นาทีนี้ซีรีส์เรื่อง สงครามส่งด่วน Mad Unicorn ที่ออนแอร์ทาง Netflix กำลังมาแรงแซงทางโค้งสุดๆ ซึ่งนอกจากเนื้อเรื่องจะเข้มข้นจนหยุดดูไม่ได้แล้ว นักแสดงก็ตีบทแตกกระจุยทุกคนจนแห่เปิดวาร์ปกันรัวๆ และแน่นอนว่าพระเอกในเรื่องอย่าง ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเข้าถึงบทบาทได้เป็นอย่างดี แต่หลายคนก็ต้องแปลกใจเมื่อเข้าไปส่องในอินสตาแกรมส่วนตัวแล้วพบว่า ก่อน ไอซ์ซึ จะโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ เขาโพสต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566 !
สำหรับเรื่องนี้ไม่ใช่แค่แฟนๆที่สงสัย เพราะรุ่นพี่ในวงการบันเทิงอย่าง พลอย หอวัง ก็ข้องใจไม่แพ้กัน และเมื่อได้เจอตัว ไอซ์ซึ ก็ประเดิมเสิร์ฟคำถามแรกด้วยเรื่องนี้ เจ้าตัวก็บอกว่า "ไม่ได้หายไปไหน ก็ใช้ชีวิตปกติ แค่ไม่เล่นโซเชียล คนเลยคิดว่าหายไป" โดย ไอซ์ซึ บอกว่าเขาจะกลับมาเล่นโซเชียลก็ต่อเมื่อมีโปรเจกต์อะไรสักอย่างหนึ่ง นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้อัปเดตอะไรเลยตั้งแต่ปลายปี 2566 และกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 กับการลงภาพส่วนหนึ่งในซีรีส์เรื่อง สงครามส่งด่วน
หลังจากนั้น พลอย หอวัง ก็ได้เริ่มพูดคุยกับ ไอซ์ซึ ในเรื่องของการทำงานในวงการบันเทิงรวมแล้วกว่า 1 ชั่วโมงในรายการ เมาท์มอยกับพลอยหอ ซึ่งบอกเลยว่าอึ้งทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นช่วงแรกของการได้เข้ามาโลดแล่นในวงการบันเทิง ไอซ์ซึ บอกว่าตอนนั้นตัวเองอายุ 19 ปี ขณะที่กำลังเล่นฟิตเนสอยู่ ก็มีแมวมองเข้ามาชักชวนให้ไปลองแคสต์เป็นนายแบบ ซึ่งทั้งที่เขาไม่เคยผ่านงานอะไรแบบนี้มาก่อน แต่แค่ครั้งแรกก็ผ่านเลย งานแรกคือการเดินแฟชั่นโชว์ Elle Fashion Week ไอซ์ซึ บอกว่าถ้าไปย้อนดูเขาสั่นมาก เพราะตื่นเต้นและไม่ได้เป็นคนกล้าแสดงออก ยังคงขี้อายอยู่
แต่แล้วเมื่อเขาอยู่วงการนี้ไปได้ 3 ปี ก็เริ่มรู้สึกว่าอยากไปได้ไกลกว่านี้จึงทำพอร์ตส่งไปแคสต์ที่ประเทศเกาหลี ตอนนั้นต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดในการไปเดบิวต์ ในที่สุดหลังจากพยายามฝึกฝนทุกด้านโดยเฉพาะเรื่องของภาษาไม่ถึง 2 เดือน เขากลายเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ทำงานเป็นนายแบบในประเทศเกาหลีใต้ภายใต้สังกัด Agency garten model ทำให้เขาได้ร่วมงานเดินแบบ Seoul Fashion Week และถ่ายแบบให้กับหลายนิตยสารชื่อดังในประเทศ เกาหลีใต้ เช่น GQ EQUIRE MAPS MENHEALTH OH!BOY CECI STREETFOOT STYLE-H BLING อีกทั้งเขายังมีงานถ่ายโฆษณาแบรนด์สินค้าในประเทศ เกาหลีใต้ เช่น SAMSUNG TOMMY HILFIGER ADIDAS LECOQSPORTIF UMBRO BELIER ที่สำคัญคือได้ทำงานด้านการแสดงมิวสิควีดีโอให้กับศิลปินเกาหลีใต้ ได้แก่ MONNI และ HOMME และนี่เองเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิต เมื่อเขารู้สึกว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้หมดแล้วในวงการแฟชั่น อยากจะลองไปต่อในเรื่องของการแสดงบ้าง แต่หากอยู่ประเทศเกาหลีต่อยังติดในเรื่องของภาษา จึงบินกลับมาแคสต์งานในประเทศไทยกับทาง GDH จากนั้นในปี 2559 เขาได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงภายใต้สังกัด GDH และมีผลงานเรื่องแรกคือ แก๊สโซฮัก…รักเต็มถัง
ในเรื่องนี้ ไอซ์ซึ ก็ทุ่มเทไม่แพ้เรื่อง สงครามส่งด่วน เขาลงทุนไปอยู่ภาคเหนือคลุกคลีกับชาวดอยเพื่อซึมซับลักษณะการพูดที่ไม่ค่อยชัด และยังไปทำงานเป็นเด็กปั๊มจริงๆอยู่ 1 เดือน หลังจากจบเรื่องนี้เขาต้องพูดไม่ชัดแบบนั้นไปเกือบ 2 เดือนกว่าจะกลับมาสื่อสารได้ชัดเหมือนปกติ
เช่นเดียวกันกับเรื่อง คนประกอบผี ไอซ์ซึ เล่าว่า พยายามเป็นตัวละครนี้ทั้งในชีวิตจริงด้วย เขาพกเงินติดตัวเพียง 6,000 บาท เพื่อใช้ให้พอภายใน 5-6 เดือนที่ถ่ายทำเรื่องนี้ ผลสรุปคือเงินเหลืออีกด้วย เพราะกินฝรั่งแค่วันละ 1 ลูก ! ไม่เพียงเท่านั้นมีวันหนึ่งที่ไม่ยอมลบเมคอัพที่เข้าฉาก แล้วบังเอิญขากลับบ้านในตอนกลางคืนเจอด่านตรวจ ตำรวจตกใจมาก และสั่งให้ลงจากรถมาตรวจปัสสะวะทันที ถึงแม้ว่าเขาจะเปิดโทรศัพท์ให้ดูว่าตัวเองเป็นใคร พยายามอธิบายว่าถ่ายละครมา แต่ตำรวจก็ไม่เชื่อ !
ในส่วนเรื่อง สงครามส่งด่วน มีเวลาเตรียมตัวประมาณ 3 เดือน และถ่ายทำอีกประมาณ 8 เดือน ไอซ์ซึ บอกเลยว่าเป็นงานที่ยากที่สุดในชีวิต ตั้งแต่เริ่มเรียนภาษาจีนเพราะพูดไม่ได้เลย ไหนจะเรื่องการพูดบทคนเดียวก็เยอะที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา แถมยังเป็นภาษาจีนอีกด้วย นอกจากนี้ยังต้องเล่น 1 ซีนซ้ำกันประมาณ 10-20 เทค
อย่างไรก็ตาม ไอซ์ซึ บอกว่าสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนเลยคือแนวตลก คิดว่าน่าจะยากมากๆ ขนาดที่ว่า พลอย หอวัง ส่งมุก สีเหลือง เจ้าตัวก็ยังงงๆ ไม่รู้ว่าคือมุกอะไร และต้องเล่นแบบไหน