วงการบันเทิงสหรัฐอเมริกาต้องพบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อ "ดอลลี พาร์ตัน" ราชินีเพลงคันทรีอเมริกัน ได้เสียชีวิตลงในวัย 80 ปี ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลดธงชาติลงครึ่งเสาทั่วประเทศเพื่อแสดงความไว้อาลัย
โดย ไบรอัน ซีเวอร์ หลานชาย ของ ดอลลี พาร์ตัน (Dolly Parton) นักแต่งเพลงและนักร้องชาวอเมริกันแห่งวงการเพลงคันทรี แจ้งข่าวเศร้าว่าเธอเสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อวันอังคารที่ 25 ส.ค. ที่บ้านพักในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี
ก่อนหน้านี้ พาร์ตัน เคยพูดถึงปัญหาสุขภาพหลายครั้งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากที่ คาร์ล ดีน (Carl Dean) ผู้เป็นสามีเสียชีวิตเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว โดยพาร์ตัน ระบุว่าระหว่างที่สามีป่วยหนัก ซึ่งกินเวลานานมาก เธอแทบไม่ได้ดูแลตัวเองเลย
ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเว็บไซต์ "ทรูธ โซเชียล" ยกย่องพาร์ตัน ว่าเป็นบุคคลที่ทั้งโลกให้ความรัก พร้อมสั่งทั่วประเทศลดธงชาติลงครึ่งเสาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 25 ส.ค. 2569 เพื่อร่วมไว้อาลัย
สำหรับ พาร์ตันเป็นผู้แต่ง 2 บทเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 อย่าง Jolene และ I Will Always Love You ซึ่งเธอแต่งทั้ง 2 เพลงนี้ ภายในวันเดียวกัน โดยเฉพาะเพลง I Will Always Love You โด่งดังไปทั่วโลกมีศิลปินดังนำไป Cover หลายครั้ง
ผลงานของพาร์ตัน ทะยานขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงคันทรีของสหรัฐฯ ได้ถึง 25 เพลงซึ่งเป็นสถิติสูงสุด และมีอัลบั้ม Top 10 บนชาร์ตคันทรีถึง 47 อัลบั้ม และข้ามสายไปเจาะชาร์ตเพลงป๊อปด้วยเพลง "ไนน์ ทู ไฟว์" (9 to 5) ซึ่งขึ้นอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1980 ควบคู่ไปกับการเป็นนักแสดง ที่เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 2 ครั้ง
ย้อนเส้นทางจากเด็กยากจนสู่ศิลปินระดับโลก
พาร์ตันเกิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 1946 ในครอบครัวยากจน รัฐเทนเนสซี เธอเป็นลูกคนที่ 4 ของแม่ที่มีลูกรวม 12 คน ส่วนพ่อเป็นชาวนาและคนงานก่อสร้าง
พาร์ตัน เริ่มทำงานบนเส้นทางดนตรีตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มจากการร้องเพลงในโบสถ์ ก่อนปรากฏตัวบนโทรทัศน์ท้องถิ่นเมื่ออายุ 10 ขวบ และอัดแผ่นเสียงครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี และในปีเดียวกันนั้น เธอได้ขึ้นแสดงที่ Grand Ole Opry คอนเสิร์ตฮอลล์ในเมืองแนชวิลล์ ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะเมืองหลวงแห่งดนตรีคันทรี
นอกจากงานด้านดนตรีและการแสดงแล้ว พาร์ตันยังมีผลงานด้านการช่วยเหลือสังคม โดยในปี 1988 เธอได้ก่อตั้งมูลนิธิ “ดอลลีวูด” (Dollywood Foundation) เพื่อมอบทุนการศึกษาในระดับวิทยาลัย และดำเนินโครงการเพื่อช่วยให้เด็กๆ ในบ้านเกิดของเธอที่ เซเวียร์ เคาน์ตี รัฐเทนเนสซี สามารถเรียนจบมัธยมปลายได้
ต่อมาในปี 1995 พาร์ตัน ได้เริ่มโครงการ Imagination Library ซึ่งจัดส่งหนังสือที่เหมาะสมตามวัยไปให้แก่เด็กทุกคน ในเคาน์ตีเป็นประจำทุกเดือน จนกระทั่งพวกเขาอายุครบ 5ขวบ ก่อนที่โครงการนี้จะขยายไปทั่วประเทศในปี 2000 และขยายสู่ระดับนานาชาติในปี 2006 โดยในปัจจุบัน มีการแจกจ่ายหนังสือเกือบ 25 ล้านเล่ม ในแต่ละปีครอบคลุมทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์
พาร์ตันยังได้จัดตั้งเขตอนุรักษ์ขึ้น เพื่อช่วยอนุรักษ์นกอินทรีหัวขาว, บริจาคเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือกว่า 16 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปิดโรงพยาบาลใน เซเวียร์ เคาน์ตี ในปี 2006, ประสานงานช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากไฟป่าสโมกกีเมาน์เทนในปี 2016 และร่วมออกอัลบั้มการกุศลเพื่อผู้ป่วย HIV ด้วย
นอกจากนี้เธอยังสนับสนุนการเคลื่อนไหว Black Lives Matter และสิทธิของคนข้ามเพศ โดยคัดค้าน “กฎหมายห้องน้ำ” ของรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่จำกัดการเข้าใช้ห้องน้ำของคนข้ามเพศ
พาร์ตัน ยังเคยบริจาคเงินหลายครั้งให้แก่มหาวิทยาลัยการแพทย์แวนเดอร์บิลต์ ในเมืองแนชวิลล์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่หลานสาวของเธอเข้ารับการรักษาโรคลูคีเมีย และกลายเป็นข่าวฮือฮาเมื่อเธอบริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อการวิจัยโรค Covid-19 กลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญสำหรับวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ในเวลาต่อมา