เปิดใจครอบครัว “สไปร์ท” แร็ปเปอร์ดัง ขึ้นศาลนัดแรก หลังค่ายเก่าฟ้อง 14 ล้าน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“ทนายเจมส์” พาครอบครัวของ “สไปร์ท” แร็ปเปอร์หนุ่ม มาที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรานัดแรก เพื่อนัดเจราไกล่เกลี่ย หลังเจ้าของค่ายเดิมเรียก 14 ล้าน แต่การเจรจายังไม่เป็นผล ด้านพ่อมองว่าไม่เป็นธรรม เพราะมีการยกเลิกสัญญาไปตั้งแต่ปี 2562 และเจ้าของค่ายเดิมก็ไม่เคยเข้ามาดูแล จนลูกชายมีชื่อเสียงถึงจะมาฟ้องร้อง

วันนี้ ( 17 มิถุนายน 2567 ) ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้พาครอบครัวของ “สไปร์ท-ศุกลวัฒน์ พวงสมบัติ” แร็ปเปอร์ดัง ประกอบด้วย นายกาวี พวงสมบัติ และ นางสาวศิรินทรา สุขโชค ผู้เป็นพ่อและแม่ของสไปร์ท เดินทางออกมาจากศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังก่อนหน้านี้ ต้นสังกัดเก่าของลูกชาย ฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำนวน 14 ล้านบาท จากยอดวิวกว่า 420,000,000 วิว จนติดอันดับ 89 ในชาร์ต Billboard Global ส่วนแร็ปเปอร์หนุ่มไม่ได้เดินทางมาด้วย เพราะไปทั่วคอนเสิร์ตกับต้นสังกัดใหม่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 14 วัน 

คอนเทนต์แนะนำ
กว่าจะเป็น “SPRITE” (สไปร์ท) แร็ปเปอร์ดัง! เจ้าของเพลง “ทน” 420 ล้านวิว
เปิดใจ “สไปรท์ - กาย” ไม่คาดคิด เพลง “ทน” ทะยานติดชาร์ตโลก เผยชีวิตเส้นทางแร็ปเปอร์

“ทนายเจมส์” พาครอบครัวของ “สไปร์ท” มาศาลนัดแรก สติงเกอร์ฉะเชิงเทรา
“ทนายเจมส์” พาครอบครัวของ “สไปร์ท” มาศาลนัดแรก

ทนายเจมส์ เปิดเผยว่า “วันนี้ตนเองเดินทางมาจากกรณีที่ตนสังกัดเก่าของน้อง  อ้างว่าน้องสไปรท์ทำผิดสัญญา จากกรณีไปร้องเพลง โชว์ผลงานเพลงตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่ได้ขออนุญาตค่ายเก่า แต่จากการสืบทราบในส่วนตัว ทราบว่ามีการบอกเลิกสัญญากันแล้ว ทางเฟซบุ๊ก ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่างยกเลิกสัญญากันแล้ว แต่ตนเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงได้กลับมาฟ้องกันอีก  วันนี้ที่เดินทางมาศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา มี 2 อย่าง

อย่างแรกคือการไกล่เกลี่ยกัน อย่างที่ 2 คือการนัดชี้ 2 สถาน โดยอย่างแรก หลังจากมีการพูดคุยกัน ที่ฝั่งต้นสังกัดเก่าเรียก 14 ล้านบาท เขาได้พยายามอธิบายเหตุผลที่เรียกเงินจำนวนนี้ ซึ่งตนเองก็เข้าใจได้ แต่เหตุผลของตนคือ เงินรายได้ทั้งหมดที่น้องได้มาผ่านช่อง ไม่ได้ผ่านตัวน้อง ถ้าอยากฟ้องร้องต้องฟ้องเจ้าของช่อง ถ้าอยากฟ้องน้องต้องฟ้องในกรณีที่น้องมีรายได้ผ่านมาจากช่อง ในกรณีที่มีสัญญาผูกมัดกันอยู่ จะกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไปตามสัญญา 

พอคุยกันได้สักระยะ จาก 14 ล้าน ต้นสังกัดเก่ายอมลดให้ 50 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 7 ล้าน ซึ่งตนเองได้ปรึกษาพ่อและแม่ของน้องแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม เพราะในวันที่พ่อแม่ผลักดันน้องจนมีชื่อเสียงโด่งดังไม่เคยมีใครเข้ามาช่วยเหลือ  แต่อย่างน้อยน้องและพ่อแม่ยังสำนึกในบุญคุณที่หยิบยื่นโอกาสในครั้งแรกให้ แต่จำนวนเงินอาจจะไม่ได้เยอะขนาดนี้  ซึ่งหลังจากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ จึงเป็นการชี้ 2 สถาน โดยโจทย์ฟ้องว่าอย่างไร จำเลยฟ้องว่าอย่างไร ศาลก็จะกำหนดเป็นข้อพิพาท

ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีเพียงแค่ประเด็นเดียว จึงไม่สลับซับซ้อน ศาลจึงสั่งให้สืบพยานจำนวน 2 นัด เข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการของศาลต่อไป โดยทางโจทย์สืบ 5 ปาก ทางฝั่งตนเองสืบ 4 ปาก  ตนเองมองเรื่องการยกเลิกสัญญาว่า จู่ๆ จะบอกเลิกสัญญาชาวบ้านเลยไม่ได้ เพราะมีการเซ็นกัน 2 ฝั่ง ถ้าไม่มีเหตุบอกเลิกสัญญา แต่อีกกรณีคือการบอกเลิกสัญญากันด้วยลายลักษณ์อักษร และอีกกรณีคือการบอกเลิกสัญญากันโดยปริยาย อันนี้ไม่จำเป็นต้องมีลายลักษณ์อักษร แต่พฤติการณ์ที่ทั้งสองฝั่งแสดงออกต่อกัน มันตีความได้หรือไม่ว่ามีการบอกเลิกสัญญากัน ถ้าตีความได้ก็ไม่จำเป็นต้องมีลายลักษณ์อักษร”

“ทนายเจมส์” พาครอบครัวของ “สไปร์ท” มาศาลนัดแรก สติงเกอร์ฉะเชิงเทรา
“ทนายเจมส์” พาครอบครัวของ “สไปร์ท” มาศาลนัดแรก

ในขณะที่ทางด้าน “พ่อของสไปร์ท” เปิดเผยว่า “ตนเองมองว่าไม่เป็นธรรมถึงแม้จะลดลงมาเหลือ 50 เปอร์เซ็นต์ คือ 7 ล้านบาท จริงๆ แล้วรายได้ของน้องที่ได้มาทั้งหมดไม่ได้เข้ากระเป๋าน้องหรือพ่อแม่เลย แต่เข้าที่ช่องหรือต้นสังกัดใหม่ที่น้องไปประกวด น้องได้แค่ค่าน้ำมันที่น้องไปเข้าประกวดแค่นั้นเอง ที่ผ่านมาน้องผลักดันตนเองมาโดยตลอด 100% ไม่เคยมีใครมาช่วยเหลือ  ซึ่งเรื่องต้นสังกัดเก่า เป็นนิติบุคคลที่ฟ้องน้องนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2561 หลังน้องได้ไปออกรายการหนึ่ง ( ซุปเปอร์เทน) ร้องเพลง กะเลิฟคือเก่า จนเริ่มมีชื่อเสียงมียอดคนดูเพลงนี้ประมาณ 60 ล้านวิว

ต้นสังกัดเก่าของน้องที่อยู่จังหวัดนครสวรรค์ ได้ติดต่อมาทางเฟซบุ๊กของน้อง แจ้งความประสงค์ตอนแรก คืออยากให้น้อง ไปฟีเจอร์ริ่งกับหลานของเขา โดยจะให้เงินจำนวน 5,000 บาท ซึ่งตนเองมองว่ามากไป จึงรับไว้แค่ 3,000 บาท ก่อนจะมีการนัดอัดเสียงที่ห้องอัดแถวดอนเมือง กทม. และจากนั้นไม่นานก็มีการนัดพูดคุยและเซนสัญญากัน ที่จังหวัดสระแก้ว ระยะเวลา 6 ปี  จากนั้นตนเองก็เริ่มพาน้องออกงาน ตามที่ต้นสังกัดแจ้งมา โดยแต่ละงานได้เพียงแค่ค่าน้ำมันรถ 1,000-2,000 บาท มาโดยตลอด แม้จะเดินทางไปจังหวัดไหนก็ตาม 

กระทั่งกลางปี 2562 สไปรท์จะเปิดภาคเรียนและต้องเรียนหนังสือ ประกอบกับ ปัญหาเรื่องเงินของครอบครัว ที่ไม่ได้มีอะไรมากมาย คงจะดันลูกต่อไปไม่ไหว เพราะครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าโรงแรมเองทั้งหมด มีแต่รายรับคือค่าน้ำมันรถที่ต้นสังกัดเก่าให้เพียง 1,000-2,000 บาท เท่านั้น ตนเองเหลือแหวนทองวงสุดท้าย จึงได้คุยกับลูกและครอบครัวว่าเราคงต้องหยุด จึงติดต่อไปเพื่อขอยกเลิกสัญญา

แต่ทางต้นสังกัดเก่าบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด อ้างว่าอยู่ต่างประเทศ หรือติดงาน ยังไม่สะดวกในการมาเซ็นยกเลิกสัญญาให้น้อง  ตนเองจึงพิมพ์เป็นลายลักษณ์อักษร เอาไว้ในข้อความเฟซบุ๊ก เพื่อแสดงเจตนารมณ์เดิม ตอนนั้นที่บ้านยังลำบาก น้ำท่วมบ้าน สถานการณ์โควิด ก็ไม่เคยได้รับการติดต่อจากต้นสังกัดเดิมว่าจะมาให้การช่วยเหลือย่างไร จนน้องได้มีโอกาสกลับมาทำเพลงใหม่ ด้วยผลงานเพลง “ทน” มียอดวิวสูงถึง 420,000,000 วิว ติดอันดับ 89 ในชาร์ต Billboard Globa ทำให้มีชื่อเสียง ตนเองก็ไม่เข้าใจว่า ต้นสังกัดเก่าต้องการฟ้องร้องน้องเพื่ออะไร และเหตุผลอะไร”

“ทนายเจมส์” พาครอบครัวของ “สไปร์ท” มาศาลนัดแรก IG/spritezakup
“SPRITE” (สไปร์ท) ศุกลวัฒน์ พวงสมบัติ

วิเคราะห์บอล! ยูโร 2024 ออสเตรีย พบ ฝรั่งเศส 17 มิ.ย.67

พยากรณ์ฝนล่วงหน้า! มรสุมปกคลุมกำลังแรง-แนวโน้มฝนกระจายเพิ่มขึ้น

เลือก สว.กทม. มาสาย 17 คน “สนธิญา-เหรียญทอง-สันธนะ” ไม่ได้ไปต่อ

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ