื่นคำขาดขนาดนี้?
เสก : “ไม่กดดันหรอกครับ”
กานต์ : “เดี๋ยวเขาก็คงเอามาได้ใช่ไหม”
ยอมหย่าไหม?
เสก : “ไม่ยอมหย่าหรอกครับ (หัวเราะ) เพราะหย่ากันมาหลายรอบแล้ว ขี้เกียจไปจดทะเบียนใหม่”
กานต์ : “ต้องไปตื๊อเอาลูกมา”
ยังมีไม้ตายวิธีการพาลูกกลับมา?
เสก : โห ต้องพยายาม ต้องหาทาง”
ถ้าเกิดไม่ได้จริงๆ น้องยังไม่กลับแต่ยอมคุยด้วย ไม่หย่าได้ไหม?
กานต์ : “ได้”
บอก “น้องเสือ” ขอเป็นของขวัญวันเกิดให้พ่อ?
เสก : “ก็อยากให้น้องเสือ น้องกวาง กลับมา ของขวัญวันเกิดของคุณพ่อปีนี้ อายุครบ 48 แล้วลูก”
8 เดือนที่ผ่านมาฝันถึงลูกตลอดไหม?
กานต์ : “ถามเสกเลยอันนี้รู้หมด เราเห็นเขาทุกวินาทีทั้งตอนหลับตอนตื่น เราก็หน้าเขาตลอด”
เสก : “เขาโศกเศร้าเสียใจมาก เขาร้องห่มร้องไห้คิดถึงลูกตลอด ผมต้องไปคอยปลอบ บางทีต้องเล่นคอนเสิร์ตอยู่แล้ว กานต์เขาโทร.มาร้องห่มร้องไห้กับผม ถือว่าเป็นเรื่องเศร้าของบ้านสุขพิมายของเราเลยครับ”
กานต์ : “วันนั้นกานต์โทร.ไปร้องไห้ เขากำลังจะขึ้นเวที เขาบอกว่ากว่าจะเล่นได้”
เสก : “ใช่ต้องปรับอารมณ์มาก”
ก็ยังหวังอยู่ตลอด?
กานต์ : “ใช่ เมื่อไหร่จะมา น่าเศร้าที่สุด กานต์ว่าไม่มีใครทำใจได้ขนาดนี้เนาะ”
เสก : “รอเจอลูกทุกวินาที”
“น้องลอนดอน” ถามถึงพี่ๆไหม?
กานต์ : “เขารู้แล้วไง เขาจะไม่พูดอะไร ที่มันสะเทือนใจ”