ภาพยนตร์แอนิเมชันจีนเรื่อง "หนิวไหล" (Niu Lai) หรือที่รู้จักในชื่อ The Bull Comes และ The Cow Is Coming กลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์บ็อกซ์ออฟฟิศที่เหนือความคาดหมายที่สุดของปี 2026 หลังหนังที่มีรายงานว่าใช้งบสร้างเพียงประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,550 บาท แต่กลับสามารถทำรายได้ในจีนทะลุ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 130 ล้านบาท
หนังความยาว 86 นาทีเรื่องนี้สร้างขึ้นโดยแม่ลูกจากเมืองต้าเหลียน ใช้เวลาสร้างนานกว่า 5 ปี และได้รับการพูดถึงว่าเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่ทำขึ้นเองแทบทั้งหมด
ผู้กำกับของภาพยนตร์หนิวไหล คือ ซิน ยู่เหมิง ซึ่งร่วมสร้างผลงานกับมารดา ซุน ลี่ฟาง เนื้อเรื่องเป็นการติดตามการผจญภัยของลูกวัวแรกเกิด ผ่านประเด็นเรื่องมิตรภาพ ความกล้าหาญ และการเอาชีวิตรอด เข้าฉายในโรงภาพยนตร์จีนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยแทบไม่มีการทำตลาด
ช่วง 10 วันแรก หนังทำรายได้ต่ำกว่าประมาณ 1,000 ดอลลาร์ และมีรายงานว่ามีผู้ซื้อตั๋วน้อยกว่า 300 คน ทำให้ดูเหมือนว่าหนังอาจจบเส้นทางในโรงภาพยนตร์อย่างรวดเร็ว แต่สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อคลิปบางส่วนและเสียงวิจารณ์จากผู้ชมเริ่มแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียจีน
กระแสจำนวนมากไม่ได้เกิดจากเสียงชื่นชม แต่กลับมาจากการวิพากษ์วิจารณ์คุณภาพภาพเคลื่อนไหว ซึ่งบางคนเรียกว่าอยู่ในระดับ "หายนะ" รวมถึงการเล่าเรื่องที่ดูแปลกและไม่เป็นธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม กระแสด้านลบกลับกลายเป็นแรงโปรโมตชั้นดี ผู้ชมจำนวนมากเริ่มซื้อตั๋วเพียงเพราะอยากเข้าไปพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า หนังที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์นั้นเป็นอย่างไร ทำให้หนิวไหลขยับสถานะจากหนังที่แทบไม่มีคนดู ค่อย ๆ กลายเป็นปรากฏการณ์ไวรัล และโกยรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากพลังของกระแสปากต่อปาก
ความนิยมที่พลิกกลับอย่างรวดเร็วทำให้หนิวไหลสามารถขึ้นมาแข่งขันแย่งผู้ชมกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดทุนสูง เช่น Spider-Man: Brand New Day และ The Odyssey
รายงานระบุว่า ภายในวันที่ 20 สิงหาคม หนังทำรายได้ในจีนไปแล้วมากกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอยู่ในอันดับรองจาก Spider-Man: Brand New Day ในตารางรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรายวันของจีน
ขณะที่ The Odyssey ทำรายได้ในช่วงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 3 วันแรกในประเทศจีนรวม 192 ล้านหยวน หรือประมาณ 21 ล้านปอนด์ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะขึ้นครองอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศจีน หนังทำรายได้เป็นอันดับ 2 รองจากภาพยนตร์จีน Once Upon a Time in the Middle East ซึ่งทำเงินได้ถึง 477.9 ล้านหยวน ระหว่างวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ เมื่อเปรียบเทียบรายได้ในช่วงสุดสัปดาห์ หนังจีนเรื่องดังกล่าวทำเงินได้มากกว่า The Odyssey ราว 2.5 เท่า
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่หนักหน่วงสำหรับภาพยนตร์ฮอลลีวูดในตลาดจีน ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์ที่ผลิตในประเทศสามารถดึงดูดผู้ชมและครองอันดับต้น ๆ ของบ็อกซ์ออฟฟิศได้มากขึ้น
กระแสความนิยมยังทำให้ทีมงานและแฟนหนังช่วยกันทำตลาดด้วยตัวเอง บางคนถึงขั้นวาดโปสเตอร์เพื่อประชาสัมพันธ์รอบฉาย ผู้ชมบางส่วนยังยกให้หนังเรื่องนี้เป็นตัวอย่างของการสร้างภาพยนตร์แบบทำมือ หรือ Handmade Filmmaking ท่ามกลางยุคที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์กำลังหันไปใช้ AI มากขึ้น
หากยึดตามตัวเลขงบสร้างประมาณ 200 ดอลลาร์ และรายได้มากกว่า 4 ล้านดอลลาร์ รายได้ของหนิวไหลจะสูงกว่าทุนสร้างราว 20,000 เท่า
ตัวเลขดังกล่าวทำให้เกิดกระแสกล่าวอ้างบนโลกออนไลน์ว่า หนิวไหลอาจกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำกำไรมากที่สุดตลอดกาลเมื่อคำนวณจากสัดส่วนรายได้เทียบกับงบสร้าง
กระแสนี้นำไปสู่การเปรียบเทียบกับหนังทุนต่ำชื่อดังในอดีตอย่าง Paranormal Activity ซึ่งใช้งบสร้างราว 15,000 ดอลลาร์ แต่ทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 193 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ The Blair Witch Project ใช้งบเริ่มต้นประมาณ 60,000 ดอลลาร์ และทำรายได้ประมาณ 248 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม การเรียก หนิวไหลว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำกำไรมากที่สุดตลอดกาลยังเป็นข้อกล่าวอ้างที่อิงจากการเปรียบเทียบรายได้กับงบสร้างที่มีการรายงาน และไม่ได้หมายความว่ามีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสถาบันจัดอันดับบ็อกซ์ออฟฟิศ เนื่องจากตัวเลขกำไรจริงยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้านการจัดจำหน่าย การตลาด และส่วนแบ่งรายได้ของโรงภาพยนตร์ด้วย
แต่ไม่ว่าจะครองสถิติอย่างเป็นทางการหรือไม่ หนิวไหลก็ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดของปี 2026 ว่า กระแสไวรัลและเสียงวิจารณ์บนโลกออนไลน์สามารถเปลี่ยนหนังที่แทบไม่มีคนสนใจ ให้กลายเป็นปรากฏการณ์บ็อกซ์ออฟฟิศได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน
ที่มา: Times Entertainment